QZGS : : Fic Song | 123 我爱你 [ เยี่ยซิว x หลานเหอ ]

Fan Fiction :          Quanzhigaoshou ( เทพยุทธ์เซียน Glory / The King’s Avatar / Master of Skill )

Pairing :                 เยี่ยซิว x หลานเหอ

Note :                     Cr. เนื้อเพลง : https://jspinyin.net/2018/01/11/pinyin-lyrics-%E6%96%B0%E6%A8%82%E5%A1%B5%E7%AC%A6-123-%E6%88%91%E6%84%9B%E4%BD%A0-wo-ai-ni/

Cr. เนื้อเพลงแปลไทย : https://www.youtube.com/watch?v=4-PY3Jgv22k

 

วันนี้เยี่ยซิวรู้สึกว่าคนข้างซ้ายมือฟังเพลงเพลงหนึ่งมาตั้งแต่เช้ายันเย็น แม้หน้าจอของหลานเหอจะเป็นเกมกลอรี่ ทว่าเสียงที่เล็ดลอดออกมาเฮดโฟนนั้นกลับไม่ใช่เสียงประกอบเกมแต่เป็นเสียงเพลงๆหนึ่ง

เขารู้ดีว่าบางทีหลานเหอก็เลือกที่จะปิดเสียงเกมแล้วเปิดเพลงฟังตอนเล่นกลอรี่เวลากำลังชิลๆไม่มีภารกิจอะไรให้ทำ แต่หนนี้เขารู้สึกติดใจก็เพราะอีกฝ่ายฟังเพลงนี้หลายรอบมากๆ เสียงที่ออกมามีแค่ทำนองแว่วๆไม่ชัดพอทำให้เยี่ยซิวนึกไม่ออกว่าเพลงอะไร

หลังออกจากดันเจี้ยนเขาเลยหันไปทักอีกฝ่าย

“เสี่ยวหลานชอบเพลงนี้หรือ?”

เด็กหนุ่มพยักหน้าหงึกๆ พลางหันมายิ้มให้ “เนื้อเพลงโรแมนติกมาก คุณลองฟังดูไหมครับ?” หลานเหอพูดแล้วทำท่าจะถอดเฮดโฟนให้เยี่ยซิว แต่มือเรียวสวยกลับแตะห้ามไว้แล้วเลื่อนเฮดโฟนลงมาคล้องคอของเด็กหนุ่มไว้แทน

จากนั้นเยี่ยซิวก็วางหัวตัวเองพิงไหล่ของคนเด็กกว่า

“ฟังแบบนี้ก็ได้ เสี่ยวหลานจะได้ฟังด้วยไง เกอไม่อยากแย่งเสี่ยวหลานฟัง”

ประโยคนี้ทำเอาหลานเหอย่นจมูกใส่ ปากบอกว่านี่เป็นการกระทำที่เป็นผลดีกับเขา แต่ท่าทางทิ้งศีรษะพิงไหล่เขาเหมือนแมวขี้เกียจนี่มันอะไร

หลานเหอปรับเสียงให้ดังขึ้นย่อหน้าจอเกมเล็กลงแล้วไปที่หน้าเพลงเพื่อกดให้เพลงเริ่มเล่นใหม่ตั้งแต่ต้น เสียงที่ดังออกมาดังพอที่จะให้เขาทั้งคู่ได้ยิน แต่หากเปิดจากลำโพงตั้งโต๊ะที่อยู่ข้างๆจอมอมิเตอร์น่าจะได้ยินเสียงชัดกว่า

หลานเหอคิดจะเอ่ยปาก แต่เห็นท่าทางแมวขี้เกียจของอีกฝ่ายก็เลิกล้มความคิดนั้น

เพลงเริ่มใหม่พร้อมๆกับที่หลานเหอเปิดเกมโหมดเต็มจอ เยี่ยซิวย่นคิ้วเล็กน้อยเมื่อเห็นหลานเหอกำลังคุยกับเชอเฉียนจื่ออยู่ ยิ่งฟังเพลงกับมองหลานเหอพิมพ์ข้อความตอบฝ่ายนั้นก็ยิ่งรู้สึกอยากบีบแก้มหลานเหอแล้วเค้นถามจริงๆ

ทำแบบนี้ดีแล้วหรือ ฟังเพลงรักไปพิมพ์กับเจ้าคนคิดไม่ซื่อนี่ไปด้วยมันดีแล้วหรือ

แม้ประโยคที่คุยกับจะเป็นเรื่องเถียงกันไร้สาระ แต่เขาก็หึงนะ!

ไวเท่าความคิด เยี่ยซิวเอื้อมมือไปจับเมาส์ที่มีมือคนข้างๆวางทาบอยู่แล้วบังคับกดปิดหน้าจอแชต “เสี่ยวหลานตีมอนไปคุยแชตไปเดี๋ยวก็ตายหรอก เอางี้! เกอกำลังว่างๆ คุณกดสกิลไปเดี๋ยวเกอเป็นคนคลิกเมาส์คุมจังหวะกับวิถีดาบเอง คุณจะได้เรียนรู้ด้วยไงว่าต้องออกจังหวะไหนถึงจะเหมาะสม”

ฟังเพลงรักไป ช่วยกันเล่นเกมไป แบบนี้สิเหมาะ!

เยี่ยซิวคิดพลางยิ้มกริ่ม กุมมือเสี่ยวหลานไปบังคับเมาส์ไป สายลมเย็นๆพัดผ่านเครื่องเป่าอากาศ เพลงรักเพราะๆ กลิ่นหอมอ่อนๆกับเนื้อตัวอุ่นๆจากคนรักข้างกาย นี่สิเรียกว่าเหมาะสม!!

ว่าแต่เพลงนี้… เสียวหลานชอบอะไรแบบนี้หรือ?

輕輕貼近你的耳

( ค่อยๆเข้าใกล้หูของเธออย่างแผ่วเบา แล้วพูดว่า )

莎朗嘿喲

( “ซารังเฮโย” )

情話永遠不嫌太多

( ไม่เคยหน่ายที่จะพูดคำแห่งความรัก )

            เยี่ยซิววางมือที่ว่างอยู่บนไหล่อีกข้างของหลานเหอ ก่อนจะขยับตัวจูบแก้มขาวๆนุ่มนิ่มของคนรัก “เสี่ยวหลานของเกอน่ารักจัง…”

“แค่กๆ” คนถูกชมโดยไม่ทันตั้งตัวสำลักน้ำลาย มือที่กำลังกดแป้นออกสกิลพลันรวนไม่เป็นจังหวะทำเอาตัวหลานเฉียวชุนเสวี่ยบนจอเกมกระตุกวูบแบบค้างๆซึ่งเป็นผลจากการออกคำสั่งผิดพลาดก้าวเข้าดงมอนเตอร์ เลือดจอมยุทธ์ดาบผมฟ้าลดฮวบๆทำเอาเจ้าของเริ่มรนแย่งการบังคับเมาส์กลับมาออกสกิลรัวๆ

หลังจำกัดมอนเตอร์ทิ้งเรียบร้อยแล้ว เขาก็หันมาถลึงตาใส่ตัวต้นเหตุที่มองมาตาใส

“คุณเกือบทำผมตายแล้วนะ!”

“แหม พูดงี้เกอเสียใจนะ” เยี่ยซิวพูดปนหัวเราะจากนั้นก็ขยับตัวเอนหัวพิงไหล่หลานเหอตามเดิม มือวางทาบมือคนรักแย่งจากการบังคับเมาส์จากหลานเหอแล้วสั่งให้หลานเหอกลับไปทำหน้าที่กดสกิลตามเดิม

“หลานเหอของเกอน่ารักจัง… ตัวก็ห๊อมหอม น่ารักน่ารังแก.. หมายถึงน่ากินที่สุดเลย”

“แค่กๆ” และแล้วจอมยุทธ์ดาบผมยาวหางม้าสีฟ้าก็ถูกมอนเตอร์รุมกลับไปคืนชีพที่เมืองพร้อมค่าประสบการณ์ที่ลดลงกับรองเท้าดรอปจากการตาย

“เยี่ยซิว!!!”

“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!!”

對你

( อยากจะบอกเธอว่า…. )

            หลานเหอเงยหน้ามองคนด้านบนด้วยดวงตาที่เอ่อล้นด้วยหยาดน้ำตา ริมฝีปากขบเม้มแน่น ใบหน้าแดงเรื่อเนื้อตัวเปลือยเปล่าไร้อาภรณ์ผ่าวร้อนไปทั่วทั้งร่าง มือสองข้างถูกเนคไทรวบรั้งกับหัวเตียงแน่น

เขากลั้นอารมณ์วาบวามเอ่ยเอ่ยถามคนด้านบน “ทะ..ทำไมคุณถึงหยุด”

“ก็เสี่ยวหลานบอกว่า หยุด ไม่ใช่หรือ เกอเลยหยุดไง”

เยี่ยซิวตอบกลับมาเสียงใสทำเอาหลานเหอกระอักเลือด เขาหมายถึงหยุดแกล้งเขาด้วยการลูบไล้ปลุกเร้าทำเขาปั่นป่วนไปทั่วแต่เหนี่ยวรั้งเขาไว้ แถมยังกลั่นแกล้งเขาที่ขยับไม่ได้ให้ครางครวญครั้งแล้วครั้งเล่าต่างหากเล่า!

มือเรียวสวยลูบข้างแก้มแดงก่ำของเขาแผ่วเบา ก่อนเจ้าตัวจะก้มลงกระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงหยอกล้อ “บอกเกอสิเสี่ยวหลาน… อยากให้เกอทำอะไร”

เชี่ย! เจ้าคนร้ายกาจ คิดว่าเขาจะพูดหรือ!!

หลานเหอเม้มปากแน่น สะบัดหน้าหนี

ทว่า…

“เสี่ยวหลาน…” เยี่ยซิวกระซิบข้างหูหลานเหอแผ่วเบา ก่อนค่อยๆเลื่อนลงมายังคอเรียวขาวที่แต่งแต้มด้วยรอยสีกุหลาบ “เสี่ยวหลาน…” เสียงแหบพล่าดังบางเบา หลานเหอรับรู้ถึงลมหายใจร้อนระอุที่เป่ารดผิว แม้ริมฝีปากคนด้านบนจะไม่แตะต้อง หากแต่ลมหายใจนั้นกลับลูบไล้สัมผัสไปทั่ว

หลานเหอเม้มปากแน่น

“เสี่ยวหลาน…”

ร่างเล็กขยับตัวอย่างอึดอัดน้ำตาคลอ มือที่ถูกพันธนาการไว้สะบัด ท้องน้อยที่ถูกโจมตีด้วยลมหายใจร้อนผ่าวเกร็งสะท้าน

“เสี่ยวหลานของเกอ…”

เชี่ย!!

“เยี่ยเกอ.. ผะ..ผมอยากให้คุณ…”

一全聽你的

( หนึ่ง ฉันจะฟังเพียงแค่เธอ )

            หลานเหอเช็ดผมไปพลางมองกล่องคีย์บอร์ดสามสี่กล่องที่วางบนโต๊ะคอมเขาไปพลาง ดูเหมือนเยี่ยซิวจะเป็นคนสั่งมา ว่าแต่…ทำไมสั่งมาตั้งสี่กล่องแถมยังมีแต่รุ่นที่เขาใช้อีกต่างหาก

หลานเหอมุ่นคิ้วอย่างสงสัยก่อนจะตะโกนถามคนที่กำลังอาบน้ำอยู่ “เยี่ยซิว ทำไมคุณสั่งคีย์บอร์ดของผมมาเยอะจังครับ”

“อ้อ ได้ข่าวว่าก่อนที่คุณจะย้ายมาอยู่ด้วยกันคุณใช้คีย์บอร์ดเปลืองมาก เลยสั่งมาเผื่อไว้ไง”

“…”

หลานเหอหยุดเช็ดผมทันที ก่อนจะกวาดคีย์บอร์ดเก็บเข้าตู้ใส่กุญแจล็อกอย่างแน่นหนาพลางคิดด้วยความระแวง

หรือว่าท่านเทพเยี่ยจะวางแผนป่วนอาณาจักรทวยเทพอีกแล้ว แต่ก่อนโดนป่วนทีไรเขามักจะโอดครวญจนเผลอโขกหัวกับคีย์บอร์ดจนคีย์บอร์ดพังบ่อยๆ ไม่ได้การแล้วๆถ้าหากเขาเห็นว่ามีคีย์บอร์ดสำรองเยอะขนาดนี้ต้องเลิกนิสัยเอาหัวโขกคีย์บอร์ดเวลาโดนป่วนไม่ได้แน่ๆ

二給你好的

( สองฉันจะมอบแต่สิ่งดีๆให้เธอ )

數到三永遠愛你一個

( นับถึงสาม จะรักเธอเพียงคนเดียวตลอดไป )

            “เยี่ยซิว มีคนบอกผมด้วยแหละว่าหากเกมกลอรี่เป็นคน คุณคงขอเกมกลอรี่แต่งงานแล้ว” หลานเหอเปยขึ้นเบาๆขณะท่องเวยป๋อดูอะไรเรื่อยเปื่อย ร่างเล็กที่กำลังกอดหมอนสีฟ้าลายตราสโมสรหลานอวี่หันมาส่งสายตาล้อเลียนเยี่ยซิวที่กำลังเล่นกลอรี่อยู่

“นั่นสิ ดีแล้วแหละที่กลอรี่ไม่ใช่คน เสี่ยวหลานเลยเป็นคนที่เกอจะขอแต่งงานคนเดียวไง”

“คะ..ใครจะแต่งงานกับคุณกัน!!” หลานเหอแวดใส่หน้าแดงซ่าน ก่อนจะย่อเวยป๋อลงแล้วเข้าหน้าเกมที่เปิดค้างไว้

จากนั้นก็คิ้วกระตุกกับหน้าจอที่มีหัวใจสีแดงโปรยปรายลงมาราวหิมะร่วง ซึ่งเป็นผลจากการที่มีคนกดมอบพลุรูปหัวใจให้หลานเฉียวชุนเสวี่ย ขยับเมาส์ปรับมุมมองไม่กี่ทีก็พบตัวการซึ่งอยู่ไม่ไกล จวินม่อเซี่ยวที่กำลังยืนพิงต้นใหญ่ก็มีเอฟเฟกต์พลุรูปหัวใจ ซึ่งเป็นผลพวงการจากมอบพลุให้คนอื่นอยู่

ประเด็นคือตอนนี้พวกเขาอยู่กลางเมือง ประเด็นคือหากมองจากมุมมองสายตาของคนอื่นคือพวกเขาทั้งคู่กำลังประกาศความเป็นคู่รักออกสื่ออย่างสุดๆ แล้วก็… นี่เขาโดนมอบพลุนี่มานานเท่าไหร่แล้วเนี่ย!

หลานเหอหันไปว่าคนข้างๆ “เยี่ยซิว คุณหยุดมอบพลุเดี่ยวนี้เลยนะ!”

“เอ๋? เกอทำอะไรผิดกฎของกลอรี่หรือ?”

“ไม่ผิด! แต่ว่า…” หลานเหอพูดไม่ทันจบเยี่ยซิวก็ขัดขึ้น

“เอ๋? เกอทำคนอื่นเดือดร้อนหรือ?”

“ก็ผมนี่ไง!!”

“อะไรกัน เสี่ยวหลานไม่ใช่คนอื่นสักหน่อย เป็นคนรักต่างหาก โวยวายไปได้น่า รู้ไหมเสียงเสี่ยวหลานทำเอาคนในเมืองกลัวกันหมดแล้ว จริงๆเล้ย อยู่ข้างๆกันแท้ๆไม่เห็นต้องเสียงดังเลย แต่กระซิบเบาๆก็ได้ยินแล้ว ดูสิคนในเมืองแตกตื่นกันหมด”

หลานเหอหันขวับกลับหน้าจอแล้วก็ต้องอ้าปากค้างกับสารพัดข้อความในเวิลด์แชนแนล

“เอ๋? ท่านเทพเยี่ยเป็นคนรักของหลานเฉียวชุนเสวี่ย!!???”

“แถมยังอยู่ใกล้กันจนแค่กระซิบก็ได้ยินด้วย!!???”

“ข่าวใหญ่!!! ท่านเทพเยี่ยกับคนงามของหลานซีเก๋อคบกันแล้ววววว!!”

“พวกเขาอยู่ด้วยกันแล้วด้วย!! บันไซๆๆๆ!!”

หลานเหอมองความลับที่ถูกเปิดเผยแล้วตาค้าง ส่วนตัวต้นเหตุกลับนั่งพ่นควันปุยๆสบายอารมณ์พลางติ๊กเครื่องหมายถูกที่ลิสรายการข้อหนึ่งถึงข้อห้าในหัวตัวเอง

四不會犯錯

( สี่ จะไม่ทำสิ่งที่ผิดๆ )

五不會囉

( ห้า จะไม่ทำตัวน่ารำคาญ )

            เวลาบนหน้าจอบอกว่าในตอนนี้เที่ยงกว่าๆแล้ว หลานเหอรู้สึกหิวเลยหันไปถามเยี่ยซิวว่าอยากกินอะไรเดี๋ยวเขาไปทำอาหาร แต่ประโยคที่อีกฝ่ายตอบกลับมาทำเอาหลานเหอต้องพูดทวนอย่างสงสัย

“คุณจะทำอาหารเองหรือ?”

“ใช่แล้ว” เยี่ยซิวพูดพลางขยิบตา “อร่อยมากนะ มื้อนี้เดี๋ยวเกอทำเอง”

ว่าแล้วเจ้าตัวก็ลุกเดินออกจากโต๊ะ

หลานเหอนั่งเล่นเกมต่อสักพัก โทรศัพท์ที่เขาวางอยู่หน้าคอมก็มีสายเข้า หลานเหอเห็นเป็นเบอร์เยี่ยซิวก็กดรับสายอย่างงงๆ

“เยี่ยซิว คุณออกไปข้างนอกเหรอครับ?”

เพราะหากอยู่ในห้องแค่ตะโกนมาก็น่าจะได้ยิน หลานเหอเลยสงสัย พอคิดว่าอีกฝ่ายอาจจะออกไปข้างนอกเพื่อทำอาหารให้เขา หลานเหอก็อดจะขยับยิ้มไม่ได้

“เปล่านี่ ว่าแต่เนื้อตุ๋นกับซุปไก่คุณจะเลือกอะไร”

“เนื้อตุ๋นก็ได้ครับ”

“โอเค เดี๋ยวเสร็จแล้วจะโทรไปอีกรอบนะ”

 

每天為你打 call

( ฉันจะโทรหาเธอทุกๆวัน )

Cook也不錯

( ฉันทำอาหารก็เก่งนะ )

            เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นอีกครั้ง เยี่ยซิวก็เรียกให้เขามาที่โต๊ะอาหาร

เมื่อมาถึงหลานเหอก็ต้องผะหงะกับบะหมี่ถ้วยสองถ้วยที่อยู่บนโต๊ะ

…รสเนื้อตุ๋น กับ ซุปไก่…

แถมยังอยู่ในถ้วยสำเร็จรูปจากโรงงานไม่แกะใส่ชามอีกต่างหาก

หลานเหอหัวเราะออกมาเบาๆส่ายเบาใส่คนอายุมากกว่า เยี่ยซิวเห็นเลยขยิบตาใส่ “ขอบอกไว้ก่อน บะหมี่ของเกออร่อยมากๆเลยนะเสี่ยวหลาน”

“ครับๆ มากินมื้อเที่ยงฝีมือคุณกันเถอะ”

หลานเหอกินบะหมี่ไปขยับถ้วยจากคนทำที่คิดจะแย่งบะหมี่เขาไปสบโอกาสก็แย่งบะหมี่ในถ้วยอีกฝ่ายบ้าง เสียงหัวเราะดังก้องไปทั่ว หลานเหอยิ้มตาหยี่ แสงไฟสีนวลสาดส่องดวงหน้าที่เปี่ยมไปด้วยความสุข

เยี่ยซิวยิ้ม…

輕輕貼近你的耳

( ค่อยๆเข้าใกล้หูของเธออย่างแผ่วเบา แล้วพูดว่า )

莎朗嘿喲

( “ซารังแเฮโย” )

情話永遠不嫌太多

( ไม่เคยหน่ายที่จะพูดคำแห่งความรัก )

對你

( อยากจะบอกเธอว่า… )

         “เสี่ยวหลาน… รักนะ”

 

 

_______________________________________________________________________________

ชอบเพลงนี้…. แต่จู่ๆก็คิดว่า ถ้าหากเป็นเยี่ยหลานมันจะเป็นฟีลแบบไหน ก็…หวานอยู่นะ คงไม่ได้ทำเพลงเขาเสียหรอกใช่ไหม 555+

Advertisements

QZGS : : ดีล? [ เยี่ยซิว x หลานเหอ ]

Fan Fiction:      Quanzhigaoshou ( เทพยุทธ์เซียน Glory / The King’s Avatar / Master of Skill )

Pairing:            เยี่ยซิว x หลานเหอ

 

ในเกมกลอรี่ ไม่ไกลจากสะพานเหนือคือสถานที่รับเควสพิเศษเควสหนึ่ง นั่นคือเควสผลิต ‘เครื่องรางนำโชค’ แม้เครื่องรางที่ได้นั้นจะไม่มีคุณสมบัติอะไร แต่ก็มีคนจำนวนมากมารับทำเควสนี้อยู่เนื่องๆ ส่วนสาเหตุที่ได้รับความนิยมก็เป็นเพราะขั้นตอนการผลิตเครื่องรางต้องใช้ความมุมานะอดทนเป็นอย่างมาก ทางการตลาดของเกมกลอรี่เลยหัวใสประชาสัมพันธ์ว่าสามารถใช้เควสนี้พิสูจน์ความจริงใจของคนทำเควสได้และยังเป็นการอวยพรให้คนที่ได้เครื่องรางนั้นโชคดี ซึ่งเหมาะกับให้คู่รักทำมอบให้กันและกัน

ด้วยความที่ว่าเป็นเควสที่ทุกคนต่างรู้จัก ดังนั้นหลานเหอจึงเคยทำเควสนี้อยู่ครั้งหนึ่ง แต่เขาไม่ได้ทำตามการประชาสัมพันธ์ของเกมกลอรี่หรอก แต่ทำเพราะต้องการแข่งกับเชอเฉียนจื่อ เนื่องจากตอนนั้นเควสนี้มีกระแสว่ามันไม่ใช่เควสสำหรับคู่รัก มันคือเควสสำหรับให้ศัตรูมาแข่งความอดทนกัน!

หลานเหอไม่รู้ว่าเสี่ยวหลูไปรู้เควสนี้มาจากใคร จู่ๆอีกฝ่ายก็ทัก QQ มา บอกว่าอยากให้ทำเครื่องรางให้เพื่ออวยพรสำหรับแข่งขันเกมแรก ดังนั้น วันนี้หลังจากนำลูกกิลด์ลงดันเสร็จเขาเลยบังคับตัวหลานเฉียวชุนเสวี่ยมาใต้ต้นเฟิงต้นใหญ่ที่อยู่ริมแม่น้ำอาณาจักรซึ่งเต็มไปด้วยมวลหมู่ต้นเฟิงยามสารทฤดู

เด็กหนุ่มกดรับเควสที่แท่นหินใต้ต้นเฟิงต้นใหญ่สถานที่รับภารกิจ ก่อนจะลงมือผลิตเครื่องราง หลานเหอเคยทำเควสนี้มาแล้ว ดังนั้นเควสนี้สำหรับเขามันก็ไม่ได้ยากเท่าไหร่ ขั้นตอนก็แค่บังคับหลานเฉียวชุนเสวี่ยไปรองน้ำจากแม่น้ำอาณาจักรมาใส่ร่องพิมพ์ตรงแท่นหินจนเต็ม รอรับใบเฟิงสีส้มแดงที่คิดว่าสวยที่สุดซึ่งปลิวร่วงจากต้นเอามาใส่แท่นหิน จากนั้นวาดรูปดาวห้าแฉกเหนือแท่นหินเจ็ดสิบเจ็ดครั้ง โดยทั้งเจ็ดสิบเจ็ดครั้งนั้นทางระบบกำหนดว่าเส้นดาวต้องทับกันเลื่อมล้ำได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ขั้นตอนนี้ผู้เล่นต่างเรียกกันติดปากว่าเสมือนเป็นการร่ายเวท

ง่ายๆแค่นี้เอง เพียงแค่อาศัยความมุมานะอดทนกับเวลาที่ว่างมากพอ!!

หลานเหอทำเควสด้วยความแข็งขันอย่างสบายอารมณ์ ริมแม่น้ำอาณาจักรตอนไม่มีบอสนั้นช่างแสนสงบ ตรงที่ที่เขาอยู่เต็มไปด้วยต้นเฟิงยามสารทฤดู ลมพัดเอื่อยๆพัดพาใบเฟิงสีแดงที่กำลังร่วงหล่นจากต้นให้ปลิวลอยล่องลงสู่แม่น้ำใบแล้วใบเล่าราวกับจะแต่งแต้มสีสันให้แม่น้ำ นับว่าเป็นทิวทัศน์ที่ดีที่หนึ่งในเกม

ถึงแม้หลานเหอจะเห็นมีคนกลุ่มหนึ่งตรงสะพานเหนือแต่เขาก็ไม่ได้ไปใส่ใจ จากมุมมองหน้าจอเขามองไม่เห็นชื่อไอดีของอีกฝ่าย ดังนั้นอีกฝ่ายก็ไม่น่าจะเห็นชื่อเขาเช่นกัน จึงไม่น่าจะมีปัญหาอะไร

แถมตัวเขาในตอนนี้ก็ไม่ได้มีรูปลักษณ์ตามปกติ เนื่องจากเชือกผูกผมของหลานเฉียวชุนเสวี่ยดันดรอปเพราะตายจากการแย่งบอสแม๊ปเมื่อวาน อีกทั้งตอนนี้ของในคลังหลานซีเก๋อก็ไม่มีอุปกรณ์เชือกผูกผม ดังนั้นหลานเฉียวชุนเสวี่ยในวันนี้จึงปล่อยผมยาวสีฟ้าสยายเต็มแผ่นหลัง ด้วยรูปลักษณ์แบบนี้ถึงเป็นศัตรูคู่อาฆาตที่จองล้างจองผลาญเจอเข้าแบบไม่เห็นชื่อไอดีก็คงยากที่จะเดาออกว่าเป็นเขาในทันที

หลังเอาใบเฟิงหนึ่งใบที่ตั้งใจเลือกเฟ้นจากใบเฟิงหลายร้อยใบใส่ลงร่องพิมพ์ที่มีน้ำเต็มเปี่ยม หลานเหอก็เตรียมจะกดปุ่มดำเนินการต่อเพื่อทำขั้นตอนร่ายเวท แต่แล้วก็ต้องชะงักมือกึกเมื่อชื่อใครบางคนทักมา

…จวินม่อเซี่ยว…

ราวกับพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์ถูกทำลายลง หลานเหอใจหล่นวูบรู้สึกถึงลางร้ายชอบกล จู่ๆภาพเหล่าผู้นำกิลด์หลานซีเก๋อยืนมองมหาเทพสองฝ่ายแย่งบอสไปครั้งแล้วครั้งเล่าก็ปรากฏในหัวเป็นฉากๆ ถูกแย่งบอสไปยังพอขืนใจรับได้ แต่ถูกฆ่า ของดรอป ค่าประสบการณ์หดหาย แถมปิดท้ายด้วยการทุ่มทั้งตัวแล้วแม้แต่บอสสักตัวยังไม่ได้มานี่สิ!

น่าเจ็บใจนัก!!

หลานเหอสูดหายใจลึกปรับอารมณ์ตัวเองพลางกดปุ่มดำเนินการต่อจากนั้นวาดดาวหนึ่งดวงก่อนเอาฤกษ์เอาชัย แล้วอาศัยช่วงเวลาที่ระบบให้จังหวะคูลดาวน์เปิดอ่านข้อความจากอีกฝ่าย

“ว่างอยู่หรือเปล่า?”

ไม่มีแม้แต่คำอารัมบทเลยแม้แต่น้อย?

หลานเหอกระพริบตามองข้อความตาปริบๆ เขาควรตอบอย่างไร ประสบการณ์ที่ถูกล่อลวงให้เป็นเป็นพี่เลี้ยงอันดับหนึ่งของกิลด์ซิงซินแบบมัดมือชกยังติดตรึง จู่ๆเจอคำถามแบบนี้ทำเอาอดคิดว่ากำลังถูกล่อลวงให้ไปเป็นแรงงานฟรีอีกรึเปล่า หลานเหอเดาวัตุประสงค์ของการทักมาครั้งนี้ไม่ได้เลยเซฟตัวเองด้วยการเคาะแป้นแจกจุดกลับ

“แจกจุดได้แปลว่าว่างสินะ ดีเลย!”

แค่กๆ อะไรคือดีเลย!? ข้อความจากอีกฝ่ายทำเอาหลานเหอเหงื่อตก นี่กำลังให้เขาเป็นแรงงานฟรีอยู่ใช่ไหมเนี่ย! คงไม่ใช่ว่าจะใช้ข้ออ้างว่าเขาว่างอยู่แล้วหางานโยนมาให้เขาทำหรอกนะ ไวเท่าความคิดหลานเหอรีบเค้นสมองหาข้ออ้างในสำหรับการไม่ว่างงานของตัวเองด่วนจี๋ขณะวาดรูปดาว เมื่อรอช่วงคูลดาวน์อีกรอบก็แจ้งข้ออ้างทันที

“ผมยุ่งมาก ตีบอสอยู่”

“บอสไหน ไม่เห็นได้ข่าว”

คำตอบที่ตอบกลับไม่ถึงเสี้ยววินาทีทำเอาหลานเหออยากโขกหัวกับโต๊ะ ลืมไปเลยว่าเยี่ยชิวมีสายข่าวเรื่องบอสแม๊ป แต่… “บอสลับในดันเจี้ยน”

เมื่อแถว่าไม่ว่างเพราะติดตีบอสก็ต้องติดตีบอส! เท่านี้อีกฝ่ายก็ไม่มีเหตุผลใช้งานที่เจ้าตัวเรียกเสียสวยหรูว่าไหว้วานเขาเพราะเขาไม่มีอะไรทำแล้วมั้ง

“….”

…แจกจุด?

หึหึ คงยอมแพ้แล้วล่ะมั้ง

หลานเหอแอบอมยิ้มกับชัยชนะเล็กๆน้อยๆของตัวเองพลางกดปิดข้อความจากจวินม่อเซี่ยวแล้ววาดดาวต่อ แต่อีกฝ่ายก็ยังฟลัดข้อความแจกจุดมารัวๆเปิดกี่รอบๆก็เจอแต่การฟลัดหน้าจอแจกจุด จนเมื่อเขาวาดดาวดวงที่ยี่สิบเสร็จก็ชักจะทนเสียงแจ้งเตือนแชตไม่ไหว ตัดสินใจพิมพ์กลับไป

“ท่านเทพ… ละเว้นหูผมเถอะ!”

ฟลัดข้อความมาจนหูเขาได้ยินแค่เสียงแจ้งเตือนไม่ได้ยินเสียงรอบข้างแล้ว!!

“เงยหน้าขึ้นมองเกอหน่อยสิ เสี่ยวหลาน” เสียงคุ้นหูที่จู่ๆก็ดังขึ้นใกล้ๆทำให้หลานเหอขยับเมาส์เปลี่ยนมุมมองจากเดิมที่เป็นบล็อกรูปดาวบนผืนน้ำเหนือแท่นหินเป็นบังคับให้หลานเฉียวชุนเสวี่ยเงยหน้าขึ้น

เชี่ย! มาตั้งแต่เมื่อไหร่

ภาพคนจรตรงหน้าที่ห่างเพียงกันแค่ระยะแท่นหินแคบๆกั้นขวางทำเอาหลานเหอกระอักเลือด แถมอีกฝ่ายยังรีบพูดต่อเรื่องที่ทำเอาจอมยุทธ์ดาบอยากมุดหน้าแทรกแผ่นดินหนีด้วยน้ำเสียงระรื่นทันที

“เป็นไงบ้างเสี่ยวหลาน บอสดันเจี้ยนตายแล้วหรือยัง?”

แง่ง!

“มัวแต่ตีบอสจนเกอมายืนตรงหน้าแล้วยังไม่รู้ตัวนี่ป่านนี้น่าจะเลือดแดงแล้วมั้ง”

“แค่กๆ” หลานเหอกระแอมไอขัด ใบหน้าผ่าวร้อนอับอายเมื่อถูกจับข้ออ้างได้ต่อหน้าต่อตา อยากจะขยับตัวหลานเฉียวชุนเสวี่ยหนีไปก็ติดว่ากำลังทำเควสอยู่ เขาเลยต้องก้มหน้าก้มตาทำเควสไปฟังท่านเทพล้อเลียนไป

งือ… น่าอับอายไปแล้ว!

“โอ้! ดรอปได้แฝดม่วงด้วย สุดยอดเลย”

“ท่านเทพ…” หลานเหอโอดครวญ “ละเว้นผมด้วยเถอะ อย่าพูดต่ออีกเลย ว่าแต่คุณมาหาผมมีอะไรหรือ บอกก่อนนะตอนนี้ผมไม่ว่างจริงๆ ห้ามโยนงานอะไรทั้งสิ้นมาที่ผมทั้งนั้น”

“อย่ามองเกอในแง่ร้ายแบบนั้นสิ รู้อยู่หรอกว่าตอนนี้เสี่ยวหลานกำลังทำเควสเครื่องรางให้เสี่ยวหลู พอดีพวกเรากำลังฝึกเรื่องการกระโดดตรงสะพานเหนือ หันมาเห็นเสี่ยวหลานพอดีเลยมาหา กะจะเอาเชือกผูกผมมาให้ ดันถูกเสี่ยวหลานมองว่ามาเพื่อผลประโยชน์ซะงั้น เกอเสียใจนะเนี่ย เสี่ยวหลานใจร้ายมาก ชดใช้ที่ทำให้เกอหัวใจสลายมาเลยนะ”

หลานเหอกลอกตากับคำพูดเอาดีเข้าตัวอย่างข้างๆคูๆของอีกฝ่าย “รู้สึกว่าเมื่อวานที่เชือกผูกผมของผมดรอปเป็นเพราะคุณสั่งให้คนของคุณมาตีผมนะ”

“เพราะอย่างนั้นไง เกอเลยเอาเชือกผูกผมมาให้” อีกฝั่งของจอ เยี่ยซิวกดคำสั่งดีลกับหลานเฉียวชุนเสวี่ยไปพลางหลุดหัวเราะเบาๆเมื่อเห็นคำขอค่าตอบแทนจากหลูฮั่นเหวิน

“เสี่ยวหลาน อย่าดื้อกดตอบรับเร็วๆเข้า” เยี่ยซิวพูดขึ้นเมื่อกดส่งคำขอแลกเปลี่ยนไปสามสี่รอบแล้วแต่หลานเหอกดฏิเสธคำขอมาทุกรอบ ส่วนสาเหตุที่จอมยุทธ์ดาบผมฟ้าไม่ยอมตกลงเยี่ยซิวรู้ดี

ก็เพราะเชือกผูกผมที่เขากดดีลไปไม่ใช่เชือกผูกผมอันเดียวกับที่ดรอปไปของหลานเฉียวชุนเสวี่ย

เยี่ยซิวมองภาพจอมยุทธ์ดาบผมยาวสีฟ้าที่ก้มๆเงยๆครั้งแล้วครั้งเล่าอยู่ตรงแท่นหินอย่างขบขัน สาเหตุที่อีกฝ่ายบังคับตัวละครก้มหน้าก็เพราะต้องร่ายเวททำเควสสร้างเครื่องราง ส่วนที่เงยหน้าก็เพราะต้องกดปฎิเสธการดีล ถึงจะเป็นภาพที่ตลกอยู่บ้างแต่ก็เป็นภาพที่งดงามในสายตาไม่น้อย

จอมยุทธ์ดาบผมยาวสีฟ้าท่ามกลางมวลหมู่ใบเฟิงสีแดง เส้นผมยาวสีฟ้าที่วันนี้ปล่อยยาวสยายพลิ้วไปกับสายลม จวินม่อเซี่ยวอาศัยช่วงเวลาที่หลานเฉียวชุนเสวี่ยก้มหน้าลงเอื้อมมือไปคว้าใบเฟิงสีแดงใบหนึ่งที่ปลิวผ่านเรือนผมของอีกฝ่ายมาเก็บไว้

“คุณเลิกก่อกวนสักทีได้ไหม!!”

โอ๊ะ โมโหแล้วแฮะ

“เสี่ยวหลานก็อย่าดื้อ กดตอบรับสักทีสิ”

“แต่มันไม่ใช่ของๆผมนี่!!”

หลังจอหลานเหอจะร้องไห้แล้ว ไหนจะบังคับหลานเฉียวชุนเสวี่ยวาดดาว ไหนจะเงยหน้าขึ้นกดปฎิเสธดีล แถมตอนนี้จวินม่อเซี่ยวยังส่งข้อความมาป่วนช่องแชตส่วนตัวว่า “รับสิ รับสิ รับสิ” รัวๆจนหูเขาแทบพัง

ส่วนสาเหตุที่เขาไม่รับไม่ใช่แค่เพราะมันไม่ใช่ของที่ดรอปไป แต่เป็นเพราะว่าเชือกผูกผมที่อีกฝ่ายดีลมาเหมือนกับเชือกผูกผมที่อีกฝ่ายให้ไอดีเจวี๋ยเซ่อตอนในกิจกรรมวันคริสต์มาสของซิงซินเกือบเป๊ะๆ ต่างกันแค่อันนั้นเป็นรูปร่มสีเงินสองอัน แต่อันนี้เป็นใบเฟิงสีเงินสองอัน

เชือกผูกผมอันนั้นอยู่บนไอดีเจวี๋ยเซ่อมีแต่คนมองว่าเขาเป็นคนของจวินม่อเซี่ยว ถ้าหากเชือกผูกผมเส้นนี้มาอยู่บนตัวหลานเฉียวชุนเสวี่ยจะไม่โดนมองแปลกๆหรือ เขาเป็นหนึ่งในห้ายอดฝีมือของหลานซีเก๋อนะ! ยังมีหน้ามีตาที่ต้องรักษานะ!!

หลานเหอขบเขี้ยวเคี้ยวฟันกดปฏิเสธดีล  บังคับหลานเฉียวชุนเสวี่ยก้มลงวาดรูปดาว ปิดข้อความแชตจากจวินม่อเซี่ยว แล้วก็กดปฏิเสธอีกรอบ วนไปซ้ำแล้วซ้ำแล้ว นี่มันคือบททดสอบความเร็วมือหรือ?

แต่รอบนี้ก่อนจะเริ่มวัฎจักรใหม่เสียงแจ้งเตือนจาก QQ ก็เด้งเข้ามา หลานเหอรีบกดปุ่มบนหน้าจอรีบแว๊บออกไปแชต QQ กับเสี่ยวหลูที่ทักมาถามเรื่องเครื่องราง

แม้ใจจะอยากบอกออกไปว่า เสี่ยวหลูเอ๊ย ขั้นตอนอันศักดิ์สิทธิ์อย่างการร่ายเวททำเครื่องรางนั้นกำลังถูกมารร้ายมาผจญ ขอกำลังใจให้พี่หลานเหอทำภารกิจให้สำเร็จด้วยเถิด แต่ด้วยเวลาไม่พอหลานเหอเลยส่งอีโมติคอนชูนิ้วสู้ตายไปตอบ

จากนั้นรีบเข้าเกมวาดดาวทันเวลาอย่างเฉียดฉิว กดปิดข้อความแชตจากจวินม่อเซี่ยว เงยหน้าขึ้นกดปฏิเสธดีล

เอ๊ะ!!?? ไม่มีคำขอดีลเข้ามาแล้ว

หลานเหอคิดว่าอีกฝ่ายคงยอมแพ้สักที เลยออกท่าตบบ่าคนจรตรงหน้าพลางพูดกลั้วหัวเราะ “ในที่สุดคุณก็ยอมแพ้สักทีนะ”

“นั่นสิ ในที่สุดคุณก็ยอมแพ้สักทีนะ!”

“…” น้ำเสียงระรื่นอย่างกับผู้ชนะนั่นมันอะไร หลานเหอรู้สึกตงิดๆแปลกๆ จู่ๆก็นึกไม่ออกว่าปุ่มที่ตัวเองกดไปตอนดีลครั้งก่อนคืออะไร

ทว่ายังไม่ทันจะได้นึก มือที่ยื่นไปตบบ่าคนจรก็ถูกจวินม่อเซี่ยวคว้าขึ้นมาบังคับให้แบมือก่อนจะวางใบเฟิงสีแดงใบหนึ่งลงบนฝ่ามือ จากนั้นนิ้วทั้งสิบของจวินม่อเซี่ยวและหลานเฉียวชุนเสวี่ยก็ประสานแนบแน่นมีเพียงใบเฟิงสีแดงกั้นกลาง เสี่ยววินาทีต่อมาจุมพิตจากคนจรก็ประทับลงบนมือที่กุมประสานแล้วค้างอยู่อย่างนั้น

อาจจะแค่เพียงพริบตา หรือยาวนานเป็นนาทีหลายนาที หลานเหอก็ไม่รู้ รู้แค่ว่าตอนนี้ใบหน้าตัวเองร่อนฉ่า เสียงหัวใจเต้นดังจนหูอื้ออึงไปหมด

“เสี่ยวหลาน… เอาใบเฟิงนี้ทำเครื่องรางให้เกอหน่อย” เสียงจากจวินม่อเซี่ยวดังขึ้นพร้อมกับเจ้าตัวขยับร่างเอื้อมมืออีกข้างเกลี่ยเส้นผมสีฟ้าบนใบหน้าจอมยุทธ์ดาบก่อนจะแตะจมูกลงบนหน้าผากมน “ช่วงนี้คงไม่ได้ค่อยได้คุยกัน ดูแลตัวเองด้วยนะ เสี่ยวหลานของเกอ”

 

จากนั้นเยี่ยซิวบังคับจวินม่อเซี่ยวไปรวมกลุ่มกับพวกถังโหรวที่สะพานเหนือแล้วถึงได้รับข้อความแชตจากหลานเฉียวชุนเสวี่ย

คนคนนี้นี่… เขินนานเอาเรื่องแฮะ

เยี่ยซิวขำเบาๆ พลางเปิดอ่าน

“ผมไม่ดีล!! เอาเชือกผูกผมคุณคืนไป เอาใบเฟิงคุณคืนไปเลยนะ!! คุณทำให้ผมต้องทำเควสใหม่!!”

หลังสลัดอารมณ์เขินทิ้งหลานเหอแทบกระอักเลือด เมื่อเงยหน้าเจอประโยคแจ้งเตือนว่าทำเควสไม่สำเร็จ ไม่สำเร็จเพราะว่าตัวละครเขายืนค้างไม่ขยับมือวาดรูปดาว ส่วนสาเหตุน่ะหรือ!! ก็เพราะว่าเขาเขิ- แค่กๆ เพราะนั่นแหละ!! เขาเลยต้องเริ่มเควสใหม่ตั้งแต่แรก

แถมเยี่ยซิวยังทิ้งข้อความไว้อีกว่า ถ้าหากทำเครื่องรางของเสี่ยวหลูเสร็จก่อน อย่าหวังเลยว่าจะได้เอาเครื่องรางไปให้เสี่ยวหลู ไม่ได้บังคับนะ แค่บอกความจริง

นี่มันบังคับให้ทำเครื่องรางให้เจ้าหมอนั่นก่อนชัดๆ!!

“คุณมันหน้าไม่อายที่สุด!!!” หลานเหอะเคาะแป้นอย่างเกรี้ยวกราด “ผมจะไม่ไปดูคุณรอบคัดเลือกสักเกมเลย คอยดู!!”

“อ้อ ไม่เป็นไร เดี๋ยวได้แชมป์เกอไปชิงตัวเสี่ยวหลานมาฉลองข้างๆเกอก็ได้ ^ ^ ดีล?”

“ไม่ดีลๆๆๆ!!!”

“เอ๋? คุณคิดว่าสามารถปฎิเสธได้หรือ”

หลานเหอร้องไห้แล้ว

…ว่าแต่ ที่ว่าเขาสามารถปฏิเสธได้หรือ นี่หมายถึงดีลเชือกผูกผมแลกเครื่องราง หรือว่าเรื่อง…. กัน?

 

 

 

 

Gundam OO : : In My Heart [ Lockon x Tieria ]

 

Fan Fiction:           Mobile Suit Gundam OO

Pairing:                 ล็อกออน (นีล) x ทีเอเรีย

 

…มือกลทาบลงบนอกข้างซ้ายของตนเอง หุ่นยนต์รับรู้สึกสิ่งที่กำลังเต้นช้าๆอยู่ข้างใน ช่องที่เคยว่างกลวงในตอนนี้ถูกเติมเต็มด้วยสิ่งที่แสนอบอุ่นอ่อนโยน เมื่อเขาเงยหน้าขึ้นมองผู้มอบ ’หัวใจ’ ให้ ‘หัวใจ’ ที่ได้มาก็พลันสั่นไหวเต้นระรัวยิ่งกว่าเดิม

“เท่านี้… นายก็ได้หัวใจแล้ว” มุมปากของคนๆนั้นขยับยิ้ม  มือของอีกฝ่ายยกขึ้นแตะแก้มเขาๆเบา ทั้งที่เขาไม่เคยมีความรู้สึกนึกคิดอะไร แต่ทำไมเมื่อหุ่นยนต์มองคนตรงหน้าใจตอนนี้…ร่างทั้งร่างกลับรู้สึกเจ็บปวดรวดร้าวจนแทบจนไม่ไหว

ร่างในอ้อมแขนเย็นเยือกขึ้นอย่างช้าๆพร้อมกับรอยเลือดตรงอกข้างซ้าย แต่อีกฝ่ายก็ยังคงยิ้ม มือเปื้อนเลือดนั้นยังคงลูบปลอบแก้มเขาเบาๆเหมือนอย่างเคย

“ฉันจะรอ… วันที่นายมอบ ‘หัวใจ’ ของนายมาให้ฉัน”

มืออีกฝ่ายร่วงหล่น

“สักวัน… สักวันที่นายจะมอบ ‘ความรัก’ กลับมา”

…แม้วันนั้นฉันจะไม่มีชีวิตอยู่แล้วก็ตาม

 

มือเรียววางทาบบนกระจก ดวงตาสีแดงมองภาพอวกาศที่เต็มไปแสงดาวตรงหน้าพลางนึกถึงเรื่องราวในตอนท้ายๆของหนังสือเรื่องหนึ่งที่คนๆนั้นเคยมอบให้

ล็อกออน สตราทอส…

รอยยิ้มบางๆพลันปรากฏบนใบหน้าเมื่อภาพใบหน้าคุ้นเคยเข้ามาในหัว

เขายอมรับนานแล้ว ยอมแพ้กับความรักที่ได้รับมาจากอีกฝ่าย ยอมที่จะมี ‘หัวใจ’ เพียงแค่เปิดใจยอมรับมันเท่านั้นก็พบว่ามันเป็นเรื่องง่ายดายเพียงเท่านี้เอง หากตอนนั้น… หากตอนนั้นเขายอมรับมันก็คงจะไม่เสียวันเวลาเหล่านั้นไป

เมื่อก่อนไม่เคยทันคิด แต่ตอนนี้พอนึกย้อนกลับก็พบว่าตัวเองได้รับอะไรมากมาย

หากนายยังอยู่ก็คงยิ้มออกมาแล้วพูดว่า นี่แหละมนุษย์ล่ะ สินะ

จะว่าไปแล้ววันที่นายมอบหนังสือให้มาดวงดาวก็คล้ายจะดูงดงามเหมือนวันนี้

วันนั้นพวกเขาเพิ่งกลับขึ้นอวกาศหลังจากไปปฏิบัติภารกิจที่เวด้ามอบหมายมา นั่นเป็นครั้งแรกที่เขาลงไปที่โลก แม้จะพยายามเก็บอาการไว้ไม่แสดงออก แต่เขารู้ตัวดีว่าส่วนลึกในร่างกายตัวเองคล้ายแสดงปฏิกิริยาบางอย่าง เมื่อยานปโตเลไมออสขึ้นสู่อวกาศเขาก็รีบมาที่สถานที่ประจำ สถานที่ที่มองเห็นภาพอวกาศที่เต็มไปด้วยหมู่ดวงดาว ดวงดาวที่ส่องแสงทำหน้าที่ของตัวเองอย่างแข็งขัน

เพื่อย้ำเตือนตัวเอง อย่าหวั่นไหวไปกับภาพธรรมชาติที่สวยงามมาที่โลก เขามีหน้าที่ทำตามแผนการของอิโอเรีย เชนเบิร์ก ปฏิบัติตามคำสั่งของเวด้า มีชีวิตเพื่อเวด้า แค่เวด้าเท่านั้น

“นายนี่ชอบมาตรงนี้จังเลยนะ”

เสียงคุ้นหูดังขึ้นข้างหลัง ต่อให้ไม่หันไปมองทีเอเรียก็รู้อยู่ดีว่าเป็นใคร ชื่อของคนๆนั้นหลุดออกจากริมฝีปาก

“ล็อกออน สตราทอส”

“แม่นจริง” อีกฝ่ายหัวเราะพลางเดินมายืนข้างๆเขาพลางยื่นมืออกมาสองข้าง ข้างหนึ่งถือหนังสือเล่มหนึ่งส่งให้ หน้าปกเป็นรูปหุ่นยนต์โลหะรูปร่างมนุษย์กำลังประคองหัวใจส่องแสงสีแดงไว้กลางอกอย่างทะนุถนอม ส่วนอีกข้างนั้น…

กำลังถือภาพแสงออโรร่าที่เขาเห็นบนโลกเมื่อวันก่อน ในภาพคือภาพด้านข้างของตัวเขาเองที่กำลังยืนเหม่อมองแสงด้านบน ใบหน้าเขาคลี่ยิ้มบางๆ ดวงตาฉายประกายบางอย่างส่งผ่านออกมาอย่างชัดเจนแม้จะมองเห็นเพียงเลือนรางผ่านความมืด ราวกับว่าคนถ่ายตั้งใจเก็บบันทึกความรู้สึกนี้เอาไว้ให้ได้มากที่สุด

ทีเอเรียเอื้อมมือไปหยิบภาพจากอีกฝ่ายจากนั้นฉีกทิ้งเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ชิ้นส่วนของภาพกระจายลอยเคว้งตามภาวะไร้แรงโน้มถ่วงล้อมรอบใบหน้าที่ยิ้มอย่างอ่อนโยนของคนสูงกว่า

ล็อกออนยิ้มค้างเล็กน้อยจ้องมองดวงตาสีแดงที่เต็มไปด้วยความเย็นชาก่อนจะหัวเราะออกมา “จริงๆเลย นายนี่นะ จะรับความใจดีนี้ไปหน่อยไม่ได้หรือไง เสียใจนะเนี่ย”

“ฉันไม่ต้องการ” ทีเอเรียพูดพลางหันหลังจะออกไป แต่เท้าเขาไม่ทันจะลอยตัวขึ้นร่างทั้งร่างพลันถูกอีกฝ่ายดึงตัวเข้าไปกอด

ใบหน้าของคนสูงกว่าโน้มลงมาก่อนริมฝีปากที่มักยิ้มอ่อนโยนจะทาบทับลงมาฉวยจังหวะที่เขาจะโวยวายล่วงล้ำแทรกลิ้นดึงดันเข้ามอบจุมพิตเอาแต่ใจให้ แต่ในการบังคับจูบนั้นกลับเจือด้วยอารมณ์หลากหลาย ทีเอเรียเบิกตากว้าง มือที่ถูกรวบสองมือหนารวบทั้งสองอ่อนแรงลง ร่างทั้งร่างคล้ายจะเอนอิงแนบชิดร่างล็อกออนในทั้งร่าง

“ทีเอเรีย ฉันรักนาย” ล็อกออนกระซิบข้างหูบอกความรู้สึกในใจให้คนในอ้อมกอดฟัง ริมฝีปากเลื่อนจูบแก้มของทีเอเรียเบาๆ “ไม่ว่ายังไงก็ตามแต่ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ฉันอยากให้นายรู้ว่ารักนาย”

เพี๊ยะ!!

ใบหน้าล็อกออนสะบัดตามแรงมือที่ทีเอเรียฟาดตบ ทีเอเรียเม้มปากแน่นก่อนจะทะยานตัวจากไป

ล็อกออนมองตามหลังของอีกฝ่ายที่เคลื่อนคัวไปแตะแท่งนำทางก่อนจะขยับห่างออกไปเรื่อยๆ มือหนายกมือแตะแก้มตรงที่ถูกตบแต่มุมปากกลับยกยิ้ม

จริงๆเลย ทำไมนายถึงไม่ซื่อตรงกับความรู้สึกของตัวเองบ้างนะ ทีเอเรีย

ใบหน้าสวยหวานที่แดงซ่านด้วยความเขินอายตอนที่ตบหน้าเขานั้น… ไม่ว่ายังไงล็อกออนก็ไม่สามารถลืมมันได้จริงๆ

 

วันต่อมาทีเอเรียก็พบว่าบนเตียงในห้องพักของตัวเองมีหนังสือเล่มหนึ่งกับภาพที่เขาเคยฉีกทิ้งวางเอาไว้อยู่ เขาขมวดคิ้วมองมันอย่างไม่ชอบใจ แม้อยากจะเอาไปทิ้งแต่พอได้มองภาพที่ถูกปะติดกันอย่างเอาใจใส่จนมองแทบไม่ออกมาว่าเคยถูกฉีกมาแล้วใบนั้น… เขาก็ไม่สามารถทิ้งมันไปได้

เก็บเอาไว้เป็นหลักฐานของการไปโลกครั้งแรกก็แล้วกัน

ทีเอเรียบอกกับตัวเองอย่างนั้นพร้อมกับเก็บของไว้เรื่อยมา

พอตอนนี้คิดแล้วก็อดหัวเราะกับการหาเหตุผลบ้าๆของตัวเองเหตุผลนั้นไม่ได้

เมื่อนึกย้อนดูแล้ว…

ล็อกออน นายรู้แต่แรกแล้วสินะว่าฉันไม่ใช่มนุษย์ แต่ถึงย่างนั้นก็ยังดึงดัน ยังพยายามส่งความรู้สึกผ่านหนังสือเรื่องนั้นมาให้ เพื่อบอกว่าต่อให้ฉันเป็นหุ่นยนต์ไร้หัวใจไร้ความรู้สึก ไม่ใช่มนุษย์ หรือเป็นอะไรก็ตาม นายก็ยังคงยืนยันคำเดิมไม่เปลี่ยนแปลง

แต่ว่านะ… ล็อกออน ในตอนนี้น่ะ…

“ผมน่ะ เป็นมนุษย์”

และหัวใจของผมก็มอบมันให้นาย ล็อกออน สตราทอส ไม่สิ นีล… นีล ดีแลนดี้ แค่นาย แค่นายเท่านั้นเพียงคนเดียว แม้ตอนนี้นายจะจากไปในที่ไกลแสนไกล แต่ในกลาง ’หัวใจ’ ที่ได้รับมานี้นายยังอยู่ในนี้เสมอ ความอบอุ่นของนาย ความอ่อนโยนของนาย

ผมจะโอบอุ้มส่วนหนึ่งของนายเอาไว้ และจะปกป้องเปลี่ยนแปลงโลกนี้อย่างที่นายต้องการ นั่นเป็นเหตุผลในการต่อสู้ของผม

“นำทางผมด้วยนะ…”

คนที่ผมรักสุดหัวใจ.

 

AU QZGS : : เพียงชั่วพริบตายามหิมะร่วงหล่น I [ หานจาง ]

Fan Fiction:      Quanzhigaoshou ( เทพยุทธ์เซียน Glory / The King’s Avatar / Master of Skill )

Pairing:            หานเหวินชิง x จางซินเจี๋ย

 

หนึ่งชีวิตนี้ คงมีเพียงเรื่องนี้เรื่องเดียวที่เขาบ้ารั้นดึงดันไม่ยินยอมปล่อยวาง

หนึ่งชีวิตนี้ คงมีแค่ความรู้สึกอันไร้นามขานนี้เพียงความรู้สึกเดียวที่เขาอับจนหมดหนทางควบคุม

และหนึ่งชีวิตนี้ คงมีเพียงคนนี้แค่คนเดียวเท่านั้นที่เขาอยากพบก่อนจะสิ้นลมหายใจสุดท้าย

หากเป็นไปได้ขอแค่พบหน้าอีกสักครั้ง แค่อีกสักครั้ง ขอเวลาแค่สักชั่วอึดใจ…

 

ร่างในอาภรณ์ชุดไหมสีขาวฟ้าเงยหน้าขึ้นมองหิมะที่กำลังโปรยปรายจากท้องฟ้ามืดครึ้ม หิมะร่วงหล่นใส่ร่างกายสะบักสะบอมเต็มไปด้วยบาดแผลนับไม่ถ้วนของจางซินเจี๋ย ชุดหมอหลวงสีขาวฟ้าที่เคยงดงามสะอาดตาในตอนนี้กลับเปรอะเปื้อนด้วยรอยเลือดแดงฉานจากบาดแผลตามร่างกาย

ร่างโปร่งเพรียวค่อยๆลากเท้าเดินไปตามทางเดินที่ปกคลุมด้วยหิมะหนา แต่ถึงหิมะจะหนาเพียงใดในสายตาพร่ามัวคู่นี้ก็ยังคงเห็นว่าใต้หิมะที่ทับถมนั้นมีกองเลือดเจิ่งนองเต็มไปหมด ยามจางซินเจี๋ยขยับตัวเดินหนึ่งก้าวชายอาภรณ์ก็คล้ายจะลากผ่านร่างไร้ชีวิตหนึ่งชีวิต เสียงคนเจ็บตามพื้นถนนโอดครวญกรีดร้องดังจนหูทั้งสองข้างอืออึง คล้ายมีคนเรียกหาชื่อท่านหมอจางท่านหมอจางไม่ขาดปาก แต่จางซินเจี๋ยก็ได้เพียงยิ้มขมขื่นพยายามหักใจไม่ไปตามเสียงเรียก

ใช่ว่าเขาไร้หัวใจไร้เมตตา แต่เป็นเพราะตาคู่นี้พร่ามัวจนมองแทบไม่เห็นแล้ว มือคู่นี้ถูกบีบทับจนกระดูกแหลกไม่อาจรักษาใครได้อีก โพรงจมูกแสบร้อนไร้ความสามารถในการแยกแยะกลิ่น และไม่เกินสองชั่วยาม ร่างกายนี้ก็คงไม่สามารถเรียกได้ว่ามีชีวิต

ทุกย่างก้าวล้วนทำให้แผลบนร่างปริแตกเหมือนร่างกำลังถูกแยกเป็นเสี่ยงๆแต่แม้จะเจ็บแค่ไหนจางซินเจี๋ยก็ยังคงเดินต่อไปเรื่อยๆทีละก้าวทีละก้าว จุดมุ่งหมายคือหน้าประตูวังหลวงเพื่อทำหน้าที่สุดท้ายให้สำเร็จ

เขาต้องไปเปิดประตูหน้าเพื่อให้ทัพกบฏทัพหลักเข้ามาในวังหลวงให้ได้

ใช่ กบฏ ถึงตอนนี้จะชื่อว่าเป็นกบฏแต่หากผ่านพ้นค่ำคืนนี้ไป กบฏก็จะเปลี่ยนเป็นผู้กอบกู้บ้านเมือง

แคว้นที่เขาอยู่นั้นราชวงศ์เน่าเฟะจักรพรรดิไร้ทำนองครองธรรม ประชาชนเดือดร้อนทุกย่อมหญ้า เสียงคร่ำครวญกรีดร้องของผู้คนไร้ผู้มีอำนาจเหลียวแล ดังนั้นเขากับพรรคพวกผู้มีใจถักดีต่อแคว้นเลยจับมือกันก่อกบฏ

ทุกอย่างดำเนินไปได้ด้วยดี แต่ก่อนวันเคลื่อนย้ายกองกำลังไปตั้งหลักนอกเมืองเพื่อลอบเข้าโจมตีเมืองหลวง จักรพรรดิชั่วกลับไหวตัวทันกักทัพสนับสนุนที่ออกไปสมทับกับทัพหลักไม่ทันไว้ในตัวเมือง

จากนั้นค่ำคืนนองเลือดก็เกิดขึ้น ทุกย่อมหญ้าทุกย่างก้าวต่างเต็มไปด้วยการเขนฆ่า เลือดของเหล่ากบฏผู้ภักดีต่อแผ่นดินเกิดไหลนองพื้น จางซินเจี๋ยในฐานะที่เป็นผู้นำหลักของทัพสนับสนุนถูกองค์จักรพรรดิทรมานอยู่ในตำหนักจนร่างกายถึงขีดสุดทานทนไม่ไหวซ้ำแล้วซ้ำเล่านานสามวันสามคืน ยังดีที่วันนี้ทางทัพหลักส่งคนลอบมาเปิดประตูวังหลวงและมาช่วยเขา แต่คนผู้นั้นก็ถูกเหล่าทหารฆ่าตายทันทีที่ส่งจางซินเจี๋ยพ้นสายตาองค์จักรพรรดิ ดังนั้นหน้าที่ไปเปิดประตูวังหลวงจึงตกมาที่เขา

ที่สำคัญกว่าเปิดประตูวังหลวง นั่นคือเขาต้องไปพบหานเหวินชิงผู้เป็นแม่ทัพของทัพหลักให้ได้ มิใช่เพราะหน้าที่ แค่ขอได้พบหน้าอีกสักครั้ง ขอเวลาแค่สักชั่วอึดใจ…

ราวกับภาพร่างแข็งแกร่งคุ้นตาปรากฏอยู่ไม่ไกล จางซินเจี๋ยเลยขยับยิ้มบางๆ เลือดแดงก่ำไหลรินจากริมฝีปากแต่ดวงตาของหมอหลวงกลับทอประกายด้วยความสุข ตรงที่เขาอยู่ยังห่างไกลจากประตูหน้าวังอีกเยอะ แต่คล้ายในหัวจะเห็นภาพผู้เป็นสหายสนิทกำลังขี่ม้าด้วยท่าทางองอาจอยู่ตรงหน้า ดวงตาคมกริบคู่นั้นยังคงทอประกายมุ่งมั่นดุดันเหมือนเช่นทุกที

เหมือนดังเช่นครั้งแรกที่พบกัน เสี้ยวพริบตาที่ได้เห็นดวงตาคู่นั้นก็ได้ทำให้ใจที่เคยสงบเงียบมานานของเขาพลันสั่นไหว

จางซินเจี๋ยกัดฟันแน่นลากขาที่เริ่มอ่อนแรงเดินเกาะกำแพงไปเรื่อยๆพลางหวนนึกถึงเรื่องราวในอดีต ภาพของคนที่ทำเขาหลุดการควบคุมครั้งแล้วครั้งเล่าปรากฏขึ้นในหัว ภาพหานเหวินชิงที่กำลังมองตรงไปข้างหน้าอย่างมุ่งมั่น ภาพหานเหวินชิงที่กำลังขยับยิ้มมุมปากบางๆ ภาพที่อีกฝ่ายแบกเขาขึ้นขี่หลังเดินไปตามท้องถนน ราวกับภาพเหล่านั้นมีมนตราขับไล่ความเจ็บปวดออกไป จางซินเจี๋ยเลยนึกถึงขุดคุ้ยความทรงจำเหล่านั้นออกมาให้ได้มากที่สุด

ครั้งแรกที่พบกัน… สำหรับหานเหวินชิงแล้วคงไม่ใช่ความทรงจำที่ดีสักเท่าไหร่

ตอนนั้นเขายังเป็นเพียงเด็กน้อยที่ตามท่านพ่อผู้เป็นหมอหลวงเข้ามารักษาอดีตองค์จักรพรรดิ ท่านพ่อสั่งให้เขานั่งรออยู่ศาลาตรงริมสระบัวเพียงผู้เดียวก่อนจะรีบจากไปเพื่อรักษาพระอาการ

ยามนั้นดอกบัวในสระกำลังบานสะพรั่งชูช่อสวยเผยแย้มกลีบกระทบกับแสงอาทิตย์ยามเช้า ณ ริมขอบสระมีดอกบัวสีขาวบริสุทธิ์ดอกหนึ่ง จางซินเจี๋ยมองมันอย่างนึกชื่นชม

ท่านแม่ของเขาชอบดอกบัวยิ่งนัก

ร่างเล็กนึกถึงมารดาผู้อ่อนโยนที่เสียชีวิตไปแล้วของตนเอง ยิ่งมองดอกบัวก็ยิ่งรู้สึกโดนบัวดอกน้อยล่อลวงกวักมือเรียกให้เขาเด็ดจากช่อเพื่อนำไปมอบให้ท่านแม่ที่หน้าป้ายวิญญาณ

เด็กน้อยจางซินเจี๋ยสูดหายใจลึกหันซ้ายหันขวาไม่พบเห็นผู้ใด รอยยิ้มบางๆพลันเผยขึ้นบนเรียวปาก ร่างเล็กวิ่งออกจากศาลาไปแบกเอาท่อนไม้ยาวที่เห็นอยู่ไม่ไกลมาจากนั้นใช้ท่อนไม้เกี่ยวเอากอดอกบัวให้เข้ามาใกล้ เดิมทีจางซินเจี๋ยคิดว่าความยาวของท่อนไม้น่าจะพอๆกับระยะห่างของดอกบัว แต่เมื่อลองทำจริงๆจนแล้วจนรอดก็ยังเหลือช่องว่างนิดหน่อย

เด็กหนุ่มขยับปลายเท้าเข้าชิดริมสระเรื่อยๆ ในใจคิดเพียงว่าอีกนิดเดียว อีกแค่นิดเดียวเท่านั้น

“ระวัง!”

เสียงร้องดังลั่นมาจากด้านหลังทำเอาจางซินเจี๋ยตกใจหมุนตัวกลับไปมองทว่าขาข้างหนึ่งกลับลื้นร่างเล็กเอนไปด้านหลังราวจะร่วงลง พลันมือร้อนข้างหนึ่งเอื้อมมาเกี่ยวเอวเขาไว้ไม่ให้หล่นลงสระพร้อมกับๆที่ท่อนไม้ในมือเขาเหวี่ยงไปโดนหัวคนตรงหน้าพอดี แม้จะโดนไม้ฟาดอย่างแรงแต่เจ้าของมือก็ยังโอบเอวเข้าไว้แน่นพลางดึงเข้าแนบชิดจนจางซินเจี๋ยพ้นจากขอบสระ

พลัก!!

ร่างเล็กทิ้งท่อนไม้ในมือลงพื้น ดวงตากลมโตเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าอาบเลือดของอีกฝ่ายที่ดูอายุมากกว่าไม่กี่ปีอย่างร้อนรน “เจ็บหรือไม่ ข้าขอโทษข้าไม่ได้ตั้งใจ ทะ..ท่านเจ็บมากหรือไม่”

ดวงตาดุดันของคนตรงหน้ามาตรงมาอย่างตำหนิ “เจ้าทำอะไรของเจ้า”

น้ำเสียงดุดันแม้ไม่ได้ตวาดว่าทำเอาจางซินเจี๋ยใจเสียก้มหัวปลกๆขอโทษคนโตกว่าอย่างตะหนก ยิ่งเห็นพื้นหญ้าเต็มไปด้วยเลือดที่หยดมาจากขยับของอีกฝ่ายร่างเล็กก็ยิ่งหน้าเสีย “ข้าขอโทษที่ทำท่านบาดเจ็บ ข้าขอโทษ ข้าไม่ได้ตั้งใจจริงๆ”

“ข้าไม่ได้หมายถึงเรื่องนั้น ข้าหมายถึงเจ้ารู้ตัวหรือไม่ว่าจะหล่นลงไปในสระอยู่แล้ว” หานเหวินชิงถอนหายใจเบาๆพลางอธิบาย ปกติแล้วเขามักจะไม่อธิบายสิ่งที่เขาคิดอยู่ทำให้ผู้อื่นมักเข้าใจผิด อย่างเช่นเด็กตรงหน้านี้ก็คงเข้าใจว่าเขาโมโหที่ตัวเองบาดเจ็บ

ตอนแรกว่าจะจากไปทั้งๆแบบนี้ แต่พอเห็นร่างเล็กหน้าซีดชื้นเหงื่อก็อดปากไม่ได้ที่จะพูดออกมา “ข้าไม่ได้โกรธเจ้า แผลนี่ไม่ได้หนักหนา เงยหน้าขึ้นมาแล้วดูมันดีๆ”

จางซินเจี๋ยเงยหน้ามอง ดวงตาสองคู่สบกันพลันคล้ายห้วงเวลาหลุดหมุน ผ่านไปชั่วครู่ใหญ่จางซินเจี๋ยจึงละสายตาเสขึ้นไปมองแผลบนขมับอีกฝ่าย

แผลแม้จะไม่ใหญ่มาก แต่เลือดก็ออกมาไม่ใช่น้อย

“ข้ารักษาแผลให้ท่านดีไหม” จางซินเจี๋ยพูดขณะเขย่งตัวให้สูงขึ้นเพื่อจะได้ดูแผลชัดๆ

“เป็นหมอหรือ?”

“เปล่า แต่พ่อข้าเป็นหมอ ตกลงให้ข้ารักษานะ?” จางซินเจี๋ยพูดพลางยิ้มสดใส แสงแดดอ่อนๆกระทบกับรอยยิ้มนั้นพาเอาหานเหวินชิงเหม่อมอง… มองจนลืมปฎิเสธ

รู้ตัวอีกทีร่างเล็กที่ตอนแรกเขานึกว่าเป็นขันทีรับใช้ในวังหลวงก็วิ่งจากไปและกลับมาพร้อมกับใบเขียวๆอะไรสักใบ ก่อนจะจูงมือเขาไปนั่งในศาลา

จางซินเจี๋ยหยิบผ้าเช็ดหน้าของตนมาซับเลือดออกจากขมับอีกฝ่าย จากนั้นขยี้สมุนไพรสีเขียวในมือแล้วโป๊ะลงบนแผล แล้วค่อยเอาผ้าเช็ดหน้าอีกผืนทาบไว้ มือเล็กกดผ้าให้สมุนไพรแนบลงบนแผลเบาๆราวกลัวจะเจ็บ “หากข้ากดมือหนักไปท่านรีบบอกเลยนะ ประคบไว้ไม่เกินชั่วยามแผลก็สมานแล้ว”

หานเหวินชิงมองดวงหน้าเล็กตรงหน้าที่ยังคงยืนประคบแผลให้เขาอยู่ แม้ในใจจะนึกสงสัยว่าทำไมอีกฝ่ายไม่ให้เขากดแผลเองแต่เขาก็ไม่ได้เอ่ยปาก ท่าทางมุ่งมั่นจดจ้องไปที่แผลบนขมับของเขานั้นทำให้หานเหวินชิงนึกเอ็นดู

“ข้าชื่อหานเหวินชิง เป็นบุตรคนโตของแม่ทัพหาน แล้วท่านคือ?”

“ข้าเป็นบุตรของท่านหมอหลวงจาง ข้าชื่อจางซินเจี๋ย”

แสงแดดอ่อนๆสาดส่องกระทบร่างของเด็กสองคนในศาลา จางซินเจี๋ยยืนประคบแผลให้หานเหวินชิงจนเกือบครบชั่วยาม แต่ก่อนที่จะถึงกำหนดเวลาหมอหลวงจางที่รักษาพระอาหารขององค์จักรพรรดิเรียบร้อยแล้วก็ออกมาเสียก่อน

เมื่อพบว่าบุตรคนโตของแม่ทัพพิทักษ์เมืองหลวงหานมีบาดแผลเพราะบุตรชายตนทำเอาหมอหลวงจางลมแทบจับ ยิ่งพบว่าสมุนไพรที่จางซินเจี๋ยใช้นั้นรักษาแค่แผลแต่ไม่ได้คลอบคลุมไปถึงการไม่ทำให้ไม่เป็นรอยแผลยิ่งปวดหัว

หมอหลวงจางขมวดคิ้วมองจางซินเจี๋ยอย่างคาดโทษพร้อมกับเอ่ยปากดุ

“ลูกผู้ชายมีแผลเป็นนิดหน่อยก็ไม่เห็นเป็นอันใด” หานเหวินชิงพูดขึ้นมาแสดงเจตนาไม่ถือโทษกับความผิดพลาดของร่างเล็ก แต่ประโยคนี้กลับทำเอาจางซินเจี๋ยน้ำตาคลอ

การมีแผลเป็นบนใบหน้าแม้จะนิดหน่อยแต่ก็ถือว่าเสียโฉมแล้ว อีกทั้งหญิงสาวในเมืองต่างก็พากันหลงใหลบุรุษผู้มีรูปโฉมหล่อเหลางดงาม นี่เขาทำให้ผู้มีพระคุณหาหญิงสาวดีงามไม่ได้แล้วใช่หรือไม่ ทั้งๆที่ควรต่อว่าเขาแรงๆแต่อีกฝ่ายกลับปลอบใจเขาเช่นนี้…

“ข้าจะหาวิธีรักษาท่านให้ได้ หานเหวินชิง ท่านไม่ต้องกังวล!”

ร่างเล็กประกาศปนิธานอย่างมุ่งมั่น ผลลัพธ์ที่ผิดไปจากความตั้งใจของตัวเองทำให้หานเหวินชิงเบิกตากว้าง เมื่อกี๊เขาเพิ่งพูดไปไม่ใช่หรือว่าไม่เป็นอะไร

“ข้าไม่ติดใจเรื่องแผลเป็นจริงๆ”

“แต่ว่า..”

“ถ้าอยากชดเชยให้ข้านัก มิสู้ท่านไปเป็นยอดหมอฝีมือดีคอยรักษาข้าเวลาข้าบาดเจ็บจากสนามรบมิดีกว่าหรือ”

นับจากวันนั้น จางซินเจี๋ยก็ตั้งตั้งปณิธานว่าจะเป็นหมอหลวงที่เก่งที่สุดให้จงได้ วันเวลาล่วงเลยหลายปีพ้นผ่าน เด็กสองคนที่พบกันโดยบังเอิญก็กลายเป็นสหายสนิทพร้อมๆกับที่ต้นอ่อนต้นน้อยๆของความรู้สึกรู้สึกหนึ่งเริ่มออกหน่อผลิใบเบ่งบานในในของจางซินเจี๋ย

ทว่ากว่าจางซินเจี๋ยจะรู้ตัวว่าต้นไม้แห่งความรู้สึกในใจนั้นคืออะไรก็กลายเป็นว่าเขาไม่สามารถเอ่ยปากพูดคำนั้นออกไปแม้เพียงสักครึ่งคำ

มือเรียวขาวกรีดนิ้วบนสายกู่เจิงบรรเลงเพลงขับกล่อมแม่ทัพใหญ่ที่กำลังนั่งจิบสุราพลางจ้องมามาตรงหน้า จางซินเจี๋ยขยับนิ้วด้วยท่าทางสงบนิ่ง แต่ใบหน้ากลับผ่าวร้อนเบาๆ ใบหน้าหมอหนุ่มก้มงุดพยายามซ่อนแก้มระเรื่อแดงให้พ้นจากสายตาของหานเหวินชิง เสียงกังวานสดใสของกู่เจิงก้องดังทั่วห้องที่มีเพียงพวกเขาสองคน

แสงจันทร์สาดส่องจากหน้าต่างกระทบกับร่างโปร่งที่ขยับพลิ้วบรรเลงเพลง แสงนวลอาบไล้เรือนผมสลวยทาบทับใบหน้านวลส่องเรียวนิ้วของจางซินเจี๋ยเกิดเป็นภาพงดงาม หานเหวินชิงขยับยิ้มชูจอกสุรายกดื่มคล้ายดื่มให้คนตรงหน้าพลางเอ่ยปากชมเมื่อเสียงสายสุดท้ายดีดทิ้งเสียงแผ่วลง “ยอดเยี่ยมนัก”

“ฟังทุกครั้งท่านก็พูดเช่นนี้ทุกครั้ง ไม่เบื่อหรือไร” จางซินเจี๋ยหลุดยิ้มขบขัน แม้ภายนอกหมอหนุ่มจะยังคงสงบนิ่งค่อยๆขยับตัวมายังโต๊ะสุราแต่ในใจกลับสุขล้นเมื่อฟังคำชมแสนซ้ำซากของสหาย

หานเหวินชิงรินสุราใส่จอกในมือตนก่อนยื่นไปให้จางซินเจี๋ยรับไปดื่ม หมอหนุ่มชะงักชั่วครู่สูดหายใจลึกก่อนประทับริมฝีปากบนขอบจอกที่มีรอยชื้นทาบอยู่ก่อนแล้ว

“จางซินเจี๋ย ข้าว่าข้ารักเยี่ยอ๋อง”

“แค่กๆ!!” ประโยคจากหานเหวินซิงทำเอาคนฟังสำลักสุราพร้อมกับดึงหัวใจที่ลอยฟู่ฟ่องให้ลงมาต่ำ แต่คล้ายคนกระทำไม่รู้ตัวเลยแม้แต่น้อย ร่างสูงโน้มตัวเข้าใกล้ยื่นมือมาลูบหลังเขาเบาๆให้หายสำลักพลางพูดต่อ

“ในสายตาเจ้า การกระทำของข้าแปลว่าข้ารักเยี่ยอ๋องหรือไม่”

รักหรือไม่ รักเยี่ยอ๋องหรือไม่งั้นหรือ

จางซินเจี๋ยยิ้มขบขับกับอาการความรู้สึกช้าของอีกฝ่าย ฝ่ามือร้อนที่กำลังลูบหลังเขาอย่างอ่อนโยนพลันเปลี่ยนเป็นมีดคมที่กรีดลงหัวใจเขา หัวใจที่สุขล้นยามฟังคำชม หัวใจที่ลอยล่องเมื่อจูบทางอ้อมผ่านจอกสุราในยามนี้กลับเจ็บแปลบครุ่นคิดถึงการกระทำที่ผ่านมาทั้งหมดของหานเหวินซิงต่อท่านอ๋องเยี่ยซิว

มีเวลาว่างทีไรหากไม่มาหาเขา หานเหวินชิงก็จะไปท้าประลองกับเยี่ยอ๋อง วันใดที่ไปแล้วไม่เห็นหน้าเขาคนนั้น หานเหวินชิงก็จะกลับมาบ่นให้เขาฟังตลอด หลายวันก่อนมีข่าวแว่วมาว่าเยี่ยอ๋องกำลังหลงใหลนักดนตรีคนหนึ่ง อีกฝ่ายก็จ้วงเท้าเข้าห้องเขาปิดประตูร่ำสุรานิ่งเงียบคิ้วขมวดแน่น

ทุกๆการกระทำล้วนแปลได้เพียงคำเดียว..

“รัก”

จางซินเจี๋ยตอบกลับไป ขยับตัวออกจากอ้อมแขนของอีกคนพร้อมยกยิ้มหยอกล้อปกปิดความในใจเหมือนเช่นทุกที “ในที่สุดท่านก็รู้ตัวแล้วหรือว่าท่านรักเขา ท่านนี่ความรู้สึกช้าจริงๆ”

ความรู้สึกช้าแถมยังไร้ความรู้สึกไร้หัวใจ ความรักของข้ากองอยู่ตรงหน้าท่านแท้ๆท่านกลับไม่แลไม่สน

“ให้ข้าช่วยเป็นพ่อสื่อให้ดีหรือไม่ หากท่านลงมือเองไม่แคล้วเยี่ยอ๋องคงลอยหลุดมือ”

ข้ายอมแพ้แล้ว ข้ายอมแพ้แล้ว

“ไม่ต้องเกรงใจข้าหรอก ก็ท่านเป็นสหายข้านี่นา”

ใกล้แค่นี้แต่กลับแสนไกล…

เมื่อใบหน้าคมคายพนักหน้าตอบรับ จางซินเยี่ยก็ยกจอกสุราขึ้นดื่มพลางเบือนสายตามองพระจันทร์ด้วยดวงตาพร่ามัว

หานเหวินชิง ตั้งแต่ท่านพบกับเยี่ยอ๋องข้าก็พร่ำบอกตัวเองให้ปล่อยวางเรื่องท่านเสียที คุมความรู้สึกนี้ให้อยู่ในขอบเขตของสหายให้ได้เสียที ไยข้าจึงไม่ปล่อยวาง  ไยปล่อยวางไม่ลง

น่าชังนัก…

QZGS : : Christmas Event [ เยี่ยซิว x หลานเหอ ]

Fan Fiction:              Quanzhigaoshou ( เทพยุทธ์เซียน Glory / The King’s Avatar / Master of Skill )

Pairing:                     เยี่ยซิว x หลานเหอ ( เยี่ยหลาน )

 

อีเว้นท์คริสต์มาสของกลอรี่ปีนี้ก็ยังคงเหมือนเดิมกับทุกๆปี คือตามล่าหาโจรขโมยกล่องของขวัญจากนั้นเอาของขวัญกลับมาส่งให้ซานต้าที่เป็น NPC ประจำอีเว้นท์ ไม่มีอะไรต่างไปจากปกติจากปีก่อนๆ แต่ในวันพรุ่งนี้จะเป็นคริสต์มาสแรกที่หลานเหอเข้าร่วมหลังจากกลับมาเซิร์ฟเวอร์สิบ ดังนั้นเขาเลยตั้งใจว่าจะตามล่าหาของขวัญให้มากๆและมากๆขึ้นเป็นเท่าตัวกว่าหลายปีที่ผ่านมา

ส่วนสาเหตุน่ะหรือ ต้องโทษผลพวงจากอีเว้นท์คริสต์มาสในปีก่อนที่มีท่านเทพเยี่ยชิวนำขบวน แม้จะผ่านมาครบปีแต่เหตุการณ์นั้นยังตราตรึงในหัวหลานเหอไม่ตกหล่นเลยแม้แต่น้อย

ปีนั้นโชคดีที่หลานซีเก๋อเซิร์ฟเวอร์สิบเข้าร่วมกับจวินม่อเซี่ยว ผลประกอบการเลยอยู่ในขั้นดีเยี่ยม แต่ปีนี้หลานเหอคิดว่าเยี่ยชิวคงไม่ให้โอกาสแบบนั้นกับกิลด์ใดๆก็ตามในอาณาจักรทวยเทพ และด้วยวิธีการอันสะท้านสะเทือนของเจ้าของฉายาตำราสอนกลอรี่ เขาเป็นห่วงผลประกอบการของกิลด์หลานซีเก๋อในปีนี้จริงๆเลยตั้งใจว่าปีนี้จะขยันออกตามล่าหัวขโมยมากกว่าปีก่อนๆ

เพื่อวันพรุ่งนี้แล้วหลานเหอถึงกับอัพเกรดของในตัวหลานเฉียวชุนเสวี่ยยกใหญ่ อย่างน้อยกิลด์หลานซีเก๋อของเขาก็ต้องไม่แพ้กิลด์อื่นๆ เพื่อหลานซีเก๋อแล้ว เขายอมทุ่มสุดแรงสุดตัว!

“หลานเฉียว… คุณเข้าไอดีเจวี๋ยเซ่อดูความเคลื่อนไหวของกิลด์ซิงซินให้ฉันหน่อย”

“…เจวี๋ยเซ่อ?” หลังฟังคำพูดของชุนอี้เหล่า หลานเหอได้แต่นั่งกระพริบตาปริบๆอยู่หน้าจอมองภาพนักดาบคลั่งผู้เป็นหัวกิลด์ที่กำลังมอบหมายงานให้บรรดาเหล่าผู้นำ นานทีเดียวกว่าเขาจะออกปากถามคล้ายไม่แน่ใจกับคำสั่ง “…เจวี๋ยเซ่อหรือครับ?”

“เจวี๋ยเซ่อสิ” ชุนอี้เหล่าหันกลับมามองหลานเฉียวชุนเสวี่ยก่อนออกปากอธิบายว่า “ถึงตอนนี้จวินม่อเซี่ยวอยู่อาณาจักรทวยเทพ แต่คนส่วนมากในกิลด์ซิงซินยังอยู่เซิร์ฟเวอร์สิบ ดังนั้นมีโอกาสที่เยี่ยชิวจะกลับไปช่วยกิลด์ซิงซินที่เซิร์ฟเวอร์สิบแทนที่จะเป็นอาณาจักรทวยเทพ ไอดีนั้นของคุณอยู่ในตำแหน่งใหญ่โตแถมอยู่มาตั้งนานก็ไม่โดนแตะออก ดังนั้นข่าวกรองที่ได้น่าจะมีความน่าเชื่อถือกว่าพวกสายลับที่อยู่ในนั้นพอควร…”

แต่ไอดีนั้นเป็นไอดีสายลับที่ถูกเปิดโปงแล้วนะ!!

หลานเหออ้าปากอยากแย้งแต่ก็จนใจ ให้สายลับบอกออกไปว่าถูกจับได้แล้วแล้วจะให้สายลับคนนั้นเอาหน้าไปไว้ที่ไหน! ถึงเขาจะทำหน้าที่สายลับล้มเหลวแต่เขาก็ยังไม่ไร้จรรยาบรรณขนาดป่าวประกาศหรอกนะว่าตัวเองทำงานพลาด

“คุณไม่ต้องหวงที่นี่หรอก” ชุนอี้เหล่าพูดเสริมขึ้นไม่เปิดโอกาสให้คนที่กำลังหาข้ออ้างเอ่ยปากพูด “ถ้าหากคุณสืบมาได้ว่าจวินม่อเซี่ยวไปที่เซิร์ฟเวอร์สิบก็เท่ากับที่อาณาจักรทวยเทพไม่มีปัญหา ถ้าหากจวินม่อเซี่ยวไม่อยู่คุณค่อยติดต่อมาก็แล้วกัน”

“แต่ว่า…”

“อาหย่วน หน้าที่นี้มีแต่คุณที่ทำได้นะ ใช้สกิลอัญเชิ- อืม…แค่จับตาดูว่าจวินม่อเซี่ยวไปที่เซิร์ฟเวอร์สิบไหมเท่านั้นเอง เพื่อหลานซีเก๋อแล้วคุณบอกว่าจะยอมทุ่มสุดตัวไม่ใช่หรือ?”

“นั่นสิ หลานเฉียว เรื่องแค่นี้เอง ช่วยล่อ- แค่กๆ หมายถึงช่วยจับตาดูท่านเทพเยี่ยชิวเท่านั้นเอง” เพื่อนที่อยู่ข้างๆออกท่าตบบ่าหลานเฉียวชุนเสวี่ยพลักๆ “เพื่อหลานซีเก๋อแล้ว เมื่อวานนายยังบอกฉันอยู่เลยว่าจะยอมทำทุกอย่าง”

ทุกอย่างที่ทำได้ในอาณาจักรทวยเทพไม่ใช่เซิร์ฟเวอร์สิบต่างหากเล่า!! หลานเหอน้ำตานองหน้า รู้สึกถึงลางร้ายอย่างไรชอบกล

ดังนั้นแทนที่จะได้ช่วยทุกคนที่อาณาจักรทวยเทพเขากลับต้องเข้าล็อกอินไอดีสายลับที่ไม่ได้เข้ามานาน และด้วยความอิดออดไม่อยากกลับมาเล็กน้อยเด็กหนุ่มเลยจงใจเข้าเกมช้า กว่าจะรูดการ์ดเข้ากลอรี่ก็เลยเวลาเที่ยงคืนไปเกือบครึ่งชั่วโมง

และความช้าไปนี้ก็ทำให้เจวี๋ยเซ่ออยู่อยู่ท่ามกลางลูกกิลด์ซิงซินที่กำลังเฮลั่นส่งเสียงจอแจท่าทางดีอกดีใจกับอะไรสักอย่าง

“ลูกพี่เจวี๋ยเซ่อ คุณเข้ามาพอดีเลย” นักเวทสงครามที่ยืนข้างๆเห็นเจวี๋ยเซ่อที่พึงวาปเข้าเกมมากำลังหันซ้ายหันขวาจึงทักขึ้น “ไม่เห็นลูกพี่ออนตั้งนาน นึกว่าจะไม่รู้ข่าวซะแล้ว”

“ข่าวอะไรหรือ?” หลานเหอรีบถาม พอสังเกตดูดีๆนักเวทสงครามคนนี้ก็เลเวลเจ็ดสิบท่าทางจะมาจากอาณาจักรทวยเทพซะด้วย หรือว่าทางซิงซินระดมพลมาที่เซิร์ฟเวอร์สิบตามที่ชุนอี้เหล่าคิดไว้จริงๆ ไม่ได้การแล้ว!!

หลานเหอขยับเมาส์เตรียมเปิด QQ คุยกับชุนอี้เหล่า แต่ประโยคต่อมาของคนข้างๆทำเขาชะงัก

“ก็วันนี้จะมีผู้โชคดีในกิลด์คนหนึ่งจะได้ติดตามท่านเทพเยี่ยชิวหนึ่งวันไง”

หืม?

“หนึ่งคนหรือ?” หลานเหอทวนอย่างสงสัย หากกิลด์ซิงซินต้องการยึดอันดับที่เซิร์ฟเวอร์สิบจริงๆทำไมคนที่ช่วยจวินม่อเซี่ยวล่าหัวขโมยถึงมีเพียงหนึ่งคน “มีเงื่อนไขอะไรหรือเปล่า ต้อง PK กันเพื่อหาผู้ชนะ หรือว่าแข่งกันว่าใครจะหาหัวขโมยไวที่สุด!?”

หรือจะแข่งกันที่ใครหาของขวัญคริสต์มาสได้มากที่สุด? ถ้าอย่างนั้นล่ะก็เป็นเรื่องแน่!!

“ลูกพี่ใจเย็นๆอย่าตื่นเต้น เงื่อนไขกิจกรรมนี้ยังไม่มีใครรู้ เห็นเขาบอกว่าจะประกาศตอนเที่ยงคืนครึ่ง นี่ก็เหลืออีกนาทีเดียวแล้ว ถึงได้บอกไงว่าคุณเข้ามาทันเวลาพอดี” นักเวทสงครามหันมาพูดกับหลานเหอพลางกระโดดดึ๋งๆมองไปรอบๆบริเวณเหมือนๆกับทุกคนที่เริ่มไม่อยู่นิ่ง จากนั้นสักพักเสียงกรี๊ดเสียงตะโกนอย่างตื่นเต้นก็ดังก้อง

“นู้นๆจวินม่อเซี่ยวมาแล้วๆ ลูกพี่เจวี๋ยเซ่อกระโดดมาดูเร็วเข้า!! เขากำลังขึ้นไปบนหลังคาแล้ว!!”

คนข้างๆตะโกนบอกอย่างหวังดี แต่หลานเหอกลับทำตรงข้ามโดยการขยับไปหลบด้านหลังคนข้างหน้าอาชีพนักดาบคลั่งที่สูงกว่าทันที ถึงไอดีนี้จะเป็นไอดีสายลับที่ถูกเปิดโปงแล้ว แต่การมาของเขาในครั้งนี้นอกจากคนในกิลด์ระดับผู้นำแล้วเขาก็ไม่ได้บอกใคร ดังนั้นซ่อนตัวได้ก็จงซ่อนตัวเอาไว้

ตัวละครข้างหน้าบังร่างเจวี๋ยเซ่อพอดีกับที่จวินม่อเซี่ยวกระโดดขึ้นหลังคาซึ่งดูท่าจะอุปโลกน์ว่าเป็นเวที เสียงเฮลั่นจากลูกกิลด์ดังก้องไปทั่วก่อนจะเงียบลงเมื่อมีเสียงผู้หญิงกระแอมไอดังขึ้น หลานเหอแอบชะโงกหน้าออกไปดูเห็นจวินม่อเซี่ยวกำลังกวาดสายตามองกลุ่มคนราวกำลังหาอะไรอย่าง ส่วนข้างๆคนจรนั้นคือไอดีเล็กของหญิงสาวผู้เป็นหัวกิลด์ตัวจริง จู้เยียนเสีย ผู้กำลังตะโกนปาวๆบอกให้ทุกคนเงียบเสียงลง

เมื่อทั่วทั้งลานเงียบกริบ หญิงสาวจึงเอ่ยปากพูด

“ฮะแฮ่ม! เป็นที่ทราบกันดีว่าวันนี้กิลด์ซิงซินของเราจัดกิจกรรมพิเศษขึ้นมา ใครก็ตามที่ผ่านเงื่อนไขนี้ก็จะได้ติดตามจวินม่อเซี่ยวหนึ่งวันเต็มๆ!!”

“เฮ้!!!”

เสียงเฮดังลั่นขึ้นอีกครั้ง เสี้ยววินาทีนั้นหลานเหอรู้สึกคล้ายว่าจวินม่อเซี่ยวสบสายตากับเขา แม้ไม่แน่ใจว่าตัวเองคิดไปเองหรือเปล่า แต่เขาก็บังคับให้เจวี๋ยเซ่อกลับมาแอบหลังนักดาบคลั่งร่างยักษ์ตรงหน้าอีกครั้ง และด้วยความไม่ประมาทเลยออกคำสั่งให้ตัวละครย่อตัวลงนิดหน่อย เมื่อหน้าจอมีแค่ภาพแผ่นหลังของนักดาบคลั่งหลานเหอถึงรู้สึกโล่งอก

“เอาล่ะๆ เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา ขอประกาศเงื่อนไขเลยแล้วกัน…” จู้เยียนเสียพูดลากเสียงยาวพาให้ทุกคนลุ้นระทึก “สำหรับเงื่อนไขนั่นก็คือ คนที่…. คนที่ชนะ—“

“คนที่วันนี้มีสีฟ้าบนตัวเยอะที่สุดคือผู้โชคดี” เสียงจวินม่อเซี่ยวดังขึ้นขัดประโยคของจู้เยียนเสียพร้อมกับคนจรขยับตัวกระโดดสามจังหวะลงจากหลังคา ร่างสูงถือร่มเดินสาวเท้าแหวกทางลูกกิลด์ซิงซินตรงมาหาใครคนหนึ่งอย่างรวดเร็ว

เมื่อร่างนักดาบคลั่งร่างยักษ์ขยับออก จวินม่อเซี่ยวยืนอยู่ต่อหน้าใครคนนั้นเยี่ยซิวก็พูดทักทายอย่างอารมณ์ดี “ว่าไงเจวี๋ยเซ่อ ดูเหมือนคุณจะเป็นผู้โชคดีคนนั้นแล้วล่ะนะ”

หลานเหออ้าปากค้าง ก่อนที่สมองจะสั่งการมือสองข้างก็ออกคำสั่งให้เจวี๋ยเซ่อหันหลังกลับเตรียมหนี แต่มีหรือที่เยี่ยซิวจะไม่รู้ ชายหนุ่มรัวนิ้วเคาะคำสั่งคว้ามือตะปปไหล่ออกแรงกระชากบังคับจอมยุทธ์ดาบให้กลับมาเผชิญหน้าอีกครั้ง

ถึงตัวละครเกมจะไม่มีสีหน้า แต่หลานเหอคล้ายเห็นว่าจวินม่อเซี่ยวกำลังฉีกยิ้มเจ้าเล่ห์อยู่อย่างไรอย่างนั้น

“ชุดสีฟ้าขาว ผมยาวสีฟ้า หืม เชือกมัดผมสีฟ้าด้วยหรือ คุณนี่โชคดีสุดๆเลย ไม่มีใครมีสีฟ้าเยอะเท่าคุณแล้วนะเจวี๋ยเซ่อ คุณนี่โชคดีจริงๆ!”

โชคดีกับผีน่ะสิ!! หลานเหอน้ำตานองหน้า เขาเป็นสายลับซ่อนตัวอยู่แท้ๆ แต่ตอนนี้เป็นสายลับที่ถูกคนทั้งกิลด์จ้องกันเป็นตาเดียวไปแล้ว!

“ผมยกสิทธิให้คนอื่นได้ไหมครับ?” หลานเหอพูดเสียงอ่อย

“โอ๊ะ! จริงด้วยสิ มีของขวัญให้ผู้โชคดีด้วยนี่น่า” เยี่ยซิวพูดพลางกดคำสั่งแลกเปลี่ยน หลานเหอที่โดนเมินคำพูดฮึดฮัดในใจทำตัวเป็นปลาตายไม่กดรับ

“กดตอบรับเร็ว นี่เป็นของขวัญชิ้นพิเศษที่เตรียมให้ผู้โชคดีเลยนะ!” เสียงที่จงใจพูดเสียงดังกว่าเดิมราวกับจะป่าวประกาศกับลูกกิลด์ว่าเขาเมินไม่ยอมดีลทำให้หลานเหอต้องยอมกดรับของก่อนที่จะมีคนสงสัย

ของที่ได้มาคือเชือกรัดผมเส้นหนึ่ง

เด็กหนุ่มคลิกดูข้อมูลก่อนจะตาโตกับสิ่งที่เห็น นี่เหมือนจะเป็นสิ่งของประดิษฐ์เอง? ถึงคุณสมบัติจะไม่มีอะไรเป็นพิเศษนอกจากเพิ่มความเร็ว แต่ดีไซน์การออกแบบไม่เลวเลย ปลายของเชือกทั้งสองข้างเป็นเครื่องประดับรูปร่มสีเงิน

มือเล็กคลิกกดเปลี่ยนเครื่องแต่งกายของตัวเอง ใส่เชือกรัดผมที่ได้มาใหม่แทนที่เชือกอันเดิม แม้ร่มสีเงินทั้งสองอันจะมีขนาดเล็ก แต่เมื่ออยู่บนเรือนผมยาวสีฟ้าของเขาแล้วดูโดดเด่นออกมาอย่างเห็นได้ชัด แถมยามเจวี๋ยเซ่อขยับตัวร่มสองอันนี้ก็ยังกวัดแกว่งพริ้วตามการเคลื่อนไหวด้วย

ไม่เลวเลย หลานเหอนึกชอบใจจนอยากเก็บไปใส่ให้หลานเฉียวชุนเสวี่ย

และราวกับว่าคนจรตรงหน้ารู้ความคิดในใจ จู่ๆจวินม่อเซี่ยวก็โน้มตัวลงมากระซิบข้างหูเขา “เอาให้หลานเฉียวใส่ก็ได้ ยังไงเชือกรัดผมเส้นนี้ก็เตรียมไว้ให้คุณอยู่แล้ว”

หืม?

“เตรียมให้ผู้โชคดีไง” คนตรงหน้าพูดพลางลูบหัวเขาเบาๆ เมื่อหลานเหอเลิกติดใจสงสัยอีกฝ่ายก็ยืดตัวยืนตรง มือข้างที่ไม่ได้ถือร่มคว้ามือข้างหนึ่งของเจวี๋ยเซ่อมากุมไว้ “ไปกันเถอะ”

อีกฝ่ายพูดพลางโยนคำเชิญร่วมปาร์ตี้มาให้ หลานเหอกดรับก่อนรีบถามด้วยความสงสัย

“ไป? เดี๋ยวๆ ผมยังไม่รู้เลยว่ากิจกรรมนี่ให้ไปไหน”

“ตามจวินม่อเซี่ยวไปทำเควสเควสหนึ่งน่ะ คุณตามฉันมาก็พอ เกอไม่พาคุณไปขายหรอก”

เพราะคุณเป็นคนซื้อต่างหาก หลานเหอกัดฟันกรอดต่อคำของเยี่ยซิวในใจตัวเองพลางขยับตัวเจวี๋ยเซ่อเดินตามคนที่กำลังจูงมือเขาตรงไป แม้จะยังไม่มีหลักฐานอะไร แต่เด็กหนุ่มรู้สึกว่าตัวเองกำลังโดนขายอย่างไรชอบกล

ส่วนสิ่งที่จุดประกายให้เขาสงสัยน่ะหรือ

เพราะจู่ๆปี่เหยียนเฟยก็ทัก QQ มา บอกว่า ชุนอี้เหล่าคิดถูกจริงๆที่ตกลงส่งหลานเฉียวไปเซิร์ฟเวอร์สิบ ไม่ต้องห่วงที่อาณาจักรทวยเทพนะ ผลประกอบการของหลานซีเก๋อนำโด่งเลย ตั้งใจทำงานเข้า!

เจอประโยคแบบนี้มีหรือที่หลานเหอจะไม่นึกสงสัย แต่ถึงจะสงสัยแล้วเขาจะทำอะไรได้นอกจากถอนหายใจปลงตกและทำตัวเป็นผู้โชคดี…

สายลับผู้โชคดีที่โดนจับตามองตลอดทางเพราะเดินจับมือกับจวินม่อเซี่ยว!

เดี๋ยวเถอะ!! ไอ้ประโยคที่บอกว่า หรือจะเป็นแฟนของท่านเทพเยี่ยชิวนี่ใครเป็นคนพูด!?

หลานเหอหันซ้ายหันขวามองหาต้นเสียงขณะที่คนจรข้างๆกลั้นหัวเราะในลำคอ จากนั้นพาเขาเดินออกจากกลุ่มคน ลูกกิลด์ซิงซินเริ่มสลายตัวออกไปทำเควส หลานเหอเดินเต๊าะแต๊ะตามคนตรงหน้าไปเรื่อยๆ ในหัวก็นึกถึงเควสที่จะต้องทำ

เควสลับที่ทำแล้วได้ของขวัญเยอะกว่าไล่ตีหัวขโมย?

หรือจะเป็นเควสที่ทำให้เพิ่มค่าสถานะเป็นเท่าตัว?

“ถึงแล้ว”

จู่ๆจวินม่อเซี่ยวก็หยุดยืนตรงหน้า NPC ชายหญิงคู่หนึ่งที่หน้าต้นคริสต์มาสขนาดยักษ์ที่มาแทนที่น้ำพุตรงลานกลางเมือง เนื่องจากเกือบทุกคนในเกมต่างวุ่นอยู่กับอีเว้นท์คริสต์มาส ดังนั้นบริเวณลานกลางเมืองจึงแทบร้างผู้คน

ต้นคริสต์มาสถูกประดับด้วยไฟและของขวัญพร้อมอุปกรณ์ตกแต่งมากมาย หลานเหอฉวยโอกาสที่จวินม่อเซี่ยวเข้าไปรับเควสเงยหน้ามองดาวสีเงินที่ประดับบนยอดสูงเสียดฟ้า ตอนนี้เป็นเวลาตีหนึ่งกว่าๆท้องฟ้าจึงเป็นฉากกลางคืนที่มีดาวประดับระยิบนะยับ

แม้ล้อมรอบด้วยดาวหลายดวง แต่ดาวสีเงินบนต้นคริสต์มาสก็ยังดูโดดเด่นงดงามจับใจ แถมยังดูราวกับจะลอยลงมาอย่างไหรอย่างนั้น…

ไม่สิ! ดาวลอยลงมาจริงๆต่างหาก!! แถมเร็วมากด้วย!!

ต้องหนี!!

“เยี่ยชิว!! ดาวมันกำลัง—“

วูบ…

ยังไม่ทันที่หลานเหอจะพูดจบละอองสีเงินที่โปรยปรายลงมาพร้อมกับดาวประดับยอดต้นคริสต์มาสก็ตกลงบนเจวี๋ยเซ่อ หน้าจอเกมหลานเหอพลันเปลี่ยนเป็นฉากสีดำสนิทชั่วพริบตา ก่อนประกายแสงสีเงินจะจะรวมตัวกันเป็นรูปดาวห้าแฉกจากนั้นหลานเหอก็พบว่าเจวี๋ยเซ่อถูกวาบมาสถานที่ที่หนึ่ง

ทั้งหมดกินเวลาไม่ถึงสิบวินาที หลานเหอที่สะดุ้งลุกยืนด้วยความตกใจเพราะคิดว่าตัวเองโดนแฮกเลยกลับมานั่งนิ่งๆตามเดิม

เบื้องหน้าเขาคือจวินม่อเซี่ยว ส่วนสถานที่ที่เจวี๋ยเซ่อกำลังอยู่นั้น…

เหมือนจะเป็นภายในต้นคริสต์มาสยักษ์?

หลานเหอคิดมาตลอดว่าต้นคริสต์มาสนั้นเป็นแค่ของประดับเพราะเมื่อก่อนเขานึกสงสัยเลยพยายามเข้ามาแต่ก็พุ่งชนต้นคริสต์มาสจนกระเด็นทุกที แต่ถ้าพิจารณาจากทิวทัศน์รอบๆนี้แล้วน่าจะเป็นภายในต้นคริสต์มาสแน่นอน

แถมข้างบนยังมีช่อมิสเซิลโทลอยอยู่บนหัว…

อืม… นานมาแล้ว เหมือนเขาเคยได้ยินเรื่องช่อมิสเซิลโทจากที่ไหนสักที่ เกี่ยวกับเรื่อง..

“อ๊ะ!” จู่ๆหน้าจอหลานเหอก็สั่นวูบ ตอนนี้หน้าจอเขาเป็นภาพใบหน้าของจวินม่อเซี่ยว ที่หน้าจอกระตุกเมื่อครู่เพราะเหมือนอีกฝ่ายจะรั้งตัวเขามากอด

“เสี่ยวหลาน…”

จู่ๆเสียงอีกฝ่ายที่ดังในเฮดโฟนก็ฟังดูละมุนอย่างบอกไม่ถูก หลานเหอกลืนน้ำลายเอือก สะบัดหน้าแรงๆสองสามทีไล่ความคิดพิลึกพิลั่นที่จู่ๆก็เข้ามาในหัว

“คะ..ครับ”

แต่เสียงที่ตอบออกไปก็ยังสั่นอยู่ดี! เด็กหนุ่มอ้าปากพะงาบๆคล้ายอยากพูดต่อแต่นึกคำพูดไม่ออก

นี่มันเควสอะไร!? จำเป็นต้องใกล้ชิดขนาดนี้หรือ!!???

“คะ..เควส–”

“อ้อ! เสี่ยวหลานใจร้อนอยากทำเควสต่อแล้วหรือ”

จะถามว่าเควสนี่มันเควสอะไรต่างหากเล่า

หลานเหอกำลังอ้าปากจะแย้ง แต่จู่ๆใบหน้าจวินม่อเซี่ยวพลันขยับเข้ามาใกล้กว่าเดิม ลมหายใจของเขาที่เพิ่งสงบกลับมาติดขัดคล้ายกำลังจมน้ำ

เสี้ยววินาทีนั้นแสงสีเงินพลันโปรยปรายลงมาอีกรอบ ภาพหน้าจอเปลี่ยนเป็นมุมมองบุคคลที่สาม

ภาพนั้นคือภาพจวินม่อเซี่ยวกำลังจุมพิตริมฝีปากเจวี๋ยเซ่อใต้ช่อมิสเซิลโทที่กำลังเปล่งแสงสีทองละมุนตา รอบๆทั้งคู่คือละอองสีเงินที่หมุนวนเป็นเกลียวคล้ายสายน้ำบางๆวนล้อมรอบร่างสองร่างไว้ด้านใน เสียงเพลงเปียโนบรรเลงเพลงหวานดังคลอแผ่วเบา

“เสี่ยวหลาน…คำตอบล่ะ?”

นานมาแล้ว เหมือนเขาเคยได้ยินเรื่องช่อมิสเซิลโทจากที่ไหนสักที่ เกี่ยวกับเรื่อง.. การจุมพิตใต้ช่อมิสเซิลโทสื่อความหมายว่า ขอเป็นแฟนกับเธอ.

ขอเป็นแฟน…

เป็นแฟน..

พรึบ!!

หน้าจอคอมหลานเหอดับวูบ ปลายนิ้วเด็กหนุ่มกดค้างแช่ไว้ที่ปุ่มปิด-เปิดเครื่อง ใบหน้าเด็กหนุ่มเห่อร้อน กว่าจะรู้ตัวว่าเมื่อกี๊ตัวเองกดปิดเครื่องก็ผ่านไปเป็นนาที

แต่หัวใจที่เต้นรัวในอกนี่ผ่านไปนานก็ไม่สงบให้เขาเลยแม้แต่น้อย แถมประโยคนั้น…

“เสี่ยวหลาน…คำตอบล่ะ?”

ก็ยังดังก้องราวถูกกระซิบข้างหู สร้างความปั่นป่วนให้หัวใจที่ไม่สงบนั้นไม่สงบยิ่งกว่าเดิม…

 

อีกฝั่งทางร้านเน็ตซิงซิน เยี่ยซิวส่ายหน้าเบาๆกับหน้าจอที่ปรากฏภาพจอมยุทธ์ดาบผมสีฟ้านามเจวี๋ยเซ่อที่ค้างเติ่งอยู่หน้าจอทั้งๆที่ในช่องแชทแจ้งว่าเจ้าตัวออฟไลน์ไปแล้ว

ซึ่งเป็นผลจากการที่หลานเหอบังคับออฟไลน์แบบปิดเครื่องกะทันหัน

“ร้ายกาจจริงๆ” เยี่ยซิวพึมพำเบาๆปนอ่อนใจปนเอ็นดู เฉินกั่วเดินผ่านมาพอดีเลยถลึงตาใส่พร้อมกับพูดว่า

“นายเพิ่งจะรู้เรอะ ว่าเด็กจากหลานซีเก๋อนั่นร้ายกาจ!!” เฉินกั่วพยายามห้ามตัวเองไม่ให้ไปคว้าคอเยี่ยซิวมาเขย่า ส่วนสาเหตุที่เธอโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงก็เพราะจู่ๆหลานเหอก็พาตัวเจวี๋ยเซ่อโผล่มาในกิจกรรมวันคริสต์มาสของซิงซินทำเอาเยี่ยซิวทำแผนกิจกรรมที่วางไว้ของเธอพังหมด!

ตอนแรกกิจกรรมคือ คนที่ชนะในการแข่งขันหาของขวัญจากหัวขโมยคริสต์มาสจะเป็นผู้โชคดีที่เยี่ยซิวจะสอนวิธีลงดันเจี้ยนหนึ่งดันเจี้ยนตามที่คนๆนั้นขอ

แล้วคนที่วันนี้มีสีฟ้าบนตัวเยอะที่สุดคือผู้โชคดีนี่มันอะไร!!??

แล้วจากวิธีลงดันเจี้ยนเปลี่ยนเป็นทำเควสลับพิเศษของคู่รักในวันคริสต์มาสนี่มันอะไร!!??

แถมของขวัญให้ผู้โชคดีนั่นมันอะไร เธอไม่เห็นรู้เรื่องเลยสักนิด!!

เฉินกั่วคิดว่าแผนการพากิลด์ซิงซินขึ้นเป็นอันดับหนึ่งในอีเว้นท์คริสต์มาสพังลงเพราะหลานเหอโผล่มา… แต่ถ้าเธอรู้ความจริงที่ว่าเยี่ยซิวต่างหากที่เป็นตัวการทำข้อตกลงกับหลานซีเก๋อให้ส่งหลานเหอมาเซิร์ฟเวอร์สิบ การโมโหธรรมดาคงกลายเป็นกระอักเลือดแทน

 

 

QZGS : : Happy Birthday LANHE [ เยี่ยซิว x หลานเหอ ]

 

Fan Fiction:           Quanzhigaoshou ( เทพยุทธ์เซียน Glory / The King’s Avatar / Master of Skill )

Pairing:                  เยี่ยซิว x หลานเหอ ( เยี่ยหลาน )

Note:                      แค่อยากเขียนฉากหิมะเฉยๆ ดังนั้นมันเลยมีหิมะ แล้วก็ OOC แต่เสี่ยวหลานมีความสุข  เจียเจี่ยก็ดีใจ สุขสันต์วันเกิดเสี่ยวหลานคนดี >3<

 

ท่ามกลางหิมะสีขาวที่โปรยปรายจากฟ้าลงมาไม่ขาดสายหลานเหอเดินทอดน่องช้าๆตามทางเดินที่คลาคล่ำด้วยผู้คน เด็กหนุ่มยกมือแดงแจ๋ของตัวเองขึ้นเป่าให้ลมหายใจอุ่นๆหวังช่วยบรรเทาความเย็น

ปกติแล้วเมืองที่เขาอยู่อากาศมักจะอบอุ่นอยู่เสมอ แม้จะเป็นหน้าหนาวแต่หิมะก็แทบไม่ค่อยตก ดังนั้นวันนี้ที่ออกมาเลี้ยงฉลองกับเพื่อนนอกบ้านเขาเลยไม่ได้ใส่เสื้อผ้าหนาๆกับถุงมือ ดังนั้นกว่าจะรู้ตัวว่าหิมะตกก็ตอนที่งานเลี้ยงเลิกลาต่างฝ่ายต่างแยกย้ายกันกลับบ้านแล้วนู้นแหละ

และมันก็เป็นเวลาดึกดื่นค่อนคืนแล้ว

ทว่าจะเวลานี้จะเป็นเวลาดึกแค่ไหน หิมะจะโปรยปรายลงมาสร้างความเย็นให้กับร่างกายเท่าไหร่แต่หลานเหอก็ยังคงเดินทอดน่องช้าๆเอื่อยๆคล้ายไม่อยากพาตัวเองไปถึงที่พักไวนัก

เพราะวันนี้เขาทะเลาะกับเยี่ยซิว…

พอคิดๆดูมันก็เป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆจนไม่น่าทะเลาะกัน ดังนั้นที่หลานเหอจงใจทอดเท้าให้ช้าลงไม่ใช่ว่าเพราะยังโกรธจนไม่อยากพบหน้าอีกฝ่าย แต่เป็นเพราะเขารู้สึกผิดรู้สึกละอายใจจนไม่กล้าพบหน้าต่างหาก

หลานเหอถอนหายใจยาว ควันสีขาวลอยฟุ้งไปตามอากาศ

ด้วยเนื่องจากวันนี้เป็นวันเกิดของเขา พวกเพื่อนๆในกิลด์หลานซีเก๋อจึงแอบจัดงานวันเกิดให้โดยพากันถ่อมาจากเมือง G มาจัดเลี้ยงที่เมือง H ที่ที่เขาอยู่ในปัจจุบัน กว่าหลานเหอจะรู้ว่าพวกนั้นจะจัดงานให้ก็เป็นเวลาก่อนวันงานแค่วันเดียว และทุกคนต่างรู้ว่าเขากับท่านเทพเยี่ยชิวเป็นแฟนกันเลยพากันคะยั้นคะยอให้พาท่านเทพมาร่วมงานด้วย

หลานเหอเอ่ยปากชวนเยี่ยซิว แต่อีกฝ่ายก็ไม่ยอมไปทั้งๆที่วันนี้ทั้งวันเจ้าตัวขอลาหยุดพักทั้งวัน เขาเลยโมโหถลาตัวออกจากบ้านแต่เช้าไม่บอกไม่กล่าวเจ้าตัว

หลานเหอรู้ตัวว่าตัวเองผิดที่คิดจะพาเยี่ยซิวผู้ไม่ชอบออกสังคมไปงานเลี้ยงของเขา…. แต่ช่วงนี้มีข่าวลือหนาหูว่าท่านเทพเยี่ยชิวมีแฟนสาว แม้จะเป็นแค่ข่าวลือข่าวโคมลอย แต่บอร์ดของกลอรี่ก็ลงข่าวนี้เนื่องๆมาเกือบสามสี่เดือนแล้ว และเกือบเดือนมานี่เยี่ยแทบจะไม่เคยกลับมาบ้าน

แม้ความสัมพันธ์ของพวกเขาจะประกาศออกไปไม่ได้ ทว่าเกี่ยวกับเรื่องนี้หลานเหอก็รู้ตัวเองยังแสดงนิสัยแบบเด็กๆของตัวเองออกไปอยู่ เขาห้ามความคิดของตัวเองไม่ได้เรื่องอยากจะเก็บเยี่ยซิวไว้ให้เป็นของตัวเองคนเดียว เขาห้ามความรู้สึกหงุดหงิดของตัวเองเวลาเยี่ยซิวถูกแฟนคลับเกาะแกะไม่ได้

เขาเป็นใคร… เขาเป็นแค่หนึ่งให้ห้ายอดฝีมือของหลานซีเก๋อ แต่อีกฝ่ายเป็นถึงท่านเทพเยี่ยชิว

เขาเป็นใครกัน… เขาเป็นแค่ผู้ชายคนหนึ่งหน้าตาธรรมดา แต่อีกฝ่ายเพียงแค่อัพเวยป๋อทีหนึ่งหนุ่มๆสาวๆก็พากันแห่พูดถึงเป็นค่อนเดือน

พอนึกถึงตรงนี้หลานเหอก็ต้องถอนหายใจออกมาอีกครั้ง ดวงตากลมโตเหม่อมองควันสีขาวที่ลอยขึ้นไปบนฟ้าครึ้ม บางที…บางทีถึงเวลาที่เขาต้องปล่อยมือเสียที

เกือบปีแล้วที่เขาตกลงคบกับเยี่ยซิว บางทีนี่คงถึงเวลาแล้ว…

คล้ายภาพที่มองพร่ามัวถูกเคลือบด้วยหยาดน้ำ หลานเหอยกมือปาดมันออกทันควันแล้วก้าวเดินต่อ

อีกไม่เกินสิบก้าวเพียงแค่เลี้ยวเข้าซอยตรงหัวมุมข้างหน้าก็จะถึงที่พัก แต่หลานเหอรู้สึกว่าแต่ละก้าวราวกับกำลังเดินบนกระจกใส หนึ่งก้าวเขานึกถึงตอนที่เขาส่งคำขอเป็นเพื่อนกับจวินม่อเซี่ยว อีกหนึ่งก้าว ภาพตอนที่จวินม่อเซี่ยวใช้ฝ่ามือโรยบุปผาพาพวกเขาทำหนึ่งคลื่นพินาศก็ปรากฏขึ้นในหัว หนึ่งก้าวถัดมา มือคู่สวยขยี้หัวเขาเบาๆรอยยิ้มบางๆกลิ่นบุหรี่โชยจางๆจากริมฝีปากที่เอ่ยเรียก เสี่ยวหลาน… หนึ่งก้าว…ริมฝีปากนั้นทาบทับจุมพิตเขา หนึ่งก้าวถัดไป… และถัดไปอีก…

เขาเลี้ยวเข้าซอย หลานเหอยืนนิ่งอยู่หน้าทางเข้าบ้าน อีกหนึ่งก้าว เขาเงยหน้าขึ้นเห็นใครบางคนอยู่ตรงประตู

เคยอ่านจากที่ไหนสักที่ กล่าวว่า เมื่อพบหน้า… ข้าพบรักเจ้า…

ในหนึ่งก้าวที่เดินออกไป หลานเหอรู้สึกถึงความหมายของประโยคนั้น

ท่ามกลางหิมะสีขาวโปรยปรายลงมาจากฟ้า ร่างคุ้นตายืนอยู่ เยี่ยซิวยืนนิ่งกลางหิมะ ปุยขาวๆร่วงหล่นลงเกาะตามคิ้ว ปลายขนตา จมูก บนบ่า ร่างนั้นยืนนิ่งปล่อยให้ปุยสีขาวปกคลุมตัวเอง จวบจนเมื่อหลานเหอก้าวมาอยู่ในครรลองสายตา เยี่ยซิวจึงคลี่ยิ้มบางๆในมือของอีกฝ่ายถือกล่องเล็กๆผูกโบว์สีฟ้ากล่องหนึ่ง

“เสี่ยวหลาน กลับมาแล้วหรือ”

เมื่อพบหน้า ข้าพบรักเจ้า… แค่เพียงพบหน้าก็รับรู้ถึงความรักและการตกหลุมรักอีกครั้งหนึ่ง

น้ำตาหลานเหอร่วงเผาะ ถลาตัววิ่งพาร่างเย็นเฉียบของตัวเองซุกกับร่างเย็นเฉียบของคนโตกว่า อีกฝ่ายยกมือข้างที่ว่างขึ้นโอบกอดเขา ร่างเย็นๆสองร่างรวมกันกลับอบอุ่นจนหวานละมุนไปทั้งใจ หลานเหอหัวเราะเบาๆ “เยี่ยซิว ผมจะไม่ปล่อยคุณไป”

หลายครั้งที่คิดอยากปล่อยวาง ไม่อยากกังวลเรื่องของคนๆนี้ แต่ทุกๆครั้งหลานเหอก็ไม่อาจตัดใจ ความรักอาจจะเป็นเช่นนี้ สร้างความหว้าวุ่น สร้างความปวดร้าว ทว่าก็มอบความสุขให้อย่างล้นหลาม เพราะรักจึงกังวล เพราะรักจึงหวงแหน และเพราะรักจึงรัก

“พูดอะไร ถึงเสี่ยวหลานอยากปล่อยแต่เกอก็ไม่ยอมให้ปล่อยหรอกนะ” ร่างสูงพูดพลางแตะคางกระต่ายน้อยที่ซุกอกตัวเองเชยขึ้นแล้วจุมพิตเบาๆ ทาบทับบนริมฝีปากราวแมลงปอล้อผิวน้ำ ก่อนจูบหวานละมุนจะตามมาแล้วร้อนแรงขึ้นตามลำดับ

กลางหิมะพร่างพราย แม้อากาศจะเหน็บหนาว แต่ถ้าหากอยู่ด้วยกันก็ทุกอย่างก็ช่างแสนอบอุ่น

“เสี่ยวหลาน หายเมาหรือยัง?” เยี่ยซิวถามพลางผละริมฝีปากออกมาอย่างอ้อยอิ่ง ในลิ้นเขารับรู้ถึงรสแอลกอฮอล์จากคนรักที่กำลังหน้าแดงก่ำ ปลายนิ้วจากมือคู่สวยเกลี่ยซับคราบน้ำตาคนในอ้อมแขนอย่างอ่อนโยน “เห็นซี่โจวส่งข้อความมาว่าเสี่ยวหลานน้อยใจที่เกอไม่ยอมไปด้วยแล้วซัดเบียร์เป็นขวดๆจากนั้นก็นั่งบ่นให้เพื่อนฟัง ทำไมมีอะไรเสี่ยวหลานไม่พูดกับเกอตรงๆเล่า”

ร่าสูงเปิดประตูบ้านพลางจูงมือคนอายุน้อยกว่าเดินตรงไปยังโต๊ะอาหาร บนโต๊ะมีอาหารร้อนๆควันฉุยส่งกลิ่นหอมยั่วยวนกระเพาะเต็มไปหมด

ทว่าหลานเหอกลับนึกถึงประโยคที่เยี่ยซิวพูดเมื่อครู่…

เมา? เขาน่ะหรือเมาอยู่?

“เยี่ยเกอ ผมไม่ได้เมานะ!” หลานเหอประท้วงเสียงแข็งขณะถูกกดตัวให้นั่งลงบนเก้าอี้ เยี่ยซิวที่ยังวางมือบนบ่าหลานเหอชะงักชั่วครู่ มองดวงตาที่ฉ่ำเยิ้มแสดงออกว่ากำลังเมาอยู่ชัดๆของคนรักก่อนยกนิ้วขึ้นชู

“นี่กี่นิ้ว”

หลานเหอหรี่ตามองนิ้วเรียวสวยที่สั่นไหวไปมาจนจับภาพไม่ออกว่ามีกี่นิ้ว เด็กหนุ่มสะบัดหัวเบาๆจนภาพเริ่มชัดเจนจึงรีบตอบด้วยความมั่นใจ “สี่!”

ถูกชัวร์! เขาไม่ได้เมาสักหน่อย!

ทว่าคำตอบที่ได้กลับมากลับเป็นมะเหงกโป๊กหนึ่งโขกลงมาเบาๆ ก่อนจะตามด้วยการถูกดึงแก้มบีบไปบีบมาอีกยกใหญ่

“สองก็พอ เมาแล้วยังไม่ยอมรับว่าตัวเองเมาอีก” เยี่ยซิวพูดพลางขยี้แก้มนุ่มๆของอีกฝ่าย “เสี่ยวหลานเมาทีไรชอบคิดมากทุกที จะให้เกอ ‘รัก’ จนไม่ต้องลงจากเตียงเลยไหม เสี่ยวหลานถึงจะเลิกกังวลว่าเกอไม่รักสักที”

“หา! ใครกังวลว่าคุณไม่รักกัน” เด็กน้อยปากแข็งพูดเสียงอู้อี้จากนั้นสะบัดหน้าหนี “คุณจะรักใครไม่รักใครก็ช่างคุณสิ ผมไม่แคร์สักนิด”

“งั้นหรือ… ถึงเกอจะรักเสี่ยวหลาน เสี่ยวหลานก็จะไม่สนใจหรือ”

น้ำเสียงปวดร้าวที่ได้ยินทำให้หลานเหอคิ้วกระตุก  “ไม่… ผมไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น”

ทว่าเมื่อเขาหันหน้ากลับมาก็พบว่าตัวเองหลงกลเข้าเต็มเปา เพราะท่านเทพเยี่ยชิวยิ้มร่าอย่างอารมณ์ดี น้ำเสียงร้าวรานน้อยอกน้อยใจนั่นแสแสร้งชัดๆ!!

หลานเหอถองศอกใส่คนข้างๆพลางร้องฮึไส่

เสียงหัวเราะร่วนดังมาจากคนเจ็บตัว เยี่ยซิววางกล่องช็อกโกแลตผูกโบว์สีฟ้าที่ซื้อมาเป็นของขวัญวันเกิดใส่มืออีกฝ่าย แล้วก้มลงจูบหน้าผากมน

“เสี่ยวหลาน สุขสันต์วันเกิด” เสียงทุ้มนุ่มกระซิบข้างหูพาให้หน้าหลานเหอร้อนผ่าว ริมฝีปากอ้อยอิ่งขบใบหูเขาเบาๆก่อนพูดต่อ “ขอบคุณที่เกิดมาเจอเกอ… ในหนึ่งปีสำหรับเกอแล้วไม่มีวันไหนที่พิเศษ แต่ในวันนี้วันที่หลานเหอเกิดมาเกอคิดว่ามันคือวันที่วิเศษ ดังนั้น… คนดีของเกอ อย่างร้องไห้นะ”

ปลายนิ้วเรียวสวยเกลี่ยหางตาเขาเบาๆ

ความสุขล้นทะลักทะลายผุดพรายขึ้นในใจ หลานเหอยื่นมือออกไปโอบคออีกฝ่ายให้โน้มตัวลงมา “ขอบคุณครับ”

แล้วจุมพิตอีกจุมพิตแสนหวานก็เริ่มต้นขึ้น และมันจะไม่ใช่ครั้งสุดท้าย… ไม่มีทางเป็นครั้งสุดท้าย.

 

 

 

….. (ช่วงจะอ่านต่อก็ได้ ไม่อ่านต่อก็ได้) ….

หลานเหอนอนกลิ้งพลางกินช็อกโกแลตที่เยี่ยซิวให้มาบนเตียง ในหัวยังมึนๆจากแอลกอฮอล์ที่กินวันนี้อยู่ แต่หลังจากได้ทานอหารพร้อมชาอุ่นๆกับช็อกโกแลตเพิ่มน้ำตาลให้เลือดหลานเหอก็รู้สึกดีขึ้นมาก

แต่บางทีมันคงจะดีเกินไป เพราะจู่ๆร่างกายเขาก็ร้อนแปลกๆ

คิ้วเด็กหนุ่มขมวดเล็กน้อย แต่ก็ยังกินช็อกโกแลตในมือต่อจนหมดกล่อง ดวงตาโตเหลือบไปห้องน้ำที่มีเสียงอาบน้ำดังออกมาเป็นพักๆจู่ๆในหัวก็นึกภาพเรือนร่างของคนรักที่มีน้ำเกาะพราวตามลำตัว

สายน้ำไหลไล่เรื่อยจากเรือนผม ใบหน้าคม อาบริมฝีปาก  กลิ้งลงผ่านลำคอแกร่ง ผ่านแผ่นอกที่เขาเคยฝากรอยนิ้วข่วนยามอารมณ์ขึ้นสูง…

หลานเหอกลืนน้ำลายเอือกใหญ่ สะบัดไล่ความคิดฟุ้งซ่าน ทว่าร่างกายกลับร้อนรุ่มยิ่งกว่าเดิม สิ่งอ่อนไหวด้านล่างชูชันแข็งขืนทั้งๆที่เขายังไม่ได้ทำอะไร

ร่างเล็กเสียดสีตัวเองกับผ้าห่มผืนหนาอย่างห้ามตัวเองไม่อยู่ เสียงครางเครือหลุดออกมาอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว ร่างกายร้อนผ่าวยิ่งเสียดสีกับผ้าผืนหนายิ่งร้อนผ่าว  แต่หากอยู่เฉยๆไม่ทำอะไรก็ยิ่งร้อนผ่าวทรมาน

เสียงประตูห้องน้ำเปิดออก ร่างกายที่ทาบทับเขาทุกคืนวันยืนอยู่ตรงนั้น

“อือ… เยี่ยเกอ อึก! ผมร้อน” ดวงตาที่ฉ่ำปรือด้วยแรงอารมณ์มองคนรักอย่างทรมาน หากแต่คนถูกมองกลับรู้สึกเหมือนโดนยั่วยวนจนกลืนน้ำลายเสียงดังกรึบ “เยี่ยเกอ ช่วยผม ช่วย…”

เยี่ยซิวยืนมองร่างเล็กที่บิดเร้ากับผ้าห่มสีขาวตาค้าง ผิวเนียนที่โผล่พ้นจากเสื้อผ้าหลุดรุ่ยไม่เรียบร้อยเรื่อแดงไปทั้งตัวตัดกับผ้าสีขาว จุดอารมณ์หวาบหวามร้อนแรงลุกพรึบทันที

ไหนจะเรียวปากหอบครวญครางเรียกชื่อเขา ไหนจะตุ่มไตสีแดงบนแผ่นอกที่โผล่พ้นจากเสื้อที่เลิกขึ้นจนเห็นเรือนร่างที่เขาโอบกอดทุกคืนยาม

แค่มองส่วนล่างก็แข็งคัดเจ็บแน่นไปหมด

แม้จะเย้ายวนใจแค่ไหน แต่เยี่ยซิวก็ยังนึกสงสัยอยู่ดี ชายหนุ่มหันไปมองกล่องช็อกโกแลตที่เขาซื้อมาให้เป็นของขวัญวันเกิดบนเตียงข้างตัวกระต่ายน้อยที่กำลังบิดเร้า หากจะให้เขาคิดต้นเหตุก็มีเพียงเจ้านี่เท่านั้น!

มือสวยคว้ากล่องช็อกโกแลตที่ถูกกินจนหมดเกลี้ยงขึ้นมาอ่านข้างกล่อง ก่อนจะคำรามชื่อใครบางคนอย่างอ่อนใจ

ใบหน้ายิ้มกรุ่นกริ่มของหญิงสาวที่คะยั้นคะเยอให้เขาซื้อช็อกโกแลตกล่องนี้ของซูมู่เฉิงปรากฏขึ้นในหัว

พร้อมๆกับร่างร้อนผ่าวนุ่มนิ่มไปทั้งตัวก็ถลาเข้าหาเขา

เยี่ยซิวกลืนน้ำลายอีกรอบ ก่อนส่ายหัวปลงๆ

“เสี่ยวหลานเอ๊ยเสี่ยวหลาน เกออุตส่าห์ไปอาบน้ำให้เย็นลงเพราะวันนี้ตั้งใจจะไม่แตะต้องเสี่ยวหลาน” ฝ่ามือที่ฉ่ำด้วยน้ำเย็นเฉียบลูบใบหน้าหวานของคนบนเตียงเบาๆแต่ทำเอาคนถูกลูบสะท้านตัวอ่อนยวบไปทั่งร่าง หลานเหอเอียงหน้าซบมือสวยช้อนตามองเจ้าของมืออย่างเว้าวอน

“เยี่ยเกอ…” หลานเหอสะท้านหอบเรียกชื่อคนรักอย่างตัดพ้อ “คุณบอกว่าวันนี้จะไม่ให้ผมร้องไห้ แต่นี่ผมทรมานจะตายอยู่แล้ว คุณจะทำให้ผมร้องไห้หรือ อือ…”

ยังไม่สิ้นสุดประโยค ริมฝีปากที่ตัดพ้อก็ถูกทาบทับช่วงชิงครอบครอง ปลายนิ้วสวยปัดผ่านลูบไล้เรือนร่างนวลเนียน ปลดเปลื้องชุดออกจากร่างกายร้อนผะผ่าว

“อื้อ!”

เยี่ยซิวขบกัดบนคอกระต่ายน้อยเบาๆเรียกเสียงครางเครือไม่ขาดสาย พร้อมกับหยาดน้ำตากลิ้งไหลจากดวงตาที่ฉ่ำปรอยเจือด้วยอารมณ์ร้อนแรง หยาดน้ำตาแห่งความสุขสมกลั่นออกมาช้าๆ

มือเยี่ยซิวเลือนลงต่ำช้าๆ พลางคิดในหัวว่า

วันนี้เกอไม่ได้ตั้งใจจะทำให้เสี่ยวหลานร้องไห้ แต่เสี่ยวหลานทำตัวเองเอง จะมาเอาผิดกับเกอทีหลังไม่ได้นะ…

พร้อมกับเบียดร่างตัวเองขึ้นทาบทับ

ด้านนอกหิมะโปรยปรายลงจากฟ้าไม่ขาดสายสร้างความหนาวเย็นไปทั่วบริเวณ หากแต่สองร่างที่โอบกอดหลอมรวมกันเป็นหนึ่งกลับร้อนรุ่มหวานละมุนไปทั้งใจ

 

 

 

 

 

QZGS :: Gift I [ All หลานเหอ ]

Fan Fiction:              Quanzhigaoshou ( เทพยุทธ์เซียน Glory / The King’s Avatar / Master of Skill )

Pairing:                     ซี่โจว x หลานเหอ , ชุนอี้เหล่า x หลานเหอ

Note:                         วันเกิดเสี่ยวหลาน เราจะไม่รังแกน้อง มันก็ออกจะ OOC แต่… น้องมีความสุขเจี่ยเจี๊ยก็พอใจแล้ว > <

 

วันนี้ที่สโมสรหลานอวี่จัดอีเว้นท์พิเศษตอบแทนเหล่าแฟนๆโดยการจัดการแข่งขันกระชับมิตรระหว่างทีมเหย้าหลานอวี่ กับทีมเยือนสโมสรซิงซิน สโมสรเว่ยเฉา สโมสรป้าถู

แม้แฟนๆที่เข้าชมจะจำกัดจำนวนเพื่อไม่ให้เกิดความวุ่นวาย แต่คนเยอะเรื่องยิ่งแยะควบคุมอย่างไรก็ไม่หมด ไหนจะเรื่องสถานที่ เรื่องรับรองนักกีฬา เรื่องต้อนรับเหล่าแฟนๆ ถึงแม้ทางสโมสรหลานอวี่จะจัดเตรียมการทุกอย่างตั้งแต่เนิ่นๆแล้ว ทว่าครั้นพอถึงวันจริงทุกอย่างก็ยังดูวุ่นวายอยู่ดี เหล่าสต๊าฟมีไม่เพียงพอกับจำนวนที่ต้องการจนทำให้ทีมงานในสโมสรต้องเพิ่มจำนวนคน…

โดยการดึงตัวลูกกิลด์หลานซีเก๋อผู้เข้างานในในฐานะแฟนๆที่มาแต่เช้าตรู่

หลานเหอก็เป็นหนึ่งในคนที่ก้าวขาเข้าสโมสรปุ๊ปโดนแขวนป้ายห้อยคอสต๊าฟสโมสรหลานอวี่ปั๊ป

แม้เด็กหนุ่มจะกระพริบตาปริบๆกับสถานะที่เปลี่ยนแปลงกะทันหัน  แต่เขาก็ยินดีวางป้ายไฟตราสโมสรหลานอวี่ในมือขวาและกระเป๋าที่ใส่สินค้าของหลานอวี่ที่เขาเตรียมมาขอให้หวงเส้าเทียนเซ็นต์ชื่อ

เพื่อสโมสรอันเป็นที่รักใครบ้างจะไม่ยินดีทำงานให้!! แถมเผลอๆหลังเลิกงานอาจจะได้เจอกับทีมนักกีฬาก็ได้!!

เด็กหนุ่มยิ้มร่ารีบเก็บของของตัวเองใส่ล็อกเกอร์เก็บของในห้องสต๊าฟ

“ซี่โจวเร็วเข้าๆ” หลานเหอเอ่ยปากเร่งเพื่อนร่วมกิลด์ที่จับพลัดจัดพลูโดนจับมาเป็นสต๊าฟเหมือนกัน “ถ้าไปรวมตัวช้าเดี๋ยวงานดีๆก็โดนแย่งไปหมดหรอก”

แต่ถึงจะโดนเร่งแต่คนที่ยังซ่อนหน้าในตู้ล็อกเกอร์ก็ยังซ่อนหน้าในตู้ล็อกเกอร์ต่อ

หลานเหอเอียงคอมองเพื่อนสนิทที่ทำท่าเหมือนกับหยิบๆวางๆอะไรสักอย่างในกระเป๋าอยู่นานแถมอีกฝ่ายยังเหลือบมองมาที่เขาเป็นพักๆราวกับกำลังชั่งอกชั่งใจตัดสินใจอะไรสำคัญบางอย่าง

“ซี่โจว…” หลานเหอลากเสียง “นายจะให้ฉันออกไปก่อนไหม?”

“ไม่ๆ อย่าพึ่งไป ฉันมีของให้นาย” ซี่โจวสะดุ้งพรวดโผล่หน้าออกจากล็อกเกอร์พร้อมถือถุงกระดาษสีฟ้าครามสดใสราวกับถุงกล่องของขวัญในมือยื่นให้หลานเหอ เด็กหนุ่มมองคนตรงหน้าชี้นิ้วไปที่ถุงในมือเพื่อนแล้วชี้กลับมาที่ตัวเองอย่างไถ่ถาม

“ให้นายนั่นแหละ ปั๋วหย่วน” ซี่โจวตอบพลางยื่นถุงกระดาษสีฟ้าครามใส่มือคนที่ยังทำหน้าเหลอหลา “แกะดูสิ ไม่รู้ว่านายจะชอบไหม”

“เห ฉันรู้อยู่ว่านายหมายความให้ฉัน” หลานเหอพูดงำงัม “แต่ไม่รู้ว่าให้เนื่องในวันอะไรต่างหาก”

มือเรียวค่อยๆเปิดถุงกระดาษออกก่อนจะเลิกคิ้วเล็กน้อยเมื่อเห็นของในถุงกระดาษนั้นมีกระดาษห่อของขวัญห่ออีกชั้น

“ทำไมต้องห่อหลายชั้นด้วย?”

“รีบๆแกะเถอะน่า นายพูดเองไม่ใช่เหรอว่าไปช้าเดี๋ยวงานดีๆก็ถูกแย่งไปหมด” ซี่โจวพูดเร็วจนลิ้นรัวพยายามไม่สนใจมองคนที่กำลังแกะห่อของขวัญอยู่ด้วยการซ่อนหน้าหาของในล็อกเกอร์ของตัวเอง

หลานเหอกลับมาตั้งอกตั้งใจแกะของต่อ หลังแกะห่อกระดาษชั้นสุดท้ายเสร็จเมื่อเห็นของที่อยู่ภายในเด็กหนุ่มก็ต้องอ้าปากค้าง

ซี่โจวปิดล็อกเกอร์พร้อมๆกับที่หลานเหอหยิบของสิ่งนั้นออกจากห่อกระดาษ

เมื่อเห็นใบหน้าหลานเหอเต็มตา ใบหูซี่โจวยิ่งแดงก่ำ ลังเลอยู่นานกว่าจะขยับปากพูดว่า “ปั๋วหย่วน… อีกสองวันจะวันเกิดนาย นาย..”

“ซี่โจว!!” หลานเหอที่หายอึ้งกับของในมือโผโอบกอดคอเพื่อนสนิทตรงหน้า ดวงตากลมโตฉายประกายวิบวับอย่างดีอกดีใจ “นี่นายให้ฉันหรือ ของขวัญวันเกิดล่วงหน้าของฉันเหรอ นี่มันสุดยอดแห่งของขวัญเลย!!”

หลานเหอกอดคอคนสูงกว่า พลางสะบัดของในมือไปมา

ผ้าพักคอลายหวงเส้าเทียน!

ผ้าพันคอลายหวงเส้าเทียนสินค้าของหลานอวี่ที่ทำออกมาขายเมื่อสองเดือนก่อน ตอนนั้นหลานเหอยังเจ็บใจไม่หายที่กดสั่งซื้อในเว็บไม่ทัน แต่ตอนนี้มันมาอยู่ในมือเขาแล้ว!!

“พันให้ฉันเร็วเข้าๆ” หลานเหอผละออกจากซี่โจวพลางยื่นผ้าพันคอให้คนตรงหน้า เด็กหนุ่มดีใจเสียจนไม่ได้สังเกตว่าเพื่อนสนิทก้มลงมาพันคอให้เขาอย่างใจลอยไม่รู้เนื้อรู้ตัวแถมใบหน้ายังแดงก่ำ ซี่โจวอ้าปากคล้ายจะพูดอะไรบางอย่างแต่จนแล้วจนรอดกลับไม่มีเสียงออกมา

มือหนาค่อยๆเอาของขวัญที่ตัวเองซื้อมาพันรอบคอขาวช้าๆปลายนิ้วปัดผ่านผิวเนียนตรงต้นคอโดยบังเอิญ ชั่ววินาทีที่สัมผัสซี่โจวคล้ายกับรู้สึกเหมือนมีกระแสไฟแล่นปราดจากนิ้วไปทั่วร่าง หัวใจที่สั่นระรัวอยู่แล้วพลันเต้นแรงกว่าเดิม

“ปั๋วหย่วน—วันเกิด– ฉัน นาย… ไป…”

“อ้อ ไม่ต้องหวงๆ วันเกิดนายฉันต้องให้ของที่นายชอบแน่นอน!!” หลานเหอลูบปลายผ้าพันคออย่างมีความสุขก่อนจะกระโดดไปจูงมือซี่โจวที่ยังพูดค้างอยู่เดินตัวปลิวออกจากห้องสต๊าฟ

โดยไม่รู้เลยว่าเพื่อนสนิทที่ตัวเองกำลังจูงมืออยู่นั้นมีแต่ภาพต้นคอขาวๆกับประโยคที่ยังพูดไม่จบอยู่เต็มหัว

 

และแล้วงานดีๆก็โดนแย่งไปจนหมด!!

หลานเหอขบเขี้ยวเคี้ยวฟันขณะยกลังใส่ของขึ้นจากพื้นเพื่อย้ายจากห้องเก็บของไปยังด้านหลังเวที จากที่หวังว่าจะได้งานสบายๆอย่างเตรียมดูแลรับรองนักกีฬาของสโมสรหลานอวี่กลับกลายเป็นเด็กยกของซะอย่างนั้น

ถึงแม้จะได้ไปด้านหลังเวทีซึ่งจะเป็นที่ที่นักกีฬาใช้เก็บตัวก่อนขึ้นเวที แต่เวลาเช้าขนาดนี้พวกนักกีฬายังไม่มา ดังนั้นโอกาสอันน้อยนิดที่จะกระทบไหล่นักกีฬาเลยหมดเกลี้ยงไม่มีเหลือ

แถมลังที่ยกยังบรรจุของหนักแล้วก็เยอะมากจนขาแทบลาก!!

แต่ช่างเถอะๆ งานยังไม่จบอย่าพึ่งหมดหวังกับการกระทบไหล่อริยดาบหวงเส้าเทียน!!

“สู้ๆ!!” หลานเหอปลุกปลอบพลังตัวเองก่อนยกลังเดินไปตามทางเดินมุ่งหน้าไปยังห้องด้านหลังเวที แม้เขาจะยกไปยกมาหลายเที่ยว แต่เนื่องจากอากาศช่วงนี้เย็นสบายแถมยังอยู่ในตึกทำให้เหงื่อไม่ออก

ดังนั้นผ้าพันพันคอลายหวงเส้าเทียนที่เขาให้ซี่โจวพันคอให้เด่นหลาประกาศความเป็นแฟนคลับหวงเส้าเทียนเต็มที่เลยเปล่งประกายไม่หม่นหมองเลยแม้แต่น้อย

แต่เส้นผมที่อุตส่าห์เซ็ตทรงมาอย่างดีกลับเสียทรงจนผมด้านหน้าปรกระดวงตาจนมองทางไม่ถนัดแถมกล่องยังสูงจนเกือบบังสายตาทำให้มองยากกว่าเดิมอีกเป็นเท่าตัว

ตุ๊บ!!

“ขอโทษครับ!” หลานเหอรีบเอ่ยปากเมื่อเดินชนใครบางคนเข้า ใบหน้าซีดเผือดทันควัน เด็กหนุ่มรีบเบี่ยงกล่องที่ยกออกไปด้านข้าง เมื่อมองเห็นคนที่โดนชนหลานเหอก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก เพราะหากคนที่โดนชนไม่ใช่คนกันเองเขาลำบากแน่ๆ

“ชุนเกอเองหรือครับ ขอโทษด้วยครับผมไม่ทันระวัง บาดเจ็บตรงไหนไหมครับ?” หลานเหอขอโทษคนอายุมากกว่าตรงหน้าอย่างร้อนรน เมื่อชุนอี้เหล่าส่ายหน้าเบาๆบอกว่าไม่เป็นไรเขาถึงได้ถอนหายใจอย่างโล่งอกอีกครั้ง

“ขอโทษจริงๆครับ ผมด้านหน้าปรกตาจนมองอะไรแทบไม่เห็นเลย”

ชุนอี้เหล่ามองหลานเหอที่เงยหน้าเป่าลมฟู่ๆหวังจะให้ลมพัดเส้นผมออกจากดวงตาพลางอมยิ้มมุมปากอย่างขบขัน ก่อนจะยื่นมือออกไปปัดเส้นผมนุ่มมือของเด็กในความดูแลให้เข้าที่เข้าทางพลางเอ่ยเสียงนุ่ม “อาหย่วน ฉันมียางมัดผมอยู่ มัดไว้ก่อนไหม?”

“มัดๆ” หลานเหอพยักหน้าหงึกๆ “ชุนเกอมัดให้มัดหน่อย ผมขี้เกียจวางกล่อง กล่องนี้ยกขึ้นยากมาก”

ประโยคนั้นทำเอามือที่กำลังหยิบยางมัดผมจากกระเป๋ากางเกงชะงักกึก

ชุนอี้เหล่าขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนหยิบยางมัดผมออกมา ทันทีที่ได้เห็นยางมัดผมตาหลานเหอก็เปล่งประกายวาบวับ

“ยางมัดผมตราหลานอวี่หรือครับ!?” เด็กหนุ่มชะโงกตัวมองของในมือคนอายุมากกว่าอย่างตื่นเต้น ในมือนั้นเป็นยางมัดผมที่มีตราสโมสรหลานอวี่กับรูปดาบสีฟ้าร้อยระยางดูสวยจนยากละสายตา “ผมไม่เห็นจำได้เลยว่าหลานอวี่ขายสินค้านี้ด้วย ชุนเกอๆ ผมซื้อต่อนะๆ นะครับนะ”

หลานเหอช้อนสายตามองหัวหน้ากิลด์อย่างอ้อนวอน เรียกเสียงหัวเราะเบาๆจากคนถูกอ้อนทันที

“อันนี้ฉันทำเอง” ชุนอี้เหล่าก้มลงเกลี่ยผมของหลานเหอเบาๆ สัมผัสนุ่มนวลทำเอาหลานเหอหลับตาในใจนึกภาพยางมัดผมแสนสวย โดยไม่รู้ว่าการหลับตานั้นทำคนมองใจสั่นรัว

ชุนอี้เหล่าลูบผมหลานเหอแล้วรวบผมด้านหน้ามัดเป็นจุกเล็กๆอย่างเชื่องช้า ใบหน้าคมก้มลงต่ำ ดวงหน้าหวานที่หลับตาพริ้มอยู่ใกล้เพียงลมหายใจ หลังรวบผมเรียบร้อยแล้วปลายนิ้วพลันละจากยางมัดผมไล้ไปตามเรือนผมนุ่มมือ ริมฝีปากขยับขึ้นทาบทับหน้าผากมนเย้ายวนใจก่อนผละออกในเสี้ยววินาทีราวปีกผีเสื้อพลิ้วไหวผ่าน

ชุนอี้เหล่าพยายามข่มใจที่สั่นรัวก่อนขยับปากพูด “เรียบร้อยแล้ว ยางมัดผมอันนี้อาหย่วนเอาไปเลยก็ได้ ฉันไม่ได้ใช้หรอก”

หลังจบประโยคหัวหน้ากิลด์หลานซี่เก๋อก็รีบขยับตัวเดินหนีทันที เมื่อหลานเหอลืมตาขึ้นมาจะกล่าวขอบคุณเขาก็เห็นแค่เพียงหลังไวๆของชุนอี้เหล่า

เด็กหนุ่มนึกสงสัยว่าชุนเกออาจจะไม่สบาย เพราะดูคล้ายว่าใบหูของเจ้าตัวแดงแจ๋ราวกำลังจับไข้ เขาคิดจะวิ่งไปดู แต่พอนึกถึงน้ำหนักของลังใส่ของในมือก็นึกถึงงานยกของที่ยังทำค้างไว้อยู่

เดี๋ยวไว้ก่อนกลับค่อยไปหาชุนเกอก็ได้

หลานเหอนึกในใจ จากนั้นก็เดินยกของไปห้องด้านหลังเวทีอย่างอารมณ์ดี

แต่ทางด้านของชุนอี้เหล่าที่สาวเท้าก้าวจากมาไวๆกลับยืนค้างนิ่งเพราะชายหนุ่มเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าตัวเองลืมพูดบางประโยคกับหลานเหอ

“อุตส่าห์ทำยางมัดผมทั้งเดือนแถมดักรอโอกาสเหมาะๆ แต่…” ดันไม่ได้พูดออกไปซะอย่างนั้น

ชุนอี้เหล่าส่ายหัวให้กับตัวเองอย่างปลงๆ

ก่อนมือหนาจะยกขึ้นแตะริมฝีปากตัวเองเบาๆ รอยยิ้มพลันปรากฏตรงมุมปาก  “อาหย่วน… วันเกิดนาย ไปกับฉันไหม?”

 

 

 

 

… To Be Continued …