QZGS : : Halloween Event [ เยี่ยซิว x หลานเหอ ]

Fan Fiction:         Quanzhigaoshou ( เทพยุทธ์เซียน Glory / The King’s Avatar / Master of Skill )

Pairing:                 เยี่ยซิว x หลานเหอ

 

ตั้งแต่เมื่อสองวันก่อนจนกระทั่งวันนี้หลานเหอรู้สึกว่าตัวเองคล้ายกำลังตกอยู่ในเกมอะไรสักอย่างหรือไม่ก็แผนการร้ายอะไรบางอย่าง…

วันนี้เป็นวันฮาโลวีน…

ตามหลักความเป็นจริงแล้วประเทศเขาไม่ได้มีกิจกรรมวันฮาโลวีนเหมือนประเทศฝั่งตะวันตก แต่หลานเหอก็ยังรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถูกหลอกยังไงชอบกล

เพราะตอนนี้เขากำลังอยู่ในร้านอินเตอร์เน็ตที่ชื่อซิงซิน สถานที่ที่มหาเทพเยี่ยชิวกำลังพำนักอยู่ และเจ้าตัวก็กำลังนั่งพ่นควันอย่างสบายอารมณ์พลางอ่านเว็บไซต์อะไรสักอย่างอยู่โต๊ะคอมข้างๆเขา

อืม… สถานการณ์ตอนนี้ช่างพิลึกพิลั่น แต่สาเหตุที่หลานเหอมาอยู่ที่นี่ยิ่งพิลึกพิลั่นยิ่งกว่า จู่ๆสองวันก่อนเชอเฉียนจื่อก็ประกาศกลางเวิลด์แชนแนลว่าขอท้าสู้กับหลานเหอหัวหน้ากิลด์หลานซีเก๋อตัวต่อตัว

เชี่ย! ตอนเห็นข้อความนั้นหลานเหอที่กำลังดื่มน้ำอยู่แทบสำลัก  จากนั้นรีบเลื่อนเมาส์กลับไปอ่านข้อความนั้นของเชอเฉียนจื่อที่ถูกกลืนไปด้วยประโยคของลูกกิลด์ทั้งสองกิลด์ที่พากันฟลัดรัวๆจนช่องแทบพัง

ข้อความท้าสู้ยังอยู่ ตาเขาไม่ฝาดหรือฝ้าฟาง หลานเหอจึงสรุปว่าเชอเฉียนจือต้องโดนแฮกแน่ๆเลยรีบทักไป แต่หมอนั้นก็ยังยืนยันคำเดิมว่าขอสู้ด้วย พอถามเหตุผลกลับอ้ำอึ้งไม่ยอมบอก ตอบแต่ว่าบอกไม่ได้

เพื่อเหตุผลที่บอกไม่ได้นั่นถึงกลับท้าสู้กับเขาเหรอ! ถ้าเป็นการสู้เล่นๆขำๆระหว่างผู้เล่นก็ว่าไปอย่าง แต่นี่ดันประกาศกลางเวิลด์แชนแนลแถมยังระบุตำแหน่งเขาอีก เท่ากับว่านี้ไม่ใช่เป็นการ PK ระหว่างคนสองคน แต่เป็นกิลด์สองกิลด์ต่างหาก! แถมยังไม่ทันจะได้จัดการเค้นคอเชอเฉียนจื่อจู่ๆชุนอี้เหล่าก็โทรมาเกี่ยวกับเรื่องนี้ บอกเขาว่าทางคนในสโมสรหลานอวี่รู้เรื่องแล้ว

อะ..อะไรนะ!? นี่ยังผ่านไปไม่ถึงชั่วโมงเลยนะ! แถมคนในสโมสรมาสนใจเรื่องเล็กๆน้อยๆในกิลด์ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?

ยังไม่ทันอ้าปากพูด ประโยคต่อมาของชุนอี้เหล่ากลับทำให้หลานเหอช็อกหนักกว่าเดิม คนในสโมสรรู้ก็รู้ไปเถอะ แต่นี่กลับยื่นมือเข้ามายุ่ง บอกว่านี่เป็นเรื่องสำคัญเกี่ยวพันถึงหน้าตาของหลานซีเก๋อแถมอาจจะกระทบไปถึงหลานอวี่ ดังนั้นเพื่อเตรียมรับมือกับการ PK จึงให้หลานเหอไปฝึกกับเยี่ยชิว

ให้เขาไปฝึกกับเยี่ยชิว!! มหาเทพคนนั้นนะหรือ!! คนในตำนานคนนั้นน่ะหรือ!?

หลานเหอที่เจอเรื่องเหลือเชื่อหลายเรื่องติดกันยังไม่ทันจูนสมองกลับเข้าที่ก็ถูกชุนอี้เหล่าจัดการส่งขึ้นเครื่องบินตีตั๋วเข้าพบมหาเทพผู้แสนลึกลับ

“คะ..คุณคือเยี่ยชิวจริงๆเหรอ?” หลานเหอกระพริบตาปริบๆหันไปมองคนข้างๆ ในหัวเด็กหนุ่มรู้สึกมึนๆงงๆคล้ายยังไม่ตื่น ก็ช่วยไม่ได้ มหาเทพเยี่ยชิว! มหาเทพเยี่ยชิวตัวเป็นๆเลยนะ!!

“เสี่ยวหลาน” อีกฝ่ายหันมามองเขาอย่างอ่อนใจ “คุณถามประโยคนี้รอบที่สิบสองแล้วนะ”

หลานเหอหน้าแดง พอนับๆดูก็เป็นครั้งที่สิบสองจริงๆ

“ก็มัน…น่าเหลือเชื่อเกินไปนี่” เด็กหนุ่มบ่นอุบอิบ มองการ์ดกลอรี่ไอดีตัวละครหลานเหอในมือตัวเองอย่างลังเล ไอดีนี้เป็นของหลานซีเก๋อถ้าให้เยี่ยชิวเซ็นชื่อให้จะเป็นอะไรไหมหนอ แต่พอนึกถึงตอนที่พึ่งรู้ว่าจวินม่อเซี่ยวคือเยี่ยชิวตอนแรกๆแล้วเสนอความคิดนี้แล้วถูกซี่โจวว่าเอา หลานเหอก็ได้แต่ถอนหายใจด้วยความเสียดาย

ทำไมไม่เอาไอดีของหลานเฉียวชุนเสวี่ยมาด้วยนะ! แต่พูดก็พูดเถอะในเวลานั้นเขาหยิบอะไรมาบ้างหรือไม่ลืมอะไรบ้างยังไม่รู้ตัวเองเลย

เฮ้อ…

“เสี่ยวหลาน คุณจะฝึกกับเกอด้วยไอดีหลานเหอหรือ?” ชายหนุ่มข้างกายทักขึ้นทำให้มือที่กำลังเสียบการ์ดเข้าเกมชะงัก หลานเหอเงยหน้ามองอีกฝ่ายอย่างสงสัยและได้สายตาอ่อนใจมองกลับมาอีกแล้ว!

“คุณคิดดู เข้าไอดีหลานเหอตอนนี้จะไม่โดนหมอนั่นเรียกตัวไปPKทั้งๆที่ยังไม่ได้ฝึกกับเกอหรือ?”

“แต่เชอเฉียนจื่อนัดสู้สุดสัปดาห์ วันนี้ยังไม่ถึงวันนัดสักหน่อย”

“อ๋อ ถ้าหมอนั่นท้าสู้ตอนนี้คุณก็จะบอกว่ายังไม่ถึงเวลานัดก็ไม่สู้ได้หรือ ถ้าหมอนั่นเอาคนในกิลด์มาฟลัดข้อความบอกให้คุณสู้ คุณก็จะไม่สนใจหน้าตากิลด์หลานซีเก๋อแล้วหยิบยกเรื่องยังไม่ถึงวันนัดสินะ ถ้าหาก…”

“โอเค พอๆผมไม่เข้าไอดีหลานเหอก็ได้” เด็กหนุ่มพูดขัดขึ้นก่อนมหาเทพจะหยิบยกเหตุผลขึ้นมาร้อยแปดประการ “แล้วคุณจะให้ผมเข้าไอดีไหน? หลานเฉียวชุนเสวี่ยผมไม่ได้เอามา”

“เจวี๋ยเซ่อไง คุณเอามาด้วยใช่ไหม?”

หลานเหอกลอกตา “ไอดีนั้นเลเวลยังไม่สามารถปลดล็อกสกิลบางสกิลได้” เพราะเหตุนี้เขาเลยจะเข้าไอดีหลานเหอในตอนแรก เฮ้อ… จริงๆเลย ถ้าหากเอาไอดีหลานเฉียวชุนเสวี่ยมาก็จะได้ทั้งลายเซ็นต์ทั้งฝึกใช้สกิลของเลเวลสูงๆไปแล้ว

“ไม่เป็นไรๆ” ชายหนุ่มยิ้มกว้างพลางเคาะนิ้วกับโต๊ะเบาๆ “อันที่จริงคุณมาถึงวันนี้นับว่าโชคดีมาก วันนี้กลอรี่จัดอีเว้นท์วันฮาโลวีน แถมกิจกรรมนี้ได้ค่า Exp. เยอะมาก ไปทำแป๊ปๆเจวี๋ยวเซ่อเลเวลก็พุ่งแล้ว”

ถึงแม้ประเทศเขาจะไม่มีกิจกรรมวันฮาโลวีน แต่ในเกมกลอรี่นั้นไม่มีกิจกรรมนี้ไม่ได้ กิจกรรมสำคัญที่ควรมีก็ต้องมี กิจกรรมไม่สำคัญก็ต้องมีเพื่อดึงดูดผู้เล่นให้เขาไปเล่น

หลานเหอเล่นกลอรี่มาหลายปีย่อมรู้ว่ากลอรี่มีอีเว้นท์ แต่กิจกรรมนั้นแต่ละปีไม่เคยซ้ำกันแถมยังประกาศก่อนวันฮาโลลวีนแค่วันเดียว เมื่อวานตอนเย็นหลานเหอขึ้นเครื่องมาแบบมึนๆเบลอ เข้าพักโรงแรมและตอนเช้าตรงมาที่ร้านเน็ตซิงซินแบบวิญญาณไม่อยู่กับตัวเลยไม่มีเวลาไปอ่านว่าอีเว้นท์นี้เป็นกิจกรรมแบบไหน

แต่ถ้ามหาเทพเยี่ยชิวบอกว่าเขาโชคดีก็คงโชคดีล่ะมั้ง

หลานเหอหยิบไอดีเจวี๋ยเซ่อออกจากกระเป๋าหยิบหูฟังเฮดโฟนเข้าสวมแล้วรูดการ์ดเข้าเกม…

“ลูกพี่เจวี๋ยเซ่อคุณหายไปไหนมาครับ!?”

“ลูกพี่กลับมาแล้วเหรอครับ!!”

“ลูกพี่คนสวย! ผมคิดถึงคุณจัง!”

“ลูกพี่ไปลงดันกับผมเถอะ โชคดีจังที่คุณมาช่วยผมลงเคลียร์ดันเจี้ยนทีสิครับ”

“ยินดีต้อบรับกลับลูกพี่เจวี๋ยเซ่อ”

“ลูกพี่เจวี๋ยเซ่อ…”

“ลูกพี่เจวี๋ยเซ่อ…”

“ลูกพี่เจวี๋ยเซ่อ…”

นะ..นี่มันอะไรกัน!!?? หลานเหออ้าปากค้าง เข้ามาไม่ถึงนาทีในช่องแชทของกิลด์ก็เต็มไปด้วยข้อความต้อนรับกลับ ลูกพี่เจวี๋ยเซ่ออย่างนู้นอย่างนี้ แถมพอดูดีๆไม่ใช่แค่คนรุ่นแรกๆที่เขาสอนในช่วงมหาเทพมอบหน้าที่พี่เลี้ยงให้ พวกคนใหม่ๆก็ตามน้ำเรียกเขาลูกพี่กันทั้งนั้น นะ..นี่มันอะไรกัน!?

“เกอบอกแล้ว ว่าคนในกิลด์คิดถึง”

“ตะ..แต่คนรุ่นหลังๆผมไม่รู้จักนี่” เด็กหนุ่มเลื่อนเมาส์ขยับข้อความขึ้นก่อนชี้นิ้วไปยังชื่อไม่คุ้นหลายชื่อในช่องแชทกิลด์ “ทำไมพวกนี้ถึงเรียกผมว่าลูกพี่ล่ะ?”

“อ๋อ” เยี่ยซิวชะโงกหน้าเข้ามาดูจอของหลานเหอ “ได้ข่าวมาว่าลูกศิษย์คุณเป็นคนกระจายข่าวว่าคุณเป็นยอดฝีมือข้างตัวจวินม่อเซี่ยว คนใหม่ๆเลยเรียกลูกพี่ไปด้วยล่ะมั้ง โอ๊ะ! มีคนเรียกคุณว่าลูกพี่คนสวยด้วยแฮะ”

หลานเหอตาโต รีบมองข้อความที่ตัวเองเลื่อนเมาส์ค้างไว้ ลูกพี่คนสวยจริงๆด้วย

เด็กหนุ่มรีบพรมนิ้วเคาะแป้นคีย์บอร์ดสอบถามคนที่เรียกคนว่าลูกพี่คนสวยทันที

“ก็ลูกพี่คนสวย(เหม่ย) สั้นกว่าลูกพี่เจวี๋ยเซ่อนี่ครับ แถมเจวี๋ยเซ่อ(สุดสะคราญ)กับลูกพี่คนสวยความหมายก็คล้ายๆกันด้วย เรียกไม่ได้หรือครับ?”

“ไม่ได้” หลานเหอเห็นคำตอบของอีกฝ่ายแล้วลมแทบจับรีบพิมพ์ตอบ

“แล้วจะให้ผมเรียกว่า…?”

(กิลด์แชนแนล) เจวี่ยเซ่อ : “เรียกว่า ฮูหยิน”

“ฮูหยิน!?”

“ฮูหยินคนงาม”

“ฮูหยินคนสวย”

“กิลด์ซิงซินมีฮูหยินแล้ว สนับสนุนให้เรียกลูกพี่เจวี๋ยเซ่อว่าฮูหยิน +1”

“สนับสนุน +2”

“+10”

เฮ้ย!! หลานเหอตาถลน ผลักชายหนุ่มที่โน้มตัวมาแย่งคีย์บอร์ดเขาแล้วใช้ไอดีเขาพิมพ์ข้อความบ้าบอชวนเข้าใจผิดออกไป เยี่ยซิวหัวเราะเบาๆในลำคอขณะที่หลานเหอรัวนิ้วลงแป้นพิมพ์อย่างร้อนใจ

“ไม่ใช่ๆ เมื่อกี๊ฉันไม่ได้พิมพ์ จวินม่อเซี่ยวพิมพ์ต่างหาก” หลานเหอเลี่ยงที่จะไม่ใช่ว่าเยี่ยชิวเพื่อปิดบังฐานะของอีกฝ่าย แต่กลับทำให้…

“ว้าว! หัวหน้ากับฮูหยินอยู่ข้างกันด้วย อยู่กินด้วยกันแล้ว!!”

เฮ้ย! ไหงเป็นงี้!?

ยังไม่ทันที่หลานเหอจะหายตกใจ ข้อความประกาศว่าจวินม่อเซี่ยวกลับเข้าเซิฟเวอร์สิบก็ปรากฎในแชนแนลกิลด์สร้างความปั่นป่วนในช่องกิลด์หนักเข้าไปอีก

“หัวหน้าเข้ามาตามฮูหยินด้วย”

“อยู่ด้วยกันจริงด้วย”

“หัวหน้ายินดีต้อนรับกลับ”

“หัวหน้า…”

“หัวหน้ากลับมาจัดงานแต่งงานกับฮูหยินในวันฮาโลวีนหรือ?”

“โรแมนติกจัง”

เยี่ยซิวอ่านข้อความแล้วได้แต่หัวเราะในลำคอดับบุหรี่ในมือแล้วเคาะไปหนึ่งประโยค “พอกันได้แล้วๆ คนข้างๆผมเขินหน้าแดงหมดแล้ว ถ้าเกิดฮูหยินงอนแล้วไม่เข้ามาเล่นกลอรี่อีกจะทำยังไง พวกคุณต้องชดใช้ให้ผมนะ”

หลานเหอหันไปถลึงตาใส่ ก่อนสูดหายใจเข้าลึกๆสงบอารมณ์แล้วเลิกสนใจกับประโยคบ้าบอในช่องกิลด์แชนแนล

“คุณอยู่ไหน เดี๋ยวผมไปหา” หลานเหอถามชายหนุ่มหลังจากได้คำตอบก็รีบพาตัวเจวี่ยเซ่อไปหาจวินม่อเซี่ยว เมื่อไปถึงก็พบว่าอีกฝ่ายกำลังตีมอนเตอร์ฟังทองฮาโลวีนอยู่ น่าจะเป็นกิจกรรมของอีเว้นท์ฮาโลวีน

“รีบตีมอนตัวนี้เร็วเข้า” เยี่ยซิวพูดพลางขยับตัวจวินม่อเซี่ยวออกห่างจากฟังทองที่มีริบบิ้นสีเขียวพันตรงก้านด้านบน หลานเหอไม่รอช้ากดสกิลฟาดฟันคมแสง กระโดดขึ้นฟันใส่มอนเตอร์ฉัวะเดียวปลิดชีวิต

ปุ้ง!!

พร้อมกับที่หน้าจอของหลานเหอมีควันสีเขียวฟุ้งกระจายเต็มหน้าจอ เสียงเอฟเฟคดังสนั่น

หลานเหอรีบบชะโงกหน้าไปดูจอฝั่งของมหาเทพอย่างตกใจ ควันที่พวยพุ่งออกมาจากฟังทองเริ่มจางลงเผยให้เห็นจอมยุทธ์ดาบผู้ปลิดชีพ แต่…

“ทะ..ทำไมเจวี๋ยเซ่อกลายเป็นเด็กล่ะ!?”

ภาพในหน้าจอเยี่ยซิวคือจอมยุทธ์ดาบผมยาวสีฟ้าในร่างเด็กประมาณสามสี่ขวบ

ไม่รอฟังคำตอบ หลานเหอหันกลับมาฝั่งหน้าจอตัวเอง รีบเช็คค่าสถานะ เด็กหนุ่มคลิกเปิดหน้าตาแสดงรูปแบบการแต่งตัวในปัจจุบันของตัวละครก่อนจะอ้าปากค้าง เขากลายเป็นเด็กจริงๆ

“อืม… ได้ค่า Exp. เยอะจริงๆด้วย”

เยี่ยซิวพูดเบาๆพอให้ได้ยินทำให้หลานเหอเพิ่งสังเกตว่าเจวี่ยเซ่อเลเวลอัพแล้ว แต่ที่สำคัญคือเจวี่ยเซ่อกลายเป็นเด็กต่างหาก!

“คุณบอกมาเลยนะ อีเว้นท์ฮาโลวีนของปีนี้คืออะไร!?”

“ก็แค่ตีมอนที่เป็นฟักทองแล้วก็ได้ Exp. แต่ถ้าอยากได้ค่าประสบการณ์เยอะๆก็ต้องแลกกับการติดสถานะแปลกๆสักหน่อย ตัวนี้น่าจะกลายเป็นเด็กมั้ง แต่คุณไม่ต้องกังวลเดี๋ยวหลังเที่ยงคืนทุกอย่างนอกจากค่า Exp.ก็รีเซ็ตกลับไปเหมือนเดิมเอง” เยี่ยซิวอธิบาย “ตรงนั้นมีตัวหนึ่ง เร็วๆคุณไปตีต่อ ตีเฉพาะที่มีริบบิ้นสีขาวตัวนั้นนะ ตัวอื่นไม่ต้องไปสน”

หลานเหอกัดฟัน มองค่าExp. ที่ได้ แล้วตัดสินใจพาเด็กน้อยเจวี๋ยเซ่อวิ่งเข้าไปหาฝูงมอนเตอร์ฟักทอง กวาดเมาส์มองหาฟังทองที่มีริบบิ้นสีขาวพันก้าน  ปลายสายตาเด็กหนุ่มเห็นมหาเทพกำลังยิ้มเจ้าเล่ห์เคาะแป้นพิมพ์รัวแต่หลานเหอคร้านจะไปสนใจแล้ว

รีบตีรีบเลเวลอัพ รีบไปฝึกต่อสู้รีบกลับไปPK กับเชอเฉียนจื่อ รีบจบสถานการณ์พิลึกพิลั่นนี่ไปเสียที หลานเหอคลิกเมาส์ที่ฟักทองเป้าหมายแล้วรัวสกิล ยังดีที่สถานะร่างกายเป็นเด็กไม่ส่งผลกระทบอะไรกับค่าสถานะอื่นๆ แถมมอนเตอร์ฟักทองก็ตีง่ายเลือดน้อย ถึงท่าฟาดฟันคมแสงจะลดอนุภาพไปเพราะกระโดดได้ไม่สูงแต่ก็ไม่เป็นปัญหา

ฉัวะ!! ลงดาบสุดท้ายปลิดชีพ

ปุ้ง!!

ควันสีขาว!? อะไรอีกล่ะเนี่ย!!

แม้จะบอกตัวเองว่าห้ามสนใจ แต่หลานเหอก็อดไม่ได้ที่จะหันขวับชะโงกหน้าไปดูฝั่งหน้าจอของชายหนุ่มข้างตัว เยี่ยซิวรีบกดปิดหน้าต่างแชทที่กำลังคุยกับใครสักคนอยู่อย่างรวดเร็วจนหลานเหอมองชื่อไม่ทัน

ที่สำคัญคือสถานะของเจวี๋ยเซ่อตอนนี้ต่างหากเล่า!!

และเมื่อควันสีขาวจางลง หลานเหอก็น้ำตานองหน้า

เด็กน้อยเจวี๋ยเซ่อกลายเป็นกระต่ายน้อยแล้ว ที่สำคัญคือกระต่ายอีกแล้ว!! อีเว้นท์สวนสัตว์หลานเหอก็กลายเป็นกระต่าย นี่เทพกระต่ายมีความแค้นล้ำลึกอะไรกับเขากัน!!

เด็กหนุ่มโอดครวญมองเด็กน้อยจอมยุทธ์ดาบผมยาวสีฟ้ามัดรวบสูงบนหัวมีหูกระต่ายสีขาวฟูนุ่มลู่แนบข้างแก้มยุ้ย ส่วนเยี่ยซิวพยักหน้ากับตัวเองหงึกๆพึมพำกับตัวเองว่า ไม่เลวๆ

อะไร!? อะไรที่เรียกว่าไม่เลว!!?

“นี่คุณ!! คุณแน่ใจหรือว่าตีมอนเตอร์ตามที่คุณบอกแล้วไม่มีปัญหาแน่ๆนะ!!” หลานเหอสูดหายใจลึกพยายามห้ามตัวเองไม่ให้โถมเข้าหาคนข้างๆแล้วจับคอเสื้อมาเขย่า

หมดกันภาพพจน์จอมยุทธ์ดาบสุดเท่ของเขา!!

แถมยังมีคนในกิลด์ซิงซินอยู่แถวนี้แล้วเอาไปป่าวประกาศว่า หัวหน้าพาฮูหยินมาแปลงโฉมก่อนเข้าหออีกต่างหาก ประโยคบ้าบอนี่มันอะไร

แต่เอาเถอะ… ก็แค่ถึงเวลาเที่ยงคืนเท่านั้น แค่เวลาที่ยงคืนเท่านั้น…

หลานเหอถอนหายใจอย่างปลงๆ พลันมือคู่สวยก็ขยับมาลูบหัวเขาเบาๆ เรียกให้เด็กหนุ่มเงยหน้ามองอีกฝ่าย

อาจเพราะแสงไฟสลัวทำให้รู้สึกว่ารอยยิ้มคนตรงหน้าอบอุ่นดูพร่างตาพาหัวใจเขาเต้นผิดจังหวะพิกล

คนสูงกว่าโน้มตัวลงมาใกล้พลางพูดเสียงนุ่ม “เอาน่าเสี่ยวหลาน เชื่อเกอแล้วทุกอย่างจะดีเอง… นะคนดีของเกอ”

อาจเพราะรอยยิ้มนั้นดูจริงใจจนพาให้คนมองหัวใจเต้นรัวแล้วเลือดสูบฉีดมากเกินไปทำให้หน้าหลานเหอแดงเรื่อแล้วสมองเบลอร่างกายตามไม่ทันความคิด เขาเลยพยักหน้าตอบทั้งๆที่ยังรู้สึกเบลอๆ

อาจเพราะมือคู่นั้นสวยเกินไป อุ่นร้อนเกินไป สัมผัสที่ลูบหัวเขาเบาๆเลยทำเอารู้สึกแปลกๆ

อาจเพราะลมหายใจของอีกฝ่ายที่เข้ามาใกล้ร้อนเกินไปตอนที่มาระรดใบหน้าเขา หลานเหอเลยปล่อยให้ริมฝีปากร่างสูงจรดเบาๆบนหน้าผาก

นานทีเดียวกว่าสติหลานเหอจะกลับมา เด็กหนุ่มอ้าปากพะงาบๆอยากจะพูดอะไรบางอย่างแต่ในหัวกลับนึกอะไรไม่ออกแถมยังรู้สึกร้อนฉ่าไปทั้งหน้า

นี่มัน… นี่มัน… ไม่ดีเลย!!

“ผะ..ผมจะไปเข้าห้องน้ำ!”

หลานเหอผลุนผลันลุกขึ้นวิ่งหนีจากห้องพิเศษชั้นสอง หลังเขาปิดประตูเด็กหนุ่มคิดว่าตัวเองได้ยินเสียงมหาเทพหัวเราะด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์แปลกๆ

ไม่หรอก เขาคงคิดไปเอง…

แต่นี่มันไม่ดีเลย!! ทำยังไงหัวใจนี่ก็ไม่สงบลงสักที!

นี่ใครก็ได้บอกเขาทีว่าประเทศของเขาไม่ได้จัดกิจกรรมฮาโลวีน หรือบอกว่าเรื่องทั้งหมดชวนพิลึกพิลั่นสองวันมานี่เป็นแค่เรื่องบังเอิญ เขาไม่ได้กำลังตกอยู่ในแผนการร้ายกาจของใครบางคนอยู่!!

 

ภายในห้องเยี่ยซิวยิ้มกว้าง มือเปิดหน้าต่างแชทที่เขากดปิดตอนหลานเหอชะโงกหน้ามาดูจอเขา หน้าจอแสดงชื่อว่าคนที่เขากำลังคุยด้วยคือ เชอเฉียนจื่อ

ข้อความสุดท้ายเป็นของผู้ฝึกมนตราที่พิมพ์ถามมาว่า ถ้าหากทำตามข้อตกลงแล้วผมชนะในการPKกับหลานเหอแล้ว จวินม่อเซี่ยวจะไม่เข้ามายุ่งกับหลานเหอในเซิฟเวอร์สิบอีกใช่ไหม?

เยี่ยซิวยิ้มแล้วเคาะตอบไปว่า “ใช่ตามนั้น”

ยุ่งกับเจวี๋ยเซ่อในเซิฟเวอร์สิบแทนก็ได้ ยุ่งกับหลานเฉียวชุนเสวี่ยในอาณาจักรทวยเทพแทนนก็ได้ ยุ่งกับสวี่ปั๋วหยวนในโลกจริงๆก็ได้

“ตกลงตามนั้น ถ้าคุณชนะ PK”

หรือทำให้หลานเหอชนะ PK กับหมอนั่นแล้วยุ่งกับหลานเหอในเซิฟเวอร์สิบเขาก็ไม่ได้ผิดข้อตกลงนี่น่า

เยี่ยซิวกดปิดหน้าต่างแชทกับเชอเฉียนจื่อแล้วเปิด QQ กดเข้าไปคุยกับหวงเส้าเทียน

“ส่งของไปแล้ว นายได้รับแล้วใช่ไหมใช่ไหมใช่ไหม ห้ามทำเด็กเราบุบสลายนะ แล้วก็ทำตามข้อตกลงด้วย PK PK PK PK มา PK กับฉันซะดีๆ ห้ามเบี้ยวด้วย ถ้านายเบี้ยว คราวหน้าฉันจะห้ามไม่ให้เด็กเราคุยกับนาย กำหนดวันมา กำหนดวันมาเร็วเข้า”

เขาอ่านข้อความขออีกฝ่ายแล้วพรมนิ้วลงคีย์บอร์ดตอบ “ได้รับแล้ว อีกสามวันให้หลังแล้วกัน รอเขากลับไปก่อน”

หลังส่งไปไม่ถึงนาทีหวงเส้าเทียนก็ตอบกลับมา

“เชี่ย! นายกะกักตัวเด็กเรานานขนาดนั้นเลยเหรอ รังแกเขาเกินไปแล้วๆๆ เพิ่มรอบๆ PK ห้ารอบต่อการกักตัวหนึ่งวัน  ไม่สิๆสิบรอบเลยดีกว่า ราคาค่าตัวเด็กเราไม่ถูกนะ!”

“ไม่มีปัญหา… ให้เขาอยู่ถึงอาทิตย์หน้าคิดกี่รอบ?”

หลังส่งข้อความเสร็จ เยี่ยซิวก็เปิดหน้าเว็บไซต์ที่กำลังอ่านค้างไว้ก่อนหลานเหอจะเข้าเกม หน้านั้นเป็นหน้าไกด์เกมเกี่ยวกับอีเว้นท์ฮาโลวีนล่าฟักทองปีแรกๆ ซึ่งปีนี้ทางกลอรี่จัดอีเว้นท์นี้ด้วยการเวียนกิจกรรมล่าฟักทองมาใช้อีกครั้ง

ดังนั้นไกด์เกมที่อี๋เยี่ยจือชิวเขียนเล่นๆในปีนั้นเลยมีประโยชน์มหาศาลในปีนี้ เพราะไกด์เกมนี้มีบอกรายละเอียดทุกอย่างเกี่ยวกับอีเว้นท์ ทั้งตีฟักทองธรรมดาไม่มีริบบิ้นจะได้ค่าประสบการณ์เท่าไหร่ ตีฟักทองผูกริบบิ้นสีไหนจะเพิ่มพลัง ตีฟักทองผูกริบบิ้นสีไหนจะทำให้ติดสถานะแปลกๆ

“อืม… ให้ตีตัวที่ทำให้ติดสถานะใส่ชุดเจ้าสาวดีไหมนะ?”

เยี่ยซิวร่างภาพเด็กน้อยผมยาวสีฟ้ามีหูกระต่ายสีขาวใส่ชุดเจ้าสาวในหัว…

น่าเสียดายจริงๆที่ให้เสี่ยวหลานเล่นไอดีหลานเหอไม่ได้ แต่น่าเสียดายที่สุดคือให้เล่นด้วยไอดีหลานเฉียวชุนเสวี่ยไม่ได้ เพราะไอดีนั้นเสี่ยวหลานน่าจะมีคนสนใจมากพอดู ให้คนอื่นมาเห็นเสี่ยวหลานของเขาในร่างแสนน่ารักไม่ได้หรอก

แต่น่าเสียดายจริงๆ ได้ข่าวว่าไอดีนั้นหลานเหอใช้เค้าโครงหน้าจริงของตัวเองด้วยสิ

เยี่ยซิวถอนหายใจเบาๆก่อนจะตั้งหน้าตั้งตาตั้งอกตั้งใจเลือกมอนเตอร์ฟักทองที่จะให้หลานเหอตี

 

Advertisements

[ QZGS ] NOVELBER | Day 1st : Forest(ป่า) [ ชุนอี้เหล่า x หลานเฉียวชุนเสวี่ย(หลานเหอ)]

Fan Fiction:   Quanzhigaoshou ( เทพยุทธ์เซียน Glory / The King’s Avatar / Master of Skill )

Pairing:                      ชุนอี้เหล่า x หลานเฉียวชุนเสวี่ย(หลานเหอ)]

Note :              ร่วมกิจกรรม NOVELBER2017

 

ชุนอี้เหล่ารู้ดีว่านิสัยไม่ชอบพิมพ์อะไรยาวๆของตัวเองมักจะสร้างปัญหาและความรำคาญใจให้กับผู้อื่นอยู่เสมอ ช่วงแรกๆเหล่าคนสนิทมิตรสหายเพื่อนในกิลด์ต่างพากันพร่ำบอกพร่ำบ่นว่าเขาให้พิมพ์ข้อความออกมาเลยเถอะจะได้ไม่ต้องลำบากเที่ยวไปหาหากต้องการแจ้งข่าวหรือพูดคุยอะไร แต่ชุนอี้เหล่าก็ยังคงคอนเซปต์เดิม

หากต้องการคุยอะไรก็มาพูดกันต่อหน้า

แม้จะสร้างความลำบากแก่คนอื่นๆโดยเฉพาะเหล่าสมาชิกระดับสูงของกิลด์หลานซีเก๋อที่ต้องติดต่อประสานงานกับชุนอี้เหล่าบ่อยๆ แต่ชายหนุ่มก็คิดว่าข้อเสียนี้คือข้อดีของการที่เขาไม่พิมพ์ข้อความยาวๆ

เพราะหากต้องการคุยอะไรก็มาพูดกันต่อหน้าทำให้เขาได้พบเจอใครคนนั้นบ่อยๆมิใช่หรือ แค่ข้อดีเพียงข้อเดียวนี้ก็บดบังข้อเสียทั้งหมดที่คนอื่นๆพร่ำบอก

“ป่า” ชุนอี้เหล่าเคาะแป้นพิมพ์ส่งข้อความออกไปให้ใครคนหนึ่งก่อนพานักดาบคลั่งตัวละครของตัวเองมุ่งหน้าไปยังสถานที่ที่พิมพ์ส่งออกไป

แม้ป่าในอาณาจักรทวยเทพจะมีมาก แต่ป่าที่เขาบอกกับอีกฝ่ายไปนั้นเป็นสถานที่พิเศษ…

หลังจากก้าวเข้าอาณาเขตของป่า ชายหนุ่มก็รีบเร่งเพิ่มความเร็วสุดตัวมุ่งหน้าไปยังจุดนัดพบหวังจะไปรอก่อนที่อีกคนจะมา แต่เพียงแค่จุดหมายปรากฏต่อมุมมองสายตานักดาบคลั่งก็พลันชะงักเท้าหยุดอยู่กับที่

ริมทะเลสาบสีคราม ร่างเพรียวงามสง่าของจอมยุทธ์ดาบผมยาวสีฟ้ากำลังยืนนิ่งทอดสายตามองคลื่นน้ำที่ไหลระลอกเบาๆก่อเกิดเป็นประกายระยับรับกับแสงจากดวงอาทิตย์ สายลมพัดผ่านไล้เส้นผมยาวสีฟ้าของใครคนนั้นพลิ้วไหว กลีบดอกไม้ลอยล่อง

ทิวทัศน์งดงาม แต่คนงดงามยิ่งกว่า…

ชุนอี้เหล่าทอดทอนใจเบาๆก่อนย้ำเตือนตัวเองอีกครั้งว่านี่เป็นเพียงแค่ทิวทัศน์ในเกม

ทะเลสาบกลางป่านี้เขาพบโดยบังเอิญขณะเดินเตร็ดเตร่คนเดียวตีมอนเตอร์ไปเรื่อยสมัยเริ่มเล่นกลอรี่ใหม่ๆ เนื่องจากที่แห่งนี้อยู่ห่างไกลจากเมืองและไม่มีเควสไหนนำทางมาถึง ที่แห่งนี้เลยกลายเป็นคล้ายๆสวนส่วนตัวของเขา
และชุนอี้เหล่าได้แบ่งปันสวนลับๆนี้ให้กับหลานเฉียวชุนเสวี่ย กำหนดแกมบังคับอีกฝ่ายว่าหากต้องการพูดคุยกับเขาต้องมาพบกันที่นี่เท่านั้น เจอบังคับนี้เข้าไปถึงจอมยุทธ์ดาบจะอิดออดขี้เกียจขยับตัวละครมาที่นี่มากแค่ไหนก็ต้องมาเพราะคนที่ต้องการคุยด้วยไม่ชอบพิมพ์ข้อความยาวๆจะคุยก็ต่อเมื่อเจอหน้าพูดกันด้วยเสียงเท่านั้น
เห็นไหม นิสัยไม่ชอบพิมพ์แชตของเขานั้นมีข้อดีมหาศาลแค่ไหน

“หลานเฉียว” เพียงแค่ส่งเสียงเรียกออกไปคนตรงหน้าก็หันมามองก่อนน้ำเสียงสดใสจะตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว

“ชุนอี้เหล่า คุณมาแล้ว!”

“อืม” นักดาบคลั่งขยับตัวเดินไปยืนเคียงคู่กับอีกฝ่าย ชายหนุ่มมองภาพจอมยุทธ์ดาบที่ปล่อยผมยาวสยาย แม้ภาพลักษณ์ที่แปลกตาจากปกตินี้นับว่าไม่เลวจนถึงขั้นดูสวยมาก แต่ชายหนุ่มก็อดเอ่ยปากถามไม่ได้ “หลานเฉียว วันนี้ไม่ใส่เชือกมัดผมหรือ?”

“ใส่มาครับ”

“แล้ว?”

“ก่อนมาที่นี่พึ่งจบศึกชิงบอสแม๊ป แต่ผมพลาดไปนิดเลยถูกคนของจงเฉ่าถังคิลตายดรอปเอาไป!” หลานเฉียวชุนเสวี่ยพูดด้วยน้ำเสียงปิดความโมโหไม่มิด ซึ่งชุนอี้เหล่าเข้าใจดี แม้เชือกรัดผมนั้นจะหาได้ไม่ยากแต่เส้นนั้นหลานเฉียวตีบวกเสริมพลังลงทุนกับมันไปมากมายแถมยังใช้มาตั้งนาน

แต่ก็ดี…

“อ้อ ฉันมีเชือกรัดผมที่เสริมพลังเอาไว้แต่ไม่ได้ใช้อยู่ในคลัง ยังไงคุณเอาไปใช้ก็ได้” ชุนอี้เหล่ารีบเสนอแนะก่อนพูดต่อหลังจากวิเคราะห์จากนิสัยของคนข้างตัว “หรือว่าคุณจะตามไปเอากับคนของจงเฉ่าถัง?”

“ผมเจรจาขอแลกเปลี่ยนไปแล้ว แต่ข้อแลกเปลี่ยนของหมอนั่นยังไงผมก็รับไม่ได้!!”

“งั้นของที่เสียไปแล้วก็ช่างมันเถอะ เอาของฉันไปใช้ได้เลย ยังไงเก็บไว้ในคลังเฉยๆก็ไม่มีประโยชน์”

ช่างประจวบเหมาะจริงๆ เขาพึ่งหลอมเชือกรัดผมเสร็จกำลังหาอากาสมอบให้หลานเฉียวพอดี

“ก็ได้ครับ” จอมยุทธ์ดาบตอบตกลง “ว่าแต่คุณเรียกผมมาพบที่นี่มีเรื่องอะไรหรือครับ?”

“คุณไม่ได้มาที่นี่นานแล้ว…”

“…?”

เพราะช่วงนี้หลานเฉียวชุนเสวี่ยรับหน้าที่ดูแลลูกกิลด์ที่เพิ่งเข้าอาณาจักรทวยเทพลงดันเจี้ยนไม่ก็พาเก็บเลเวลทำให้พวกเขาไม่ได้คุยกันนาน

“…เลยอยากเจอปั๋วหยวน”

“…”

“หลานเฉียว…”

“…”

“หลานเฉียว ยังอยู่ไหม?”

“…ยะ..อยู่ครับ” น้ำเสียงตื่นๆตอบอย่างติดประหม่าทำให้ชุนอี้เหล่าขยับยิ้มนึกภาพเด็กหนุ่มหน้าแดงก่ำเขินอายอยู่ในหัว แต่ประโยคถัดมาทำเอาใจที่ลอยล่องของเขาร่วงลงดิน

“คุณหมายถึงอยากเจอผมแล้วคุยเรื่องกิลด์หลานซีเก๋อสินะครับ! หากมีภารกิจอะไรให้ผมทำก็บอกมาได้เลย เพื่อหลานซีเก๋อแล้วผมทำได้ทุกอย่าง!!”

ชุนอี้เหล้ากระพริบตาปริบๆ

เด็กคนนี้นี่นะ!!

ชายหนุ่มทั้งขำทั้งฉุนปนอ่อนอกอ่อนใจ ภาพในหน้าจอที่มองอยู่เป็นภาพจอมยุทธ์ดาบยืนท่ามกลางทิวทัศน์งดงาม แม้ป่านี้อาจไม่สวยเท่าสถานที่เดทยอดฮิตในกลอรี่ แต่ก็ถือว่ามีออร่าที่เรียกว่าบรรยากาศพาไปอยู่ไม่น้อย

แต่ท่ามกลางความงามชวนเคลิ้มแบบนี้อีกฝ่ายกลับพูดเรื่องกิลด์ด้วยน้ำเสียงจริงจัง

เฮ้อ… นี่เขาขนาดแย้มพรายรุกเข้าหามาตลอดหลานเฉียวก็ยังไม่รับรู้ความรู้สึกของเขา ถึงเวลานี้ทีไรชุนอี้เหล่าก็นึกถึงคนจากจงเฉ่าถังคนนั้นที่ตามติดหลานเหออยู่บ่อยๆทุกที

ตามจีบคนที่ความรู้สึกช้าขนาดนี้… เขาหวังว่าหมอนั่นจะท้อและถอยออกไปเองแล้วให้เขาอยู่กับปั๋วหยวนนะ

 

 

 

QZGS : : เวลาว่าง [ เชอเฉียนจื่อ x หลานเหอ ]

Fan Fiction:           Quanzhigaoshou ( เทพยุทธ์เซียน Glory / The King’s Avatar / Master of Skill )

Pairing:                  เชอเฉียนจื่อ x หลานเหอ

 

หลังจากจวินม่อเซี่ยวย้ายเวทีเข้าไปป่วนในอาอาณาจักรทวยเทพ บรรดากิลด์ใหญ่ๆในเซิร์ฟเวอร์สิบต่างก็กลับมามีหน้ามีตาอย่างที่ควรเป็นตามแผนบุกเบิกเซิร์ฟเวอร์ใหม่ที่วางแผนเอาไว้ แม้จะผลลัพธ์จะไม่หอมหวานเด็ดด่วงเหมือนที่วาดฝัน แต่เหล่าผู้นำกิลด์ก็แทบจุดพลุฉลองให้กับความสำเร็จเล็กๆน้อยๆที่ได้มาจากการไม่มีจวินม่อเซี่ยว

ชิงสถิติดันเจี้ยน ฆ่าบอส สร้างกระแส เรียกคนเข้ากิลด์ สะสมวัตถุดิบ บลาๆๆ เมื่อไม่มีมหาเทพเยี่ยชิวมาป่วน เรื่องพวกนี้ต่างก็ไม่คณามือพวกเขา ทุกอย่างล้วนอยู่ในการควบคุมของเหล่ากิลด์ใหญ่ ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงหรือต้องหัวหมุนยุ่งวุ่นวายตัวเป็นเกลียวเหมือนตอนที่มหาเทพยังอยู่

เมื่อผู้นำกิลด์ไม่ต้องเสียเวลามานั่งหัวหมุนก็มีเวลาว่างมากขึ้น เมื่อมีเวลาว่างมากขึ้น เรื่องที่อยากทำก็ได้ทำมากขึ้น

และแน่นอนว่าเชอเฉียนจื่อก็เป็นหนึ่งในนั้น

…ในที่สุดเขาก็มีเวลาทำตามจุดประสงค์ที่ขอย้ายมาบุกเบิกเซิร์ฟเวอร์สิบเสียที

นั่นคือการป่วนใครบางคน

เวลาเที่ยงคืนพอดิบพอดีไม่ขาดไม่เดินแม้แต่วินาทีเดียว ตัวละครผู้ฝึกมนตราของเชอเฉียนจื่อที่เคยยืนนิ่งเพื่อรอเวลารีเซ็ตจำนวนครั้งเข้าดันเจี้ยนพลันขยับมองมองซ้ายมองขวากวาดสายตาไปทั่วบริเวณหน้าดันเจี้ยนราวกับกำลังหาอะไรบางอย่าง

เที่ยงคืนสามนาทีผ่านไป… คิ้วขยับเลิกขึ้นอย่างนึกสงสัย

ห้านาทีผ่านไป… ใบหน้าที่รอคอยอย่างดีใจฉายแววกังวล

สิบนาทีผ่านไป… ฝ่ายนั้นจะเหลวไหลเกินไปแล้ว!!

มือหนาขยับเมาส์กดเปิดหน้ารายชื่อเพื่อนอย่างรวดเร็ว แววตาที่มองจอพลันอ่อนละมุน มุมปากขยับยิ้มบางๆอัตโนมัติขณะจับจองมองชื่อใครบางคนที่สว่างอยู่แสดงสถานะออนไลน์

ใครบางคนที่เป็นสาเหตุเพียงหนึ่งเดียวในการขอย้ายมาเซิร์ฟเวอร์สิบ

หลานเหอ…

“เชอเฉียนจื่อ เมื่อไหร่นายจะวาปลงดันสักที” เสียงเพื่อนร่วมปาร์ตี้ดังขึ้นทำเอามือที่กำลังคลิกชื่อหลานเหอชะงัก ชายหนุ่มรีบกดปิดหน้าต่างเพื่อนพลางสั่นหัวเรียกสติตัวเองกลับมา

เขากำลังทำบ้าอะไรเนี่ย!

“ฉันเห็นนายเดินวนไปวนมาเกือบสิบนาทีแล้วนะ นัดใครเอาไว้เหรอ?”

…นัดเขาข้างเดียวกับหลานเหอ

จะให้ความจริงแบบนั้นออกจากปากได้ยังไงเล่า!

เชอเฉียนจื่อขยับเมาส์ไปที่ชื่อหลานเหอพลางตอบกลบเกลื่อนด้วยเสียงเอื่อย “โทษทีพอดีมีโทรศัพท์เข้ามา อีกแป๊ปนะ”

หรือเขาจะกดทักหลานเหอไปแล้วถามว่าวันนี้จะมาลงดันกี่โมงแล้วค่อยบอกพวกเพื่อนในปาร์ตี้มาอีกทีในเวลานั้นดีนะ?

“เอ๊ะ นั่นใช่พวกหลานเหอรึเปล่า”

“ไหนๆ” เชอเฉียนจื่อรีบกวาดเมาส์ปรับมุมมองสายตามองตามมือของเพื่อนร่วมทีมที่ชี้ไปยังปาร์ตี้กลุ่มหนึ่งที่กำลังเดินมาทางพวกเขา แม้ชื่อบนหัวตัวละครนั้นจะอยู่ไกลมากจนมองเห็นเพียงเลือนลาง แต่เขาก็จำได้ดี

หลานเหอ…

“เชอเฉียนจื่อ นายคุยโทรศัพท์เสร็จแล้วเหรอ?”

“แค่กๆ อะ..อืม เสร็จแล้ว”

ถ้าหลานเหอมาไม่ว่าธุระอะไรก็ล้วนแต่เสร็จหมด

รอยยิ้มเขาพลันกว้างขึ้นเรื่อยๆขณะที่ร่างคุ้นตาเดินเข้ามาใกล้

“กิลด์จงเฉ่าถัง… นี่พวกนายอีกแล้วเหรอ!? ” น้ำเสียงติดจะหงุดหงิดจากจอมยุทธ์ดาบผมสีฟ้าทำเอาเชอเฉียนจื่อยิ้มร่ารีบปรี่เข้าหาเพื่อทักทาย แต่ดูท่าอีกฝ่ายจะไม่เห็นไมตรีจิตนี้เลยแม้แต่น้อย ท่าชักดาบฟันถูกใช้ออกมาทำเอาผู้ฝึกมนตราต้องกระโดดหลบวิถีดาบอย่างเฉียดฉิว

ชายหนุ่มเหงื่อตก ดูท่าวันนี้หลานเหอจะอารมณ์ไม่ดีแฮะ

“เชอเฉียนจื่อ บอกมานะ พวกนายดักรอเจอพวกฉันใช่ไหม!?”

“แหมๆ เหล่าหลาน นายคิดไปเองหรือเปล่า”

“คิดไปเอง?” หลานเหอคิ้วกระตุก “สัปดาห์นี้ทั้งสัปดาห์ฉันเจอนายที่หน้าดันเจี้ยนตลอด สัปดาห์ที่แล้วก็ด้วย นี่นายว่าฉันคิดไปเองเหรอ?”

“ใช่คิดไปเอง”

“กุ่น!!”

จอมยุทธ์ดาบผมฟ้าตวาดใส่ จากที่เคยเข้าดันเจี้ยนหลังจำนวนครั้งถูกรีเซ็ตเป๊ะๆ วันนี้เด็กหนุ่มเลยตั้งใจมาสายเพื่อจะไม่เกิดเหตุการณ์สองกิลด์เจอกันหน้าดันเจี้ยนแต่กลับยังเจอจงเฉ่าถังอีก

คิดไปเอง! คิดไปเอง! เชอเฉียนจื่อเห็นเขาเป็นเด็กสิบขวบหรือไง!! หลังจอหลานเหอขบเขี้ยวเคี้ยวฟันอย่างโมโห จากการคิดวิเคราะห์ของเขาพฤติกรรมของเชอเฉียนจื่อน่าสงสัยมาก! ฝ่ายนั้นต้องวางแผนทำมิดีมิร้ายกับหลานซีเก๋อแน่ๆ และการที่เขายังไม่รู้ว่าอีกวางแผนอะไรอยู่ทำให้หลานเหอหัวเสีย กิลด์อื่นไม่มีท่านเทพเยี่ยชิวแล้วต่างพากันสุขสบาย ทำไมเชอเฉียนจื่อไม่ปล่อยให้เขาอยู่สบายๆบ้างนะ

“แต่เจอฉันอันที่จริงนายก็ดีใจใช่ไหมล่ะ?”

ท่าชักดาบฟันถูกหลานเหอใช้อีกรอบคราวนี้เรียกเลือดกระฉูดจากผู้ฝึกมนตราเนื่องจากอยู่ใกล้จนหลบไม่พ้น แต่คนถูกฟันกลับไม่อารมณ์เสียเลยแม้แต่น้อยเพราะหากเชอเฉียนจื่อฟังไม่ผิด ก่อนร่างหลานเหอจะวาบเข้าดันเจี้ยนเขาได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆอย่างลำพองใจ

เขาเลยหัวเราะออกมาเบาๆตามขณะหลานเหอเดินผ่าน

เหล่าหลานหนอเหล่าหลาน นายนี่เด็กจริงๆเลย แค่โจมตีเขาเพื่อระบายอารมณ์นิดๆหน่อยๆก็ดีใจคิดว่าตัวเองได้แก้แค้นแล้ว เด็กจริงๆเลย

ที่เขาหัวเราะเพราะขำที่อีกฝ่ายทำตัวเป็นเด็กๆเท่านั้นหรอก

จริงๆนะ

“ไปๆ เข้าดันเจี้ยนกันเร็ว วันนี้อย่าให้พวกหลานเหอออกมาก่อนอีกละ!!” เชอเฉียนจื่อบอกเพื่อนร่วมทีมพลางบังคับผู้ฝึกมนตราของตัวเองวาบเข้าดันเจี้ยนอย่างอารมณ์ดี

รีบเข้ารีบออก มาดักรอแล้วยั่วให้หมอนั่นโมโหจนทำสถิติไม่ได้ พอทำสถิติไม่ได้หลานซีเก๋อก็ต้องมาดันเจี้ยนนี่บ่อยๆ แบบนี้น่าจะประหยัดเวลาหาข้อมูลแผนการเข้าดั้นเจี้ยนของหลานเหอไปได้มากโข

“เร็วเข้าๆ! อย่าให้ฉันเห็นว่ามีใครอู้นะ!!”

ในเมื่อมีเวลาว่างทำตามจุดประสงค์ในการมาเซิร์ฟเวอร์สิบแล้วก็ต้องทำให้เต็มที่ ตั้งแต่พรุ่งนี้ไปเขาลองบังเอิ๊ญบังเอิญไปเจออีกฝ่ายตอนเก็บเลเวลตีมอนเตอร์ด้วยดีไหมนะ แค่บังเอิ๊ญบังเอิญเจอกันแค่ตอนลงดันเจี้ยนไม่พอหรอก

ไม่งั้นเสียดายเวลาว่างที่เหลือแย่

เชอเฉียนจื่อหัวเราะเบาๆ นึกภาพใครบางคนที่เคยเจอที่สโมสรหลานอวี่เมื่อนานมาแล้วกำลังโมโหจนหน้าแดงก่ำ

หรือว่าเขาจะมีเวลาว่างเหลือเฟือแล้วบังเอิ๊ญบังเอิญไปเจออีกฝ่ายที่เมืองนั้นดี?

 

 

AU QZGS : : เหมันต์ยามสารทฤดู 1 [ เยี่ยหลาน ]

Fan Fiction:           Quanzhigaoshou ( เทพยุทธ์เซียน Glory / The King’s Avatar / Master of Skill )

Pairing:                  อี๋เยี่ยจือชิว x หลานเฉียวชุนเสวี่ย

Note:                      AU ที่จริงอี๋เยี่ยจือชิวควรจะเท่ๆแต่ทำไมออกมานิสัยพี่เยี่ยถึงปนๆมาด้วยหนอ

 

หิมะโปรยปรายลงจากฟากฟ้าช้าๆค่อยๆปกคลุมทับถมบนหลังคาเรือนน้อยกลางป่าราวกับต้องการให้เรือนหลังน้อยกลมกลืนซ่อนเร้นไปกับฉากหลังขาวโพลนของป่ายามเหมันตฤดู ในยามใกล้รุ่งทั่วทุกบริเวณล้วนเงียบสงัดมีเพียงสายลมหนาวพัดผ่านสร้างบรรยากาศหนาวเหน็บหวีดหวิวฟังดูน่าหวาดกลัว

แต่หากมองอีกมุม ที่นี่ก็เป็นแหล่งซ่อนตัวชั้นดี…

เวลาเคลื่อนคล้อย แสงอรุณแรกสาดส่องให้ความอบอุ่นจางๆกับผืนป่า ทุกๆที่พลันราวกับตื่นจากห้วงความฝันอันเชื่องช้า แสงแดดส่องกระทบหิมะก่อเกิดประกายระยับพาให้คนที่กำลังนั่งรอคอยแสงแรกของตะวันอยู่ข้างหน้าต่างพลันขยับยิ้ม

“เช้าแล้วนะ หลานเหอ” หลานเฉียวชุนเสวี่ยพูดอย่างดีใจพลางลูบหัวนกชีคคาดินามหลานเหอนกจากแดนหนาวที่เกาะอยู่บนมือตัวเอง เจ้านกตัวน้อยไซหัวถูไถกับมือขาวเนียนคล้ายจะออดอ้อนเรียกเสียงหัวเราะเบาๆจากภูติเหมันต์หนุ่ม

“ก็ได้ๆ” หลานเฉียวชุนเสวี่ยขยับตัวลุกขึ้นพลางส่ายหัวเบาๆด้วยความอ่อนอกอ่อนใจราวกับรู้ความต้องการของเจ้าตัวน้อย หลานเหอร้องเสียงเล็กกางปีกพรึบโผล่บินไปบินมาวนรอบตัวภูติหนุ่มแถมยังแอบดันตัวเบาๆให้เร่งเดินไปทางประตู

ยามเมื่อเปิดม่านประตูออก สิ่งแรกที่ได้เห็นคือป่าที่ปกคลุมไปด้วยหิมะจนขาวโพลน หากแต่แสงแดดที่สาดส่องกลับสดใสเกินจะเป็นแดดในฤดูหนาว หิมะใหม่ยังคงโปรยโปรยจากฟ้าไม่ขาดสายกระทบกับแสงตะวันก่อเกิดเป็นคล้ายคล้ายหยาดฝนดวงดาว

หลานเฉียวชุนเสวี่ยยื่นมืออกไปสัมผัสหิมะ ใบหน้าหวานคลี่ยิ้มบางๆก่อนจะเดินออกจากเรือนหลังน้อยตรงไปยังแท่นหินใต้ต้นไม้ใหญ่ ทุกๆก้าวที่เดินผ่านล้วนทิ้งรอยเท้าจมลึกบ่งบอกถึงความหนาของหิมะที่ตกลงมาทับถม

เมื่อนั่งลงบนแท่นหินแล้วภูติเหมันต์ก็หยิบขลุ่ยหยกมรกตเลาเล็กสีเขียวอ่อนขึ้นมาจรดริมฝีปาก หลานเหอที่กำลังบินวนไปมาพลันบินมานั่งบนตักของเจ้าของอย่างสงบเสงี่ยม สายลมหนาวพัดมาคลอเคลียร่างโปร่งเพรียวพัดชายแขนเสื้อให้พลิ้วไหวราวลอยล่องอยู่ในสายธาร แสงอาทิตย์ทอแสงส่องเครื่องประดับผมลายไม้ใบสีส้มให้ดูโดดเด่นอยู่บนเรือนผมยาวสีฟ้ามัดรวบสูง

หลานเฉียวชุนเสวี่ยหลับตาลงช้าๆ เสียงขลุ่ยเริ่มบรรเลงเพลงแว่วหวานดังก้องไปทั่วทั้งป่า ปลุกเอาความทรงจำเมื่อวันวานที่ชวนคิดคำนึงถึงให้กลับมาในห้วงความคิด

อี๋เยี่ยจือชิว… ท่านจากไปนานเท่าไหร่แล้วหนอ

เมื่อคืนนี้… คืนวาน… คืนก่อน… และคืนก่อนหน้านี้อีกนับไม่ถ้วน ข้าได้ฝันถึงท่านอีกแล้ว

…ท่านยังจำเรื่องราวของภูติเหมันต์ที่ท่านพบเจอใต้ต้นสนอย่างข้าได้อยู่หรือไม่?

ครานั้นที่ได้พบท่านในแดนเหมันตฤดูหลานอวี่ เป็นครั้งแรกที่ข้าได้เห็นแสงแดดกระทบกับเกล็ดหิมะ เป็นครั้งแรกที่ข้าได้เห็นคนจากแดนสารทฤดู และจากนั้นก็เป็นยังครั้งแรกที่หัวใจข้าเต้นรัวยิ่งกว่าการได้เห็นประกายแสงจากเกล็ดหิมะ…

บทเพลงจากขลุ่ยหวานนุ่มหูหากใจคนเป่ากลับสั่นคลอนเปลี่ยนเพลงหวานให้กลายเป็นเศร้าจับใจ

…วันที่พบกับอี๋เยี่ยจือชิวครั้งแรก วันนั้นหลานเฉียวชุนเสวี่ยกำลังตะเวนเดินเล่นไปทั่วป่าแดนหนาว แม้จะอยู่ในอาณาจักรหลานอวี่มาตั้งแต่เกิด แต่ทุกๆวันเขาก็ยังชอบที่จะออกตะเวนไปทั่วอยู่ดี โดยเฉพาะบริเวณเขตรอยต่อระหว่างแต่ละอาณาจักร

บนแผ่นดินนี้แบ่งออกเป็นทั้งหมดหกอาณาจักร แต่ละอาณาจักรต่างก็มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่เหมือนกันนั่นคือหนึ่งดินแดนหนึ่งฤดูกาล หลานเฉียวชุนเสวี่ยอยู่ในอาณาจักรหลานอวี่แดนเหมันตฤดู ข้างๆกันคืออาณาจักรซิงซินแดนสารทฤดู

หลานอวี่ปกคลุมไปด้วยหิมะขาวโพลนแทบไร้สีสันอื่น ซิงซินเต็มไปด้วยต้นไม้หลากสีสันกระทบกับแสงแดดอบอุ่นกำลังดี

ภูติเหมันต์ที่ยืนอยู่บนกิ่งสนขนาดใหญ่เหม่อมองออกไปยังดินแดนสารทฤดู แม้เขาจะอยากออกจากอาณาเขตหลานอวี่ไปเยือนซิงซินสักครั้งแต่เขาก็ทำไม่ได้ ว่ากันว่ามีเพียงผู้มีพลังสูงเท่านั้นจึงจะสามารถก้าวข้ามเส้นกั้นแดน

หลานเฉียวชุนเสวี่ยเป็นแค่ภูติน้อยตำแหน่งไม่ใหญ่ไม่โตมากนักในหลานอวี่มีหรือจะสามารถเดินผ่านกำแพงล่องหนนั่นได้ แถมลองแล้วยังโดนพลังดีดกลับจนเจ็บตัวนอนซมให้ชุนอี้เหล่าดูแลอีกเกือบเดือน

ภูติเหมันต์ถอนหายใจเบาๆ ก่อนกระโดดลงจากกิ่งสนลงมายืนบนพื้น สายตาสอดส่องหาเจ้านกตัวน้อยเพื่อนคู่ใจหลานเหอที่หนีไปบินเล่นตั้งแต่เขาโดดขึ้นไปยืนมองซิงซินบนกิ่งสนแล้ว

“หลานเหอ! ”

เพียงตะโกนเรียก หลานเหอก็บินร้องเสียงเล็กเข้ามาหา แต่พฤติกรรมนกน้อยที่จิกชายแขนเสื้อของเขาทำให้หลานเฉียนชุนเสวี่ยเลิกคิ้วอย่างงุนงง ร่างน้อยของหลานเหอพยายามออกแรงดึงเขาเหมือนกับจะให้เขาเดินไปที่ไหนสักที่อย่างไรอย่างนั้นเลย

ร่างโปร่งตัดสินใจเดินตามแรงดึงอันน้อยนิดของนกน้อย ลัดเลาะไปตามแนวป่า เมื่อมือเรียวปัดพุ่มไม้ที่สุ่มกันแน่นออกก็ต้องผงะกับภาพที่หลานเหอพามาเห็น…

นะ..นั่นมัน คนต่างแดน!?

ตรงหน้าบนพื้นกลางกองหิมะหลังพุ่มไม้มีร่างในชุดเกราะนอนฟุบอยู่ ผ้าคลุมสีแดงโดดเด่นอยู่ท่ามกลางหิมะขาวทำให้มองอย่างไรก็รู้ว่าเป็นพวกต่างแดน พวกเขาชาวหลานอวี่ไม่ค่อยจะมีเสื้อผ้าสีอื่นนอกจากสีขาวกับสีฟ้า

“หลานเหอ! ไปตามชุนอี้เหล่ามาเร็วเข้า! ” เสียงหวานกระโกนอย่างปกปิดความตะหนกไม่มิด ในหัวความคิดวิ่งวุ่นไปมา

คนๆนี้ผ่านเขตกั้นมาได้อย่างไร?

ศัตรู? หรือแค่ผ่านทางมา? ตะ..แต่ยังไงก็ต้องรายงานชุนอี้เหล่าให้รู้

อันตราย!

หลานเฉียวชุนเสวี่ยหักกิ่งไม้ใกล้มือมาถือไว้ต่างดาบ ก่อนสั่งให้หลานเหอไปตามชุนอี้เหล่าอีกครั้ง แต่เจ้านกน้อยกลับไม่ฟังคำสั่งบินตรงไปเกาะบนตัวของคนต่างแดนบนพื้นพลางร้องเรียกเขาให้เข้าไปใกล้ แม้หลานเหอจะส่งเสียงดังป่านนี้แต่คนต่างแดนก็ไม่มีทีท่าจะขยับตัวเลยแม้แต่น้อย

เขาเอียงคอหน่อยๆ หรือว่าการผ่านเขตแดนจะทำให้คนตรงหน้าตายเสียแล้ว?

ไวเท่าความคิด ภูติเหมันต์ค่อยๆเข้าใกล้ร่างบนพื้นหิมะอย่างระมัดระวัง จนกระทั่งถึงระยะที่กิ่งไม้ในมือจะยื่นถึงก็ออกแรงใช้ไม้เขี่ยร่างนั้นอย่างแรง

“ไม่รู้สึกตัวจริงๆด้วย”

แม้จะแน่ใจแล้ว แต่มือก็ยังไม่หยุดขยับ เขี่ยไปเขี่ยมาจมูกพลันได้กลิ่นคาวเลือดที่ลอยมาจางๆกับสายลม เขาขยับตัวเข้าใกล้พลางทรุดตัวคุกเข่าลงข้างร่างนั้นใช้ไม้แตะๆสำรวจร่างบนพื้นไปทั่ว ยืนมือออกไปพลิกร่างที่นอนคว่ำให้หงายตัวขึ้นเพื่อสำรวจเพิ่มเติม บนเกราะของอีกฝ่ายมีรอยเลือดอาบอยู่จนแดงฉานน่ากลัวว่าจะมาจากบาดแผลฉกรรจ์

มโนธรรมถูกปลุกให้ตื่น ถ้าหากคนๆนี้ยังไม่ตายแค่สลบไปเพราะบาดแผลเฉยๆแล้วเขาทิ้งอีกฝ่ายเพื่อไปเรียกชุนอี้เหล่ามา อีกฝ่ายจะตายเพราะเขาไม่สนใจไหมหนอ

ยังไงพิสูจน์ว่าตายหรือไม่ตายก่อนล่ะกัน

ตัดสินใจเสร็จสับ หลานเฉียวชุนเสวี่ยก็โน้มตัวแนบหูบนแผ่นอกอีกฝ่ายหมายจะฟังเสียงเต้นของหัวใจ แต่เกราะที่หนาเกินไปทำให้ไม่ได้ยินเสียงอะไรเลยแม้แต่น้อย ภูติเหมันต์ขยับตัวขึ้นคิดจะยกนิ้วขึ้นอังจมูกใบหน้าคมคายตรวจสอบลมหายใจ แต่เพียงแค่ขยับตัวจู่ๆคนที่สลบอยู่ก็จับข้อมือเขาที่กำลังจะแตะบนปลายจมูกทันควัน

“ปะ..ปล่อยนะ! ”

หลานเฉียวชุนเวี่ยสะดุ้งสุดตัว ทว่าคนที่พึ่งลืมตาตื่นกลับคลี่ยิ้มบางๆขยับปากพูดเสียงแผ่วว่า “เจอแล้ว”

จากนั้นชั่วพริบตา ภูติเหมันต์ก็ถูกอีกฝ่ายรั้งตัวโน้มจรดริมฝีปากขึ้นทาบทามช่วงชิงเอาจุมพิตแรกไปอย่างไม่ทันตั้งตัว สัมผัสละมุนอุ่นร้อนส่งผ่านสัมผัสผะแผ่วราวถูกปีกผีเสื้อสัมผัสตรงที่ถูกจูบทำให้หลานเฉียวชุนเสวี่ยอุ่นวาบไปทั้งร่าง

โดยที่ไม่มีใครสังเกต… อากาศบริเวณรอบๆทั้งคู่พลันอุ่นขึ้น หญ้าสีส้มแดงปรากฏบนพรมหิมะเป็นครั้งแรกในรอบร้อยปี หลานเหอร้องเสียงแหลมบินรอบต้นหญ้าอย่างอารมณ์ดี

แต่แล้วเมื่อจูบละมุนสิ้นสุด หิมะก็โปรยปรายลงทับถมต้นหญ้าแปลกสีเหล่านั้นให้จมใต้สีขาวโพลนอย่างเงียบงัน…

หลานเฉียวชุนเสวี่ยกระพริบตาปริบๆ ลมหายใจคล้ายขาดห้วงลง ปลายนิ้วยกขึ้นแตะตรงริมฝีปากตัวเองลูบไปมาโดยไม่รู้ตัวพลางจับจ้องคนที่สลบไปอีกครั้งตรงหน้าอย่างไม่วางตา

แม้ภายนอกภูติเหมันต์จะยังดูสงบ แต่ในหัวคล้ายกับถูกเวทมนตร์ชุดใหญ่ระเบิดบึ้มไปนานแล้ว

มะ..เมื่อกี๊เขาถูกจูบหรือเปล่า ตะ..แต่ว่า

“จะ..เจ้า! ตื่นขึ้นมาเดี๋ยวนี้นะ! ” เขาตะโกนก้อง แต่จะเอาอะไรกับคนที่สลบไปแล้ว ใบหน้าคมคายนั่นยังคงปิดเปลือกตาสนิท ไม่รับรู้ถึงความว้าวุ่นกระวนกระวายของเขาจากการกระทำที่ทั้งอุกอาจและบังอาจนั่นเลยแม้แต่น้อย

จวบจนท้ายที่สุด หลานเฉียวชุนเสวี่ยก็ถอนหายใจยาว ลุกขึ้นลากเอาร่างคนต่างแดนที่หมดสติไปตามพื้นหิมะทำตามความตั้งใจในส่วนมโนธรรมที่ว่าหากคนๆนี้ยังไม่ตายจะพาไปรักษาตัวก่อนค่อยไปบอกชุนอี้เหล่า

เฮ้อ… ที่จริงเขาก็ไม่ได้อยากจะลากตัวอีกฝ่ายไปกับพื้นหรอกนะ แต่คนๆนี้หนักเกินไปจนเขาจะแบกไหวต่างหาก อีกอย่างลากไปกับพื้นแบบนี้ก็สะดวกดี… สะดวกดีเฉยๆ

การแก้แค้นเล็กๆน้อยอย่างเผลอทำให้คนสลบชนกิ่งไม้หรือก้อนหินก้อนเล็กๆน้อยๆบ้างเขาไม่ได้ตั้งใจเลยสักนิด

จริงๆนะ

ภูติเหมันต์ฮัมเพลงเบาๆคลอไปกับเสียงนกน้อยคู่ใจออกแรงกระชากร่างในชุดเกราะลากไปตามพื้น จุดหมายคือบ้านเล็กหลังน้อยฐานลับของเขากลางป่าริมชายแดน

…สามวันหลังจากนั้น จากที่ทุกๆวันหลานเฉียวชุนเสวี่ยจะไปยืนดูแสงอาทิตย์กระทบใบไม้ของแดนซิงซินบนกิ่งสนก็เปลี่ยนมาคอยดูแลคนเจ็บในบ้านเรือนน้อย ฐานลับส่วนตัวที่ชุนอี้เหล่าสร้างไว้ให้เพื่อเผื่อใช้สำหรับสถานการณ์ฉุกเฉิน… ซึ่งไม่เคยฉุกเฉินสักครั้งจนกระทั่งเขาได้พบกับคนต่างแดนในชุดเกราะนี่

มือขาวเนียนลูบชุดเกราะส่วนอกที่เขาถอดออกจากร่างคนต่างแดนอย่างสนอดสนใจ เพื่อการรักษาจึงเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องถอดชุดเกราะหนักๆนี่ออก และเพื่อการระมัดระวังเผื่อว่าอีกฝ่ายจะเป็นศัตรูเขาจึงเลี่ยงไม่ได้ที่จะเอาชุดเกราะเหล่านี้ออกมาพิจารณา

อืม… ถึงจะดูหนักๆ แต่ก็ยังมีความอบอุ่นขนาดอยู่ในแดนหิมะเกราะนี่ก็ยังอุ่นมืออยู่เลย

หลานเฉียวชุนเสวี่ยเคาะเกราะดังก้องๆ ปลุกคนที่กำลังหลับใหลบนเตียงด้านหลังให้ฟื้นตื่น

“เกราะของข้ามันน่าสนใจมากหนักหรือ?” เสียงแหบแห้งจากการขาดน้ำเปรยขึ้นเบาๆแต่ก็ทำเอาภูติเหมันต์สะดุ้งโหยงผุดตัวลุกยืนกระถดตัวเองถอยห่างจากเตียงนอนที่มีคนเจ็บนอนอยู่อย่างรวดเร็ว

ท่าทางราวกระต่ายตื่นเรียกเสียงหัวเราะเบาๆหลุดจากลำคอคนมองซึ่งโดนกรรมตามสนองทันทีเนื่องจากคอแห้งจนสำลัก

“แค่กๆ ขอน้ำหน่อยได้ไหม?”

หลานเฉียวชุนเสวี่ยรีบรินน้ำให้ เสร็จแล้วก็พุ่งตัวกลับมายืนริมประตูกอดเกราะแนบอกราวกับจะซ่อนตัวเองใต้เกราะเหมือนเดิม

ยิ่งมองดวงตากลมโตที่กระพริบปริบๆบวกกับท่าทางของคนแดนหนาวที่ราวกับจะพุ่งตัวออกจากบ้านไปทุกเมื่อหากเขาขยับตัว คนเจ็บยิ่งอยากหัวเราะ หลังกินน้ำแล้วเขาก็แนะนำตัวเองเพื่อให้อีกฝ่ายคลายกังวล

“ข้าชื่ออี๋เยี่ยจือชิว… แม่ทัพของซิงซิน”

“จะ..เจ้ามาจากซิงซิน?”

อี๋เยี่ยจือชิวพยักหน้า

“ศัตรูรึ? เจ้าข้ามแดนมาได้ยังไง ซิงซินเป็นดินแดนแบบไหนกัน พระอาทิตย์ที่นั้นสวยมากกว่ามองจากที่นี่นไหม? ไม่สิๆ! เจ้ามาหลานอวี่ทำไม จะก่อสงครามงั้นเหรอ!?” ภูติเหมันต์ถามรัวแถมยังสลับความสำคัญกันมั่ว หลานเฉียวชุนเสวี่ยพูดจบก็รู้สึกว่าตัวเองงี่เง่าอย่างไรชอบกลเลยเงียบครู่หนึ่ง

เอาเรื่องไปบอกชุนอี้เหล่าดีไหมนะ จนป่านนี้เขาก็ยังไม่ได้บอกชุนอี้เหล่าเรื่องคนต่างแดนนี่เลย

ตะ..แต่ก็อยากรู้ว่าหากต้องการข้ามแดนจะต้องทำยังไงด้วย

เอาไงดีๆ

ปลายนิ้วเคาะเกราะดังก้องๆเป็นจังหวะพลางใช้ความคิด แม้เจ้าตัวพยายามปกปิดความรู้สึก แต่สีหน้าลังเลแล้วลังเลเล่ากลับอยู่ในสายตาของอีกคนโดยตลอด แม่ทัพแดนสารทฤดูคลี่ยิ้มบางๆปนเอ็นดูหลายส่วนขณะมองร่างโปร่งริมประตู

แม้อี๋เยี่ยจือชิวอยากจะเอ่ยหยอกอีกฝ่าย แต่เขาก็นิ่งเงียบแล้วมองคนๆนั้น

ในที่สุดก็ได้เจอ…

“เจ้าข้ามแดนมาได้ยังไงกัน?” ในที่สุดหลานเฉียวชุนเสวี่ยก็ตัดสินใจเลือกได้แล้วว่าคำถามไหนสำคัญที่สุด หลอกเอาข้อมูลเสร็จค่อยส่งให้ชุนอี้เหล่า อืม! ความคิดนี้ยอดเยี่ยมที่สุด!

ดวงตากลมโตมองคนต่างแดนอย่างรอคอย

อี๋เยี่ยจือชิวคล้ายเห็นหางกระต่ายสั่นดุกดิกอยู่ด้านหลังอย่างไรอย่างนั้น ท่านแม่ทัพพยายามกลั้นยิ้มสุดความสามารถตีหน้านิ่งพูดเสียงเบา

“มานี่สิ” ทว่าอีกฝ่ายก็ยังไม่ยอมขยับห่างจากประตู จนเขาต้องพูดขึ้นอีกรอบ “เสียงข้าแห้งขนาดนี้เจ้าคงไม่ใจร้ายให้ข้าตะโกนหรอกใช่ไหม? แค่กๆ”

นอกจากปลายประโยคจะหรี่เสียงลงเบาจนแทบใจหายอี๋เยี่ยจือชิวยังไอโขลกจนตัวโยนเพิ่มความน่าสงสาร คนฟังรีบขยับตัวเข้ามาดูแลให้คนเจ็บนอนลงกับเตียงด้วยอารามตกใจ กว่าหลานเฉียวชุนเสวี่ยจะรู้ว่านี่เป็นกับดักก็ตอนที่เขากำลังจะผละตัวออกอีกฝ่ายกลับพลิกตัวกระชากเขาให้ล้มนอนบนเตียงทั้งยังขึ้นทาบทับบนร่างกักกันไม่ให้เขาขยับตัวหนี

ระยะห่างทั้งคู่เรียกได้ว่าแทบไม่มีช่องว่าง คนหลงกลอ้าปากค้าง

“เจ้ามัน!” คำด่ามากมายวิ่งวุ่นเต็มหัวภูติหนุ่มเต็มไปหมด ทั้งสับปลับ ปลิ้นปล้อน หลอกลวง หน้าไม่อาย ไม่ๆ ต้องแรงกว่านี่ “เจ้ามันคนนิสัยไม่ดี!”

อ๊ากกก! มันควรจะแรงกว่านี้สิ! แถมอีกฝ่ายยังหัวเราะขบขันไม่สะทกสะท้านกับคำด่าของเขาอีก

หลานเฉียวชุนเสวี่ยแทบน้ำตานองหน้า

“ภูติเหมันต์ของหลานอวี่… หลานเฉียวชุนเสวี่ย เจ้าอยากรู้ไม่ใช่หรือว่าข้าข้ามแดนมาได้อย่างไร” คนพูดจงใจพรู่ลมหายใจร้อนระอุใส่คนด้านล่าง กลิ่นอากาศอบอุ่นจางๆไม่ร้อนไม่หนาวเกินไปสำหรับภูติเหมันต์ของอี๋เยี่ยจือชิวทำเอาหลานเหอเหมือนถูกดูดสติความนึกคิด

คล้ายล่องลอย… คล้ายสมองขาวโพลน.. คล้ายร่างทั้งร่างจมอยู่ภายในความอบอุ่นอันบางเบาของคนด้านบน

แต่เดี๋ยวนะ!

“เจ้ารู้ชื่อข้า!? ”

“ชื่อของภูติเพียงตนเดียวประจำแดนเหมันต์ไม่ว่าใครก็ต่างรู้มิใช่หรือ”

คนนอกแดนรู้หรือไม่รู้หลานเฉียวชุนเสวี่ยไม่รู้ แต่ภายในหลานอวี่ ตำแหน่งของเขามันก็ไม่ได้ยิ่งใหญ่อะไร น่าสงสัย แต่…

“อยู่ใกล้ขนาดนี้พอใจเจ้ารึยัง! บอกมาได้แล้วว่าเจ้าเข้ามาที่นี่ได้ยังไง!? ” เสียงหวานตวาดใส่ แม้อ้อมกอดคนตรงหน้าจะอบอุ่นดี.. ตะ..แต่อาการบ้าๆแปลกประหลาดที่เกิดขึ้นกับเขาเมื่อสักครู่นี่เขาไม่ชอบเลยสักนิด แม้จะเป็นเวลาชั่วขณะแต่ก็ร้ายกาจเกินไป

ไม่ดีๆ

“อยากรู้จริงๆหรือ?”

หลานเฉียวชุนเสวี่ยพยักหน้าหงึกๆ ขยับยิ้มบางเผยให้เห็นเขี้ยวสีขาวเล็กๆตรงมุมปาก วาดฝันว่าตนเองจะได้ออกไปเก็บใบไม้สีแดงกลับมาเล่นกับหลานเหอสักใบสองใบ

แค่คิดก็น่าสนุกแล้ว

รอยยิ้มภูติเหมันต์ขยับกว้างขึ้น เผยเขี้ยวเล็กสองข้างมากกว่าเดิมจนคนมองรู้สึกเหมือนถูกแมวมาข่วนเกายิบๆที่หัวใจ แทนคำตอบของคำถาม แม่ทัพหนุ่มโน้มตัวลงประทับจุมพิตบนเรียวปากที่กำลังแย้มยิ้ม

เนิ่นนาน… คล้ายเวลาหยุดเดิน…

หลานเฉียวชุนเสวี่ยเบิกตากว้างอย่างความตกใจ ปลายลิ้นถูกคนปล้นจูบเกี่ยวกวัดจนแทบลืมหายใจ รสจูบผะแผ่วทะนุถนอมแต่ก็ร้อนอบอุ่นละมุน มือเนียนที่ผลักบ่าคนด้านบนหมดแรงดันจนคล้ายวางแปะเพื่อโอบรั้งคออีกฝ่ายไว้

จุมพิตดำเนินเนิ่นนานคล้ายต้องการเติมเต็มความโหยหาคำนึง จนหลานเฉียวชุนเสวี่ยคิดว่าตัวเองอาจหมดลมหายใจอี๋เยี่ยจือชิวถึงค่อยๆผละริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง

“จะ..เจ้า!”

ก่อนที่ภูติเหมันต์จะตะโกนไปมากกว่านั้น แม่ทัพหนุ่มรีบพูดดักขึ้น “นี่ไงคำตอบของคำถามจริงๆที่เจ้าอยากจะรู้ จริงๆก็ไม่สำคัญไม่ใช่หรือว่าข้าจะมาได้ยังไง เจ้าอยากรู้ว่าเจ้าจะออกจากแดนหลานอวี่ได้ยังไงมากกว่า ถูกไหม?”

ก็จริง… แต่ว่า “ข้าต้องการคำตอบไม่ได้ต้องการ จะ..จูบของเจ้า!” หลานเฉียวชุนเสวี่ยเช็ดปากตัวเองไปมาจนแดงก่ำยิ่งกว่าเดิม ใบหน้าขาวขึ้นสีเรื่อแดงคล้ายผลไม้สุกฉ่ำหวานชวนให้กัดชิม

“ก็จูบจากข้าไงคือคำตอบ”

“เจ้ามันคนนิสัยไม่ดี!!” เสียวหวานตะโกนด่า แต่ก็เหมือนเดิมคนถูกว่าไม่สะทกสะท้านเลยแม้แต่น้อย เจ้าตัวทำหน้าจริงจังราวกับการจุมพิตนั่นไม่ใช่การปล้นจูบหน้าด้านๆ

อี๋เยี่ยจือชิวขยับตัวลุกขึ้นนั่งปล่อยร่างเล็กกว่าให้เป็นอิสระ หลานเฉียวชุนเสวี่ยรีบกระถดพาตัวเองไปติดเตียงอีกฝั่ง ณ จุดที่ห่างไกลจากคนปล้นจูบมากที่สุดทันที แม้หางตาของแม่ทัพหนุ่มจะเห็นกิริยาชวนขันนั้น แต่เขาก็ไม่ได้หัวเราะ ยังคงยื่นมือไปคว้าเอาเกราะส่วนอกของตัวเองมา กดกลไกที่ถูกซ่อนเอาไว้ในเกราะหยิบเอาของเล็กๆสิ่งหนึ่งที่ซ่อนใต้กลไกนั้นออกมา

เครื่องประดับผมรูปใบไม้สีส้มแดงอันหนึ่ง

ภูติเหมันต์มองสิ่งของในมืออี๋เยี่ยจือชิวอย่างสงสัย ก่อนจะสะดุ้งเฮือกขยับตัวหนีกระถดไปอีกมุมเตียงอย่างรวดเร็วเมื่อคนสูงกว่าขยับเข้ามาใกล้ แต่หนีไปไกลแค่ไหนเตียงก็เล็กนิดเดียว มือสวยที่อบอุ่นกว่าคว้าข้อมือหลานเฉียวชุ่นเสวี่ยเอาไว้แน่น

ขยับเข้าหาอย่างเชื่องช้า แต่พอถึงตัวกลับต้อนภูติน้อยจนจมมุม คนถูกต้อนหลับตาปี๋

อี๋เยี่ยจือชิวเสียบเครื่องประดับผมในมือตัวเองลงบนเรือนผมสีฟ้าบริเวณเครื่องรวบผมของอีกฝ่าย

ประทับจูบลงบนนั้น เคลื่อนตัวลงกระซิบข้างหูแดงก่ำ แล้วผละออกมามองหลานเฉียวชุนเสวี่ยที่มีเครื่องประดับผมรูปใบไม้สีส้มแดงประดับอยู่บนหัว

“ที่เจ้าพูดเมื่อกี๊นี่เป็นความจริงรึ?” ภูติเหมันต์ลืมตาน้ำเสียงปกปิดความดีใจไม่มิด อีกฝ่ายบอกว่าจูบจากคนแดนซิงซินจะสามารถพาคนอื่นข้ามกำแพงกั้นไปแดนสารทฤดูได้ “พิสูจน์สิ”

ภูติหนุ่มเอ่ยต่ออย่างระแวง ชาวเมืองหลานอวี่ไม่เห็นจะมีพลังวิเศษแบบนั้นเลย ทำไมซิงซินถึงมีได้เล่า! ไม่ยุติธรรม!

อี๋เยี่ยจือชิวพยักหน้ารับคำท้าพยายามตีสีหน้าให้เป็นปรกติไม่ผุดรอยยิ้มพราย เอื้อมมือหมายจะคว้ามือขาวเนียนของอีกฝ่ายขึ้นมาจูงแต่ดูเหมือนถูกรู้ทันเมื่อฝ่ายนั้นไหวตัวลุกยืนไม่ยอมให้แตะต้อง

แม่ทัพหนุ่มถอนแอบหายใจเบาๆด้วยความเสียดาย ก่อนลุกขึ้นเดินออกจากเรือนหลังเล็กไปยืนกลางหิมะที่ยังคงโปรบปรายลงมาไม่ขาดสาย

ด้วยการรักษาของเจ้าของเรือนทำให้บาดแผลฉกรรจ์ถูกรักษาจนหายดี แถมเขาก็เป็นพวกแผลหายเร็วอยู่แล้วดังนั้นร่างกายจึงไม่เหลือแม้แต่รอยแผลเป็น

จวบจนร่างโปร่งเพรียวเดินเต๊าะเตะคล้ายลังล้าลังเลมาหยุดยืนตรงหน้า อี๋เยี่ยจือชิวถึงเอ่ยปากพูดขึ้นอีกครั้ง

“ห้ามหลับตา มองข้า… หมายถึงมองข้างหลังข้าดีๆ” เขาเอื้อมมือโอบเอวคนตรงหน้ามาแนบชิด อีกฝ่ายสะดุ้งคล้ายจะขยับหนีแต่ในที่สุดก็ฝืนใจอยู่นิ่งๆในอ้อมกอดคนโตกว่า ริมฝีปากอุ่นร้อนประทับลงบนหน้าผากภูติเหมันต์ช้าๆไล่เรื่อยลงปลายจมูก ข้างแก้ม ปลายคาง ทุกๆที่ที่ความอุ่นร้อนเคลื่อนผ่านหลานเฉียวชุนเสวี่ยรู้สึกว่าจุมพิตนั้นราวกับฝากฝังห้วงความโหยหาคิดถึงของคนตรงหน้าเอาไว้

จวบจนริมฝีปากร้อนเคลื่อนลงมาแตะเรียวปากเขาแผ่วเบาราวผีเสื้อ หิมะที่โปรยปรายรอบๆพลันลอยค้าง สงอาทิตย์แดนหนาวที่เคยทอดแสงหม่นๆแปรเปลี่ยนเป็นอบอุ่นขึ้นนิดหน่อยส่อกระทบเกล็ดหิมะจนราวกับอยู่ท่ามกลางหยาดฝนดวงดาวระยิบระยับ

ปลายหางตาหลานเฉียวชุนเสวี่ยเห็นภาพเหล่านั้นเพียงครู่เดียว ก่อนจุมพิตที่เพียงแตะสัมผัสเบาๆจะรุ่มร้อนละมุนจนเขาไม่สามารถละสายตาไปไหนได้นอกจากทุ่มเทความสนใจทั้งหมดไปกับจุมพิตนี้

ใบหน้าหวานปิดเปลือกตาลงโดยไม่รู้ตัวคล้ายอยากซึมซับช่วงเวลานี้ให้เนิ่นนาน อี๋เยี่ยจือชิวแตะฝ่ามือร่างเล็กแผ่วเบาด้วยความลังเล ก่อนจะกอบกุมมือขาวเนียนเอาไว้ในที่สุด

…ต้นหญ้าสีส้มแดงผลิหน่อก่อเกิดบนแดนหิมะท่ามกลางสีขาวโพลนอีกครั้ง

“กี๊ดดๆ” เสียงแหลมเล็กของหลานเหอดังขึ้นหลังจากบินมาถึงบริเวณอาณาเขตของเรือนหลังน้อยฐานลับของหลานเฉียวชุนเสวี่ย

เสียงนกน้อยเรียกเอาสองคนที่จมอยู่ในห้วงจุมพิตรู้สึกตัวผละออกจากกัน หลานเฉียวชุนเสวี่ยหน้าแดงฉ่า รีบดึงมือตัวเองออกจากมืออีกฝ่ายแล้วละล้าละลังอยู่ครู่หนึ่งก่อนวิ่งออกไปรับหลานเหอที่กำลังบินลงมาจากฟ้า มือที่เริ่มกลับมาเย็นเยือกยื่นออกไปรับนกตัวน้อยให้บินมาเกาะ

สงบใจไว้ๆ

หลานเฉียวชุนเสวี่ยบอกในใจตัวเองซ้ำๆ แต่สายตาที่มองหลานเหอพลันละมุนอบอุ่นโดยไม่รู้ตัว

อี๋เยี่ยจือชิวมองภาพภูติเหมันต์ที่กำลังกลบเกลือนความเขินอายด้วยการคุยกับนกตัวน้อย มุมปากท่านแม่ทัพขยับยิ้ม ยิ่งมองเครื่องประดับผมรูปใบไม้สีส้มแดงที่อยู่บนเรือนผมอีกฝ่ายมุมปากเขาก็ยิ่งขยับกว้างขึ้น

ในที่สุดก็ได้เจอ… ในที่สุดก็ได้มอบมันให้กับเจ้า หลานเฉียวของข้า

“อ๊ะ! ถ้าหากจุมพิตจากชาวเมืองซิงซินสามารถทำให้คนแดนอื่นสามารถข้ามไปแดนสารทฤดูได้ แล้วเครื่องประดับผมที่เจ้าให้ข้ามามีพลังอะไรหรือ?”

หลานเฉียวชุนเสวี่ยตะโกนถามเจ้าของเครื่องประดับผมเมื่อคิดเรื่องนี้ขึ้นมาได้

“คือเรื่องนั้น…” อี๋เยี่ยจือชิวเหงื่อตก “เครื่องประดับผมนั่นมัน… มันทำให้พลังจุมพิตของคนแดนซิงซินแข็งแกร่งขึ้น”

ข้ออ้างแบบนี้… พอไหวไหมนะ

ท่านแม่ทัพผู้เกรียงไกรจนได้ฉายาว่าเทพสงครามกำมือชื้นเหงื่อของตัวเองแน่น

 

 

 

_____________________________________________________________________________________________________________________________

ขอบคุณรูปงามๆสุดแสนดีต่อใจของคุณ @Ichi_ichigo15  ค่ะ ไอเดียของตอนนี้คือภาพนี้ อาจแต่งได้ไม่ดี เซ็ตติ้งไม่ตรง ต้องขออภัยด้วยค่ะ

// ทั้งหมดแค่อยากให้พี่(อี๋)เยี่ย(จือชิว)ได้เห็นน้องภาพนี้เฉยๆ …น้องหลานดีงามเหลือเกิน #กุมใจ

123

 

[AU QZGS ] ต่ายหลานในป่าใหญ่ [ เยี่ยหลาน ]

Fan Fiction:           Quanzhigaoshou ( เทพยุทธ์เซียน Glory / The King’s Avatar / Master of Skill )

Pairing:                  เยี่ยซิว x หลานเหอ

Note:                      AU อย่าสนเนื้อเรื่องมันเลย… จริงๆนะ อย่าสนมันเลย (//เอามือปิดหน้า)

 

 

 

กระต่ายป่ามักเป็นเผ่าพันธุ์ที่ถูกสัตว์อื่นล่าจับกินเป็นอาหารเสมอ ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกันตัว ธรรมชาติจึงมอบสัญชาตญาณการระวังภัยสูงมากให้กับกระต่ายเพื่อจะได้มีชีวิตรอดยามอยู่อาศัยในป่า แต่สัญชาตญาณนั้นก็ต้องอาศัยทั้งประสบการณ์ ทั้งการขัดเกลา

ดังนั้นกระต่ายบ้านพันธุ์ฮอลแลนด์ลอปสีขาวที่พึ่งถูกปล่อยเข้าป่ามาได้ไม่ถึงปีย่อมไม่มีทางรอดพ้นจากคมเขี้ยวของผู้ล่าได้เลย

หลานเหอตัวสั่นเทาขณะช้อนตามองร่างสูงที่คร่อมอยู่เหนือร่างตัวเองอย่างหวาดกลัว เขี้ยวคมสีขาวในปากของอีกฝ่ายวาววับราวกับจะจ้วงกัดเขาในเสี้ยววินาที ยิ่งร่างด้านบนแสยะยิ้มกระต่ายน้อยก็ยิ่งอยากร้องไห้ ในหัวพลันนึกถึงเรื่องกระต่ายถูกเสือกินที่ชุนอี้เหล่าเล่าให้ฟังตอนนั่งกินอาหารเย็นด้วยกันเมื่อวานก่อน

นะ..น่ากลัว

หลานเหอพยายามหดตัวให้เล็กลงทั้งๆที่รู้ดีว่าไม่มีทางหนีจากการกักกันของผู้ล่า ชุนอี้เหล่าเล่าว่าเสือตัวนั้นค่อยๆใช้คมเขี้ยวฉีกเนื้อกระต่ายช้าๆทั้งที่กระต่ายตัวนั้นยังมีชีวิตอยู่ จากนั้นก็แทะเล็มจนไม่เหลือแม้แต่กระดูก

ร่างด้านบนก็มีเขี้ยวคมเหมือนกัน แต่ว่า…

“คะ..คุณเป็นแมวไม่ใช่หรือ ทำไมถึงมาล่าผมล่ะ?” หลานเหอถามเสียงสั่น แมวตัวโตด้านบนเหนือร่างเขาคือแมวเถื่อนเลื่องชื่อของป่ากลอรี่ นามเยี่ยซิว

ชุนอี้เหล่า ซี่โจวกับเพื่อนพ้องคนอื่นๆต่างก็เตือนเขาว่าให้ระวังแมวเถื่อนเยี่ยซิวเอาไว้ อย่าได้เข้าไปใกล้หรือพูดคุยด้วยแม้แต่พูดแค่ครึ่งคำก็ไม่ได้ ถึงตอนฟังหลานเหอจะสงสัยแต่ท่าทางของทุกคนดูจริงจังราวเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย เป็นคำสั่งสำหรับตัดสินอนาคต เขาเลยเชื่อฟังมาโดยตลอด

แต่วันนี้ ขณะที่เขากำลังเดินหาแครอทเพื่อนำกลับไปกินเป็นอาหารเย็น จู่ๆเยี่ยซิวก็เข้ามาตะปบแล้วกดเขาลงกับพื้นพร้อมประกาศก้องว่าวันนี้แหละจะกินเขาให้ได้

นี่มันใช่หรือ! นี่มันใช่รึเปล่า! อีกฝ่ายคือแมวนะ แมวที่ไหนเป็นผู้ล่าบ้างเล่า!?

ตอนที่เขายังถูกเลี้ยงในบ้านไม่ได้ถูกนำมาปล่อยที่ป่า พวกแมวเพื่อนบ้านของเขาน่ารักจะตาย นิสัยดีสุดๆว่างๆก็ชอบเอาของกินมาให้เขาเสมอ

ตะ..แต่แมวเยี่ยซิวนี่อะไร!? ถึงจะมีฉายาว่าแมวเถื่อน แต่แมวก็คือแมวไม่ใช่เหรอ!?

ยิ่งมองรอยยิ้มของอีกฝ่ายหลานเหอก็ยิ่งอยากร้องไห้ ภาพแมวเพื่อนบ้านผู้แสนดีถูกภาพตรงหน้าลบออกไปจากหัวจนหมดสิ้น

อ่า… นี่เขาจะตายเพราะถูกแมวกินหรือ กระต่ายในเรื่องเล่าของชุนอี้เหล่ายังตายเท่กว่าเขาตั้งเยอะ!

“ทำไมจะล่าไม่ได้ล่ะ ในเมื่อกระต่ายเป็นเผ่าพันธุ์ที่ถูกกินมาตั้งนานแล้วนี่น่า” น้ำเสียงเอื่อยเฉื่อยตอบกลับมาทำเอาหลานเหอหน้าหงิก

“แต่คุณเป็นแมวนะ! แมวที่ไหนกินกระต่าย!!”

“เฮ้อ… เสี่ยวหลานเอ๊ยเสี่ยวหลาน” เยี่ยซิวลูบหัวเขาเบาๆ “คุณไม่รู้หรือว่าแมวกับเสือเป็นสัตว์ตระกูลเดียวกัน”

“รู้สิ!”

“แล้วเสือก็กินกระต่ายถูกไหม?”

“…” ก็ถูก หลานเหอแอบพยักหน้าพร้อมกับรู้สึกว่ามือที่ลูบหัวเขาอยู่เริ่มเลื่อนลงต่ำเรื่อยๆ ปลายนิ้วร้อนแตะบนลำคอพลางลูบไปมาแผ่วเบา ความรู้สึกแปลกประหลาดแล่นวาบไปทั่วร่างกระต่ายน้อย หลานเหอคิดจะกระถดตัวหนีแต่ไม่ทันจะได้ขยับเยี่ยซิวก็ก้มตัวลงมากระซิบเสียงแหบพล่า

“ก็เกออยากกินเสี่ยวหลาน… มันก็ไม่ผิดอะไรนี่นา”

“ตะ..แต่ว่า  อื้อ!”

หลานเหอสะดุ้งเฮือก ลำคอถูกขบกัดจนเจ็บแปลบ จมูกรับรู้ถึงกลิ่นคาวเลือดลอยออกมาจางๆปลุกความคิดที่ว่าจะถูกกินทำเอาร่างเกร็งสั่นระริกไปทั่วทั้งตัว เยี่ยซิวค่อยๆเลียกินของเหลวสีแดงที่ไหลอาบลำคอระหงพร้อมดูดเม้นจนผิวขาวแต่งแต้มไปด้วยรอยสีกุหลาบ มือสองข้างเริ่มลงต่ำปลดชุดหลานเหอออกเผยให้เห็นผิวเนียนไร้ตำหนิ

“อ๊ะ!!”

ปลายนิ้วเรียวพรมลูบไล้ไปทั่วร่างเปลือยเปล่าปลุกเร้าอารมณ์วาวหวิวจนหลานเหอบิดเกร็ง ไหนจะลิ้นที่ดูดเม้มไปทั่ว ไหนจะมือที่บดคลึงไปทุกส่วนทำเอาหลานเหอน้ำตาคลอ ความรู้สึกแปลกๆที่เขาไม่เคยรู้สึกสร้างความปั่นป่วนให้กับร่างกาย

ทั้งรู้สึกดีจนแทบบ้า และทรมานจนแทบบ้า

ร่างกายไร้เดียงสาถูกกระตุ้นจนเรื่อแดงร้อนรุ้มไปทั้งตัว

“อ๊า…!! ยะ..หยุดนะ!” กระต่ายน้อยหวีดร้อง จู่ๆหางตัวเองก็ถูกกระตุก แมวตัวโตลูบหางเขาไปมาก่อนที่ริมฝีปากจะขบกัดเบาๆบนหูยาวที่เขาใช้ปิดหน้าตัวเองไว้ อีกฝ่ายกัดหูเขาแล้วดึงให้เขาเผยใบหน้า

หลานเหอช้อนตามองอีกฝ่ายดวงตาคลอไปด้วยหยาดน้ำ “คุณจะกินผมจริงๆหรือ?”

ภาพตัวเองกำลังจะกลายเป็นเศษเนื้อทำเอาหลานเหอน้ำตาร่วงเผาะๆ แต่แทนที่เยี่ยซิวจะสงสาร หลานเหอกลับได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆพร้อมกับเสียงตอบหนักแน่นว่า “กิน”

ฮือ… แมวนิสัยไม่ดี

ราวกับยืนยันคำตอบอันโหดร้าย ริมฝีปากเยี่ยซิวขยับลงครอบครองตุ่มสีอ่อนชูชันตรงแผ่นอก ฟันคมๆดูดดึงขบกัดเบาๆปลุกเร้าจนเปียกชุ่ม ส่วนมือข้างที่ไม่ได้เล่นหางปุยก็ขยับลงต่ำกว่าเดิมเข้ากอบกุมแก่นกายร้อนผ่าวแข็งคัด รูดขึ้นลงจนสิ่งนั้นแข็งคัดยิ่งกว่าเดิม ปลายนิ้วกระต่ายน้อยจิกพื้นหญ้าข้างตัวระบายอารมณ์เสียวซ่าน

“อ๊ะ…อ๊า… อื้อ!”

เยี่ยซิวฉวยจังหวะที่หลานเหอกำลังไม่สนใจสิ่งอื่นขยับนิ้วส่งเข้าเบิกทางช่องทางด้านหลังใต้ปุยหางสีขาว แม้เขาจะพยายามเบามือแต่หลานเหอกลับสะดุ้งเฮือกผวากอดเขาแน่นด้วยความเจ็บ

“ไม่กินได้ไหม” หลานเหออ้อนวอนเสียงสั่น

“แต่เกอหิวมาก เสี่ยวหลานทรมานเกอลงเหรอ?” เยี่ยซิวอุ้มอีกฝ่ายนั่งตักทั้งๆที่นิ้วยังไม่ขยับเคลื่อนออก

“ตะ.. อ๊ะ.. แต่มันเจ็บ”

“แต่เกออยากกิน”

“แต่… แต่ถ้าผมถูกกินผมก็ตายสิ!” หลานเหอโวยวายใส่พร้อมทุบมือลงไปบนบ่าเยี่ยซิว ทว่าผลการขยับตัวกลับทำให้ปลายนิ้วที่คั่งค้างด้านหลังขยับลึกเข้าไปอีกจนกระทบจุดอ่อนไหว ใบหน้ากระต่ายน้อยแดงก่ำ ขบริมฝีปากตัวเองแน่นเพื่อกลั้นเสียง

“ไม่ตายหรอก เกอสัญญา” เยี่ยซิวจูบขมับชื้นเหงื่อพลางกระซิบปลอบ “เสี่ยวหลานคนดี จำเกอไม่ได้หรือ เกอจะทำให้ผู้มีพระคุณตายได้ยังไง เกอจะทำให้เสี่ยวหลานรู้สึกดีต่างหาก”

“เราเคยเจอกัน?” หลานเหอเอียงคอถามอย่างสงสัย

“อืม…” เยี่ยซิวรีบส่งนิ้วเข้าไปเพิ่ม อ้อมแขนกอดกระชับร่างเล็กให้เข้ามาแนบชิดอีก “ถ้าเสี่ยวหลานเลิกทรมานเกอ เกอจะเล่าให้ฟัง โอเคไหม?”

“ผมจะไม่ตายแน่นะ?” ภาพตัวเองกลายเป็นกองกระดูกยังคงอยู่ในหัวหลานเหอ

“เกอสัญญา”

“กะ..ก็ได้”

สิ้นคำร่างสูงพลันยิ้มร่า เพิ่มจำนวนนิ้วขึ้นเป็นสามนิ้ว..สี่นิ้ว ขยับหมุนวนดึงเข้าดึงออกเป็นจังหวะ แล้วเร่งจังหวะขึ้นเร็วอีก หลานเหอบดเบียดสะโพกตอบรับโดยไม่รู้ตัว

“อ๊ะ..อ่า..” ปลายนิ้วกระต่ายจิกแน่นบนบ่าแกร่ง เยี่ยซิวจรดริมฝีปากบนผิวขาวนุ่มขบกัดฝากรอยฟันไปทั่วทุกที่ที่เคลื่อนผ่าน ส่วนมือด้านล่างก็ฟ้อนเฟ้นเอ็นดูแก่นกายเล็กปลายยอดชุ่มเปียก

ยิ่งลมหายใจหลานเหอหอบกระชั้น ปลายนิ้วแมวยิ่งเร่งจังหวะ

ทว่าอีกเพียงนิดจะถึงฝั่งฝัน มืองสองข้างที่ปรนเปรอความปรารถนากลับหยุดกระงักกระชากสติที่เกือบขาวโพลนของหลานเหอให้กลับมา

คนที่ถูกทำให้อารมณ์ค้างมองอีกฝ่ายด้วยความตัดเพ้อปนไต่ถาม ก่อนจะรีบเสหลบสายตาที่มองตรงมาราวอยากกลืนกินไปทั้งตัว หลานเหอหน้าแดงก่ำร้อนวูบวาบไปทั่วเขินอายกับสายตาคู่นั้น

เยี่ยซิวดันร่างเล็กบนตักให้นอนราบลงกับพื้นหญ้า จากนั้นปลดชุดตัวเองออกเผยให้เห็นความปรารถนาใหญ่โตที่จุดกึ่งกลางด้านล่าง

หลานเหอเลื่อนสายตาไปมองหน้ายิ่งแดงก่ำกว่าเก่า เยี่ยซิวหัวเราะขบขันในลำคอ อดไม่ได้ที่จะโน้มตัวลงขบปลายหูสีขาวฟู

“เสี่ยวหลาน…เป็นของเกอนะ” ร่างสูงกระซิบอ้อนเสียงแหบพร่าพร้อมยกขาเรียวขึ้นให้แนบข้างสะโพกตัวเองแล้วรั้งร่างเล็กเข้ามาแนบชิด ก่อนสอดแทรกความปรารถนาเข้าไปในช่องทางคับแคบ

“อ๊า!!!” หลานเหอหวีดร้องลั่น ขนาดที่ใหญ่กว่านิ้วมือที่ถูกถอนออกสร้างความเจ็บแปลบจนร่างกายคล้ายถูกแยกเป็นสองส่วน เยี่ยซิวรีบก้มลงพรมจูบไปทั่วใบหน้าหวานชื้นเหงื่อพร้อมกับขยับกายส่งตัวเองเข้าไปในส่วนลึกให้ลึกมากกว่าเดิม

จากนั้นก็ถอดออกช้าๆแล้วย้ำแน่นลึกเข้าไปยิ่งกว่า และยิ่งกว่าเดิมมากขึ้นอีกในครั้งถัดๆมา

ร่างหลานเหอสั่นระริก ทุกๆการขยับเข้าออกแม้จะเชื่องช้าทว่าหนักแน่นสร้างความทรมานปนวาบหวิว อีกใจก็อยากให้คนด้านบนหยุด แต่อีกใจก็อยากให้การกินนี้ดำเนินต่อไป

ที่กระต่ายในเรื่องเล่าของชุนอี้เหล่าตายเป็นเพราะการกินนั้นสร้างความปั่นป่วนจนร่างกายเกินรับไหวหรือไม่

เพราะการถูกกินแบบนี้มัน…

หลานเหอไม่อยากถูกกินจนตาย แต่ร่างกายก็สุขสมตอบสนองอีกฝ่ายอย่างควบคุมไม่ได้

“อึก!!” ช่องทางคับแคบอ่อนนุ่มอุ่นร้อนบีบรัดแก่นกายเยี่ยซิวแน่นจนเขาต้องขบกรามตัวเองห้ามไม่ให้ทำตามใจอยากเร่งจังหวะกระแทกเข้าไปสุดแรงอย่างใจคิด แมวหนุ่มจูบซับหยาดน้ำที่หางตาของกระต่ายด้านล่างพร้อมพูดปลอบประโลมให้อีกฝ่ายหายเกร็ง เสียงอ่อนโยนพูดกล่อมปลอบจวบจนร่างเล็กหายสั่นด้วยความเจ็บเปลี่ยนเป็นเสียงครางหวานหูเขาถึงได้ถอนหายใจ

“อ่ะ.. อือ!” หลานเหอบดเบียดร่างกายเข้าหา ทั้งในหัวทั้งในหูอื้ออึง สองมือปัดป่ายไปทั่ว ฝ่ามือเล็กสัมผัสผ่านแผ่นอกเยี่ยซิวโดยไม่รู้ตัวจุดไฟอารมณ์ให้เยี่ยซิวลุกพรึบโหมแรงกว่าเดิม แมวหนุ่มหลุดเสียงคำรามปรามมือซนเบาๆแต่อีกคนด้านล่างไม่สนใจเลย

ปลายเล็บกระต่ายน้อยจิกผิวแมวด้านบนระบายอารมณ์เสียวซ่าน แต่กลับจะทำให้ตัวเองเสียวซ่านมากขึ้นอีก

“เสี่ยวหลาน…” เยี่ยซิวขบกรามแน่น มือสวยยกขาเรียวขึ้นพาดบ่า โน้มตัวก้มจูบหน้าผากแดงซ่านของกระต่ายน้อย “ถ้าซุกซนไปทั่วได้อย่างนี้ งั้นเกอไม่เกรงใจแล้วนะ”

สิ้นคำ จังหวะเนิบช้าก็แปรเปลี่ยนเป็นโหมกระหน่ำ

“อ๊า! ยะ..อ่า ช้าหน่อย อ๊า..” ร่างกระต่ายน้อยบิดเร้าสะท้านหอบ ทั้งเสียงครางเสียงร้องห้ามปนกันไปมั่ว “อือ! ผะ..ผมไม่ไหวแล้ว”

“ไม่ไหวยังไงหืม?” เยี่ยซิวหยุดขยับตัว เลื่อนปลายนิ้วไปแตะส่วนที่เชื่อมต่อพวกเขาไว้ด้วยกันพลางยิ้มพราย “ตรงนี้ของเสี่ยวหลานยังโอบรัดเกอไม่ยอมปล่อยเลย ไม่ไหวตรงไหน”

“มัน… รู้สึกดีเกินไป” หลานเหอช้อนตามองตอบทั้งน้ำตานองหน้า ไม่รู้ว่าตัวเองร้องเพราะเจ็บหรือร้องเพราะไม่รู้จะจัดการความร้อนรุ่มนี้ยังไง “ถ้ารู้สึกดีมากกว่านี้ผมตายแน่ คะ..คุณบอกว่าจะไม่ให้ผมตายไม่ใช่หรือ”

หลานเหอน้ำตาร่วงเผาะ

ผึ่ง!! สติเยี่ยซิวขาดสะบั้น เส้นความอดทนกระจุยกระจาย

“อ๊า อ๊ะๆๆ”

ร่างสองร่างขยับเข้าหากันแทบจะรวมเป็นหนึ่งเดียว เสียงครางหวานร้องกระชั้นตามจังหวะการรุกไล่ที่ทั้งรัวเร็วทั้งยาวนานจนหาที่สิ้นสุดไม่ได้ หลานเหอโอบมือกอดรัดร่างด้านบนจนแผ่นหลังอีกฝ่ายเป็นรอยแดง เรียวขาสั่นระริกอาบไปด้วยน้ำสีขาวขุ่นที่ปลดปล่อยออกมาครั้งแล้วครั้งเล่า

แม้เขาจะเหนื่อยหอบจนแทบสลบแต่เยี่ยซิวก็ยังไม่ปล่อยเขา

ท่ามกลางความพร่ามัวร้อนแรงรุ่มร้อนของอารมณ์ ความคิดที่ว่ากระต่ายในเรื่องเล่าของชุนอี้เหล่าตายเพราะการกินนั้นสร้างความปั่นป่วนจนร่างกายเกินรับไหวหรือไม่ กลับเข้ามาในหัวหลานเหออีกครั้ง

“เสี่ยวหลานของเกออร่อยจัง…” เยี่ยซิวกระเสียงพร่าพร้อมขยับตัวสอดแทรกลึกเข้าอีก “ให้กินตลอดชีวิตก็ยังได้เลย”

ตาย… ตายแน่ๆ

หลานเหอโอดครวญในใจทั้งๆที่ร่างกายตอบสนองอีกฝ่าย

การที่กระต่ายในเรื่องเล่าตายเป็นเพราะร่างกายรับความสุขสมนี้ไม่ไหวแน่ๆ การถูกกินนี่ทำให้ตายได้แน่นอน

…รวมถึงเรื่องที่ห้ามไม่ให้อยู่ใกล้แมวเถื่อนเยี่ยซิวของซุนอี้เหล่าก็เป็นเรื่องคอขาดบาดตายแน่นอนเหมือนกัน

 

[ QZGS ] BAIT ?? [ เยี่ยซิว x หลานเหอ ]

Fan Fiction:           Quanzhigaoshou ( เทพยุทธ์เซียน Glory / The King’s Avatar / Master of Skill )

Pairing:                  เยี่ยซิว x หลานเหอ

 

ช่วงนี้กลอรี่กำลังมีอีเว้นท์สวนสัตว์… ที่จริงมันก็ไม่ใช่อีเว้นท์ยิ่งใหญ่อะไร เป็นแค่กิจกรรมเล็กๆน้อยๆที่จัดขึ้นเพื่อร่วมแสดงความยินดีเนื่องในโอกาสครบรอบวันก่อตั้งสวนสัตว์แห่งแรกของประเทศ ไม่ได้มีอะไรพิเศษมากมายเท่าอีเว้นท์อื่นๆของเกม

แต่อีเว้นท์เล็กๆน้อยๆไม่สำคัญอะไรเท่าไหร่นี้กลับทำเอาคนบางคนถึงกับอึ้งกิมกี่ไม่กล้าขยับตัวเกมเดินไปไหน…

หลานเหอมองตัวละครในเกมของตัวเองตาปริบๆด้วยสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก บนหน้าจอในตอนนี้คือหน้าต่างแสดงรูปแบบการแต่งตัวในปัจจุบันของตัวละครเกม  เขาพยายามหมุนซ้ายหมุนขวาคลิกตรงนู้นทีตรงนี้ทีเพื่อหาทางถอดหูยาวๆที่อยู่บนหัวตัวหลานเหอออก แต่ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลยแม้แต่น้อย

บนหน้าจอยังคงเป็นภาพจอมยุทธ์ดาบผมยาวสีฟ้าที่หางม้าสะบัดไปสะบัดมาตามการหมุนตัวเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือหูยาวๆขนฟูนุ่มของกระต่ายที่เปลี่ยนสีสลับกันไปมาระหว่างสีขาวกับสีดำตามการคลิกเมาส์ของหลานเหอ

หลานเหออยากจะร้องไห้ สัตว์มีตั้งหลายชนิด แต่เขาดันสุ่มออกมาได้เป็นกระต่าย! นี่เทพแห่งความโชคร้ายสาปแช่งเขาอยู่หรือไง

อีเว้นท์สวนสัตว์ของกลอรี่คือเมื่อเริ่มเกมมาจะมีกล่องเป็นของขวัญส่งให้กับทุกคน เมื่อกดเปิดกล่อง ทางระบบก็จะสุ่มให้ว่าได้เป็นสัตว์ตัวไหน ซึ่งมีกว่าร้อยชนิดให้ผู้เล่นได้ลุ้น

มันจะไม่เป็นอะไรเลย ถ้าไม่มีเควสย่อยเพิ่มความสนุกให้กับอีเว้นท์คือกิจกรรมล่ากระต่ายกับแมว หากล่าได้ก็จะได้รับแต้มพิเศษไปแลกของขวัญกับนายพรานซึ้งเป็นNPCพิเศษของอีเว้นท์

กิจกรรมล่ากระต่ายกับแมวมีขึ้นเพื่อให้ผู้เล่นในเซิร์ฟเวอร์สิบซึ่งส่วนมากเป็นผู้เล่นใหม่ได้PKกับคนอื่นๆในเกม ดังนั้นสัตว์ที่ถูกล่าก็คือผู้เล่นที่สุ่มกล่องออกมาแล้วได้เป็นสัตว์สองชนิดนี้นั่นเอง

…และหลานเหอก็คือหนึ่งในนั้น

ยิ่งเขามองเลเวลกับของในช่องเก็บของของตัวเองก็ยิ่งคิดหนัก ถ้าตายตอนนี้คงหมดหวังจะลงดันที่วางแผนว่าจะไปกับพวกซี่โจวในวันพรุ่งนี้แน่ แถมถ้าเกิดPKตายแล้วของในตัวดรอปไป…

เด็กหนุ่มกลืนน้ำลายเอือกใหญ่ ของในตัวเขามีแต่ท๊อปๆทั้งนั้น

ทันใดนั้นเสียงฝีเท้าก็ดังขึ้นทำให้หลานเหอรีบกดปิดหน้าต่างแสดงสถานะกลับเข้าสู่มุมมองจอเกมปกติ มือขวาขยับเมาส์เปลี่ยนมุมมองไปทั่วเพื่อมองหาเจ้าของเสียงอย่างไม่รีรอ เพราะตอนนี้เขาอยู่คนเดียวเนื่องจากวันนี้เข้าเกมช้าไปหน่อยพวกซี่โจวเลยกลับไปรอที่เมืองแล้ว ดังนั้นถ้ามีคนเข้ามารุมPKเพื่อล่ากระต่ายตอนนี้เขามีหวังแย่แน่ๆ

“คุณเองหรือ?” หลานเหอทักอย่างโล่งอกเมื่อเห็นชื่อตัวละครคุ้นตาเดินเข้ามาใกล้ แต่อีกฝ่ายดูแปลกไปจากเดิมเพราะ…เหมือนจะเอาร่มออกมากาง?

เอ่อ… ร่มของจวินม่อเซี่ยวเป็นอาวุธไม่ใช่เหรอ? ทำไมมันถึงสามารถกางไว้กันแดดกันฝนเหมือนร่มปกติได้ล่ะ?

“หืมๆ เสี่ยวหลานเป็นกระต่ายหรอกเหรอ?” เสียงจากจวินม่อเซี่ยวดังขึ้นเมื่อเดินมาหยุดตรงหน้าจอมยุทธ์ดาบ ในอีกฝั่งของจอเยี่ยซิวกลาดเมาส์ขึ้นลงมองหลานเหอสวมหูกระต่ายสีขาวตั้งแต่หัวจรดเท้าซ้ำแล้วซ้ำเล่า

“น่ารักนิ” คำชมที่ทำเอาคนฟังหน้าหงิก แต่มุมปากที่คาบบุหรี่อยู่ของคนพูดกลับเผยอยิ้มนิดๆก่อนมือข้างที่กดใช้คำสั่งจะผละออกจากคีย์บอร์ดยกขึ้นไปหนุนหัวโดยไม่รู้ตัว ส่งผลให้ร่มของจวินม่อเซี่ยวหุบกลับไปอยู่สภาพตั้งต้นไม่ใช้งาน

หลานเหอจึงเห็นหูบนหัวที่คนจรใช้ร่มบังเอาไว้

บนหัวของจวินม่อเซี่ยวมีหูสีดำเล็กๆสองข้างขยับดุกดิกไปมา

“มะ..แมว? อุ๊บ! ฮ่าๆๆๆ” เสียงหัวเราะหลุดออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ มหาเทพเยี่ยชิวกลับถูกสุ่มให้อยู่ฝ่ายถูกล่า เท่านี้กิจกรรมนี้ก็ไม่ถูกจวินม่อเซี่ยวครองอันดับแล้วสินะ

จู่ๆหลานเหอก็เกิดปิ๊งไอเดีย ถ้าเอาข่าวนี้ไปบอกให้พวกกิลด์อื่นๆคงสนุกน่าดู พวกนั้นคงไล่PKจวินม่อเซี่ยวกันอุตลุด ส่วนพวกเขาหลานซีเก๋อก็นั่งดูชิลๆ ไม่ว่าเยี่ยชิวหรือกิลด์อื่นๆจะเป็นฝ่ายเสียหายก็ต่างเป็นผลดีกับพวกเขาทั้งนั้น

แต่ก่อนที่หลานเหอจะเอาความคิดไปปรึกษาซี่โจว จวินม่อเซี่ยวก็ส่งเสียงพูดขึ้นขัดคออย่างรู้ทัน

“เสี่ยวหลานเอ๊ยเสี่ยวหลาน ถึงจวินม่อเซี่ยวจะเป็นแมวแต่คนเล่นก็ยังเป็นเกอนะ”

เสี่ยวหลานหน้าหงิก ก่อนจะหน้าหงิกกว่าเก่าเมื่ออีกฝ่ายพูดต่อ

“คิดดูเอาล่ะกัน ระหว่างมหาเทพเยี่ยชิวผู้เก่งกาจกับเสี่ยวหลานกระต่ายตัวน้อยฝ่ายไหนจะถูกกิลด์อื่นขย้ำกัน เหอะๆ”

เอ่อ… น่าจะเขานะ

หลานเหอพับไอเดียบันเจิดของตัวเองทิ้งไป ระหว่างเยี่ยชิวที่เป็นหัวกิลด์ซิงซินที่พึ่งเปิดใหม่ กับเขาที่เป็นหัวกิลด์ของหลานซีเก๋อเซิร์ฟเวอร์สิบ แถมอีกฝ่ายเป็นถึงมหาเทพมืออาชีพ ยังไงก็เก็บเขาง่ายกว่าอยู่แล้ว เผลอๆพวกนั้นอาจอารมณ์เสียที่จัดการเยี่ยชิวไม่ได้แล้วมาลงที่เขาอีกต่างหาก

แย่ๆ ผลลัพธ์นี้แย่เกินไป

“งั้นเราต่างคนต่างกันห้ามไปบอกใคร โอเคไหม?”

“แล้วเสี่ยวหลานจะออกเกมรึไง? ยังไงก็ต้องมีคนรู้ว่าหัวกิลด์หลานซีเก๋อเป็นกระต่าย เดี๋ยวก็ถูกรุมล่าหรอก”

“ผมจะไปหาซี่โจว” ยังไงช่วงสามวันนี้ก็อยู่ให้พี่น้องในกิลด์คอยคุ้มครองก็น่าจะปลอดภัย “อ๊า… ไม่ไหวๆให้พี่เหลียงอี้ชุนมาเซิร์ฟเวอร์สิบดีกว่า”

เขาพึมพำพูดกับตัวเองเบาๆ พวกซี่โจวกดพวกกิลด์อื่นๆไม่ไหวหรอก

“เหลียงอี้ชุนคือใคร?”

“หืม? อ้อ! เมื่อกี๊ผมไม่ได้ตั้งใจคุยกับคุณ เหลียงอี้ชุนก็คือหัวกิลด์ใหญ่ของหลานซีเก๋อ คุณก็เคยเจอเขาไม่ใช่เหรอ ตอนที่ชิงสถิติแผ่นดินแร่ร่อนกันไง”

“ชุนอี้เหล่า?”

“ใช่ๆ โทษทีลืมไปว่าเหลียงอี้ชุนคือชื่อจริง”

“อ้อ” เยี่ยซิวลากเสียงยาว ในใจรู้สึกคันยิบๆแปลกๆ ก่อนจะหลุดปากพูดต่อ “สนิทกันน่าดูสินะ”

“ก็แน่แหละ เขาดูแลผมมานี่นา” หลานเหอพูดพลางหัวเราะอย่างอารมณ์ดี ส่วนอีกฝั่งคิ้วกระตุกกึก เสี้ยวพริบตาเวิลด์แขนแนลพลันปรากฏข้อความหนึ่ง

จวินม่อเซี่ยว : หลานเหอ หัวหน้ากิลด์หลานซีเก๋อเป็นกระต่าย

“เฮ้ย!! ” หานเหออุทานด้วยความตกใจ “คุณทำอะไรของคุณน่ะ! ”

“เกอรับปากคุณแล้วหรือว่าจะไม่บอกใคร?”

“…ยัง” แต่มันก็ไม่ควรบอกไม่ใช่เหรอ!

“นั่นสิ คุณจะมาว่าเกอไม่ได้นะ”

“…” หลานเหอน้ำตาแทบนองหน้า “ผมไม่คุยกับคุณแล้ว!”

แต่ยังไม่ทันจะขยับตัวหนี หน้าจอพลันแจ้งเตือนว่าจวินม่อเซี่ยวส่งคำเชิญเข้าปาร์ตี้มา หลานเหอเลิกคิ้วอย่างงๆ แถมยังไม่ทันจะกดปิดหน้าจอแจ้งเตือนอีกฝ่ายก็เล่นโจมตีใส่ทำเอาเขาตั้งการ์ดป้องกันไม่ทัน เลือดหลานเหอลดลงไปเกือบหนึ่งในห้าส่วนของหลอด

หลานเหอตาแทบถลน “คุณทำอะไรน่ะ!”

“เกอจะขย้ำกระต่าย”

น้ำเสียงเอื่อยเฉื่อยตอบกลับมา เด็กหนุ่มอ้าปากค้าง มือที่กำลังกดคีย์บอร์ดทั้งสกิลป้องกันทั้งสกิลโจมตีพลันร่วนไม่เป็นจังหวะ หลานเหอเค้นเสียงขณะสั่งให้ตัวละครขยับหนีการโจมตีจากจวินม่อเซี่ยวแต่ก็ไม่เป็นผล เลือดเขายังคงลดลงฮวบๆ “ตะ..แต่คุณก็เป็นแมวนะ”

“แมวก็ขย้ำกระต่ายได้”

เลวไปแล้ว!! หลานเหอกรีดร้องในใจ หน้าจอกระตุกวูบเปลี่ยนมุมมองกะทันหันเมื่อจวินม่อเซี่ยวใช้คำสั่งจับกุมจับต้นคอตัวหลานเหอแล้วกระชากมาชิดตัว จากมุมมองเด็กหนุ่มเห็นเพียงปลายดาบพาดเฉียงตำแหน่งจากบริเวณคอของเขาเท่านั้น

ฝีมือการPKของมหาเทพจะเทพเกินไปแล้ว! ปกติสู้กันมันต้องใช้คำสั่งย่อยเอาดาบจี้คอแบบนี้ด้วยหรือ!

“กระต่ายน้อยเสี่ยวหลาน เลือกเร็วๆจะเข้าปาร์ตี้กับเกอหรือจะถูกเกอขย้ำ หืมๆ”

มือหลานเหอคลิกตกลงเข้าปาร์ตี้อย่างจำนน น้ำตาไหลพรากๆกดดื่มยาฟื้นฟูเลือดพร้อมกับฟังเสียงหัวเราะเบาๆจากอีกฝ่าย

แมวหน้าไม่อาย ฮือ!!

“ตกลงคุณจะเอาไงว่ามา! ”

“แหมก็ไม่มีอะไรหรอก เกอแค่เปลี่ยนแผนนิดหน่อยแล้วอยากขอความร่วมมือจากเสี่ยวหลานเท่านั้นเอง” จวินม่อเซี่ยวเอากางร่มขึ้นบังหูแมวของตัวเอง ก่อนน้ำเสียงที่ปกปิดอารมณ์ดีอย่างยิ่งของตัวเองไม่มิดจะพูดต่อ “ตอนแรกว่าจะไปเก็บกระต่ายกับแมว แต่พอเห็นกระต่ายน้อยเสี่ยวหลานเข้าเลยคิดว่าถ้าเก็บพวกที่คิดมาเก็บเสี่ยวหลานน่าจะดีกว่า”

“คุณนี่มัน…” หลานเหอหมดคำพูด ใช่ว่าตอนแรกเขาจะไม่คิดเก็บพวกกระต่ายกับแมว แต่พอตัวเองถูกสุ่มเป็นกระต่ายถึงล้มเลิกความคิดไปเพราะนึกสงสารเพื่อนร่วมชะตากรรม

แต่มีพวกไม่คิดอย่างเขาหนึ่งนี่นะ แมวหน้าไม่อายตรงหน้านี่ไง!

“เอาน่า เสี่ยวหลานไม่ต้องคิดมากหรอก” เยี่ยซิวหัวเราะเบาๆ “ได้เกอเป็นคนคุ้มครองด้วย ได้ของที่ดรอปจากพวกนั้นด้วยไม่ดีหรือ อ้อ! สำหรับเสี่ยวหลานต้องบอกว่ากำจัดกำลังของกิลด์คู่แข่งด้วยสินะ แหมดูสิ ร่วมมือกับเกอดีจะตาย”

แต่มันหน้าไม่อายมาก!

แม้ความคิดนั่นจะก้องอยู่ในใจแต่หลานเหอก็ไม่ได้พูดออกไป เด็กหนุ่มกำลังตอบข้อความของพวกซี่โจวที่ส่งมาถามสถานการณ์หลังเห็นข้อความของจวินม่อเซี่ยวในเวิลด์แชนแนล หลังอธิบายจบซี่โจวก็บอกให้ตกลงร่วมมือกับจวินม่อเซี่ยว เพราะพวกเขาคงรับมือกับกิลด์อื่นๆทั้งหมดไม่ไหว

ถ้าเป็นอย่างตอนแรกที่ไม่มีใครรู้ว่าหลานเหอเป็นกระต่ายก็ยังพอจะซ่อนตัวได้บ้าง แต่นี่… แค่ดูข้อความจากกิลด์อื่นๆบนเวิลด์แชนแนลก็รู้แล้วว่ากระต่ายที่ฮอตที่สุดที่จะถูกไล่ล่าคือใคร

“จุ๊ๆ ทุกคนเงียบไว้ เจอกระต่ายน้อยเสี่ยวหลานแล้วล่ะ” เสียงคุ้นหูดังขึ้น หลานเหอขยับเมาส์หันไปเห็นพวกเชอเฉียนจื่อจากกิลด์จงเฉ่าถังกำลังเดินตรงมาเป็นกลุ่ม

“เหล่าหลานเอ๊ยเหล่าหลาน ฉันไม่ได้อยากจะรังแกนายหรอกนะ ต้องโทษที่นายดวงไม่ดีเถอะ” เชอเฉียนจื่อพูดอย่างอารมณ์ดีพลางขยับเดินเข้ามาใกล้เรื่อยๆ

เหอะๆ ไม่ทันไหร่เหยื่อรายแรกก็เข้ามาติดกับดักถึงที่แบบไม่ต้องขยับเดินไปไหน

หลานเหอไว้อาลัยกับกิลด์ศัตรูพลางนึกว่าพวกเชอเฉียนจื่อนี่โชคร้ายเพราะมารุมเขากี่ครั้งแล้วน่อ

“จุ๊ๆ เสี่ยวหลานเงียบไว้ มีเหยื่อเข้ามาให้พวกเราเล่นแล้ว” น้ำเสียงเอื่อยเฉื่อยแฝงอารมณ์คันไม้คันมือนิดๆดังมาพร้อมกับจวินม่อเซี่ยวที่เดินออกมาจากหลังต้นไม้ที่เข้าไปซ่อนตั้งแต่ได้ยินเสียงฝีเท้ากลุ่มใหญ่ขณะที่หลานเหอกำลังคุยกับซี่โจวอยู่

เชอเฉียนจื่อหน้าซีดเผือด

“แว๊กกกกก!!!!”

“เฮ้อ… เสี่ยวหลานเอ๊ยเสี่ยวหลาน เกอก็ไม่ได้อยากจะรังแกพวกเขาหรอกนะ ต้องโทษที่พวกเขาดวงไม่ดีเอง”

“…”

 

สามวันหลังจากนั้น ชื่อที่ขึ้นเป็นอันดับหนึ่งและสองของอีเว้นท์สวนสัตว์คือชื่อจวินม่อเซี่ยวแห่งกิลด์ซิงซินกับหลานเหอกิลด์แห่งหลานซีเก๋อตามลำดับ

หลานเหอคลิกดูสิ่งของที่ได้จาก NPC กับของที่ดรอปจากพวกผู้เล่นที่เข้ารุมPKเขาแล้วตายไปพร้อมดรอปของออกมาตาปริบๆ ถึงแม้หลานเหอจะไม่ได้มีส่วนร่วมล่ากระต่ายกับแมว แต่เนื่องจากอยู่ปาร์ตี้เดียวกับจวินม่อเซี่ยวเลยพลอยได้อานิสงค์ไปด้วย

หลังเหลือบไปดูอันดับรายชื่ออีกครั้ง เด็กหนุ่มก็หัวเราะแห้งๆ

มีที่ไหนกันพวกถูกล่ากลับขึ้นอันดับหนึ่งแซงผู้ล่า เหอะๆ

แถมยัง…

“เหล่าหลาน!! เอาไม้กวาดของฉันคืนมานะ!” เชอเฉียนจื่อส่งข้อความมาโวยวายใหญ่ทำเอาหลานเหอปวดหัว

“ขอโทษนะสหาย ก็บอกไปแล้วไงว่าไม้กวาดของนายคนที่ได้ไปคือจวินม่อเซี่ยวน่ะ อยากได้คืนก็ไปเจรจาที่เขาสิ”

ก็เพราะไปเจรจาแล้วไง! หลังจอ สีหน้าเชอเฉียนจื่อคับอกแค้นใจอย่างมาก! เงื่อนไขของจวินม่อเซียวคือห้ามเขาคุยกับหลานเหออีก

เชี่ย! วิธีกำจัดคู่แข่งของมหาเทพเยี่ยชิวจะร้ายกาจเกินไปแล้ว

แต่เขาทำไม่ได้หรอก เพราะงั้น…

“หลานเหอ นายต้องชดใช้ฉัน! เพราะนายๆๆๆ เพราะนายฉันถึงไม่ได้ไม้กวาดคืน ชดใช้มาๆๆๆ!!”

อ่า… นี่มันความผิดเขาหรือ?

หลานเหอรู้สึกหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก

 

……………………………………………….

 

เยี่ยซิวดูวิดิโอที่เขากดอัดมาจากในกลอรี่ช่วงสามวันมานี้ไปอมยิ้มบางๆไป

ภาพบนจอคือจอมยุทธ์ดาบผมยาวสีฟ้ามัดผมหางม้าสูงที่บนหัวมีหูกระต่ายสีขาวปุยนุ่มเดินไปเดินมา ปลายผมสะบัดเบาๆตามการเคลื่อนไหวทำเอาหัวใจรู้สึกเหมือนถูกอะไรมาเกาคันยิบๆ ไหนจะหูขาวๆน่ารักนั่นอีก

หลังดูวิดิโอที่ตัดต่อเสร็จเรียบร้อยแล้ว เยี่ยซิวก็เปิด QQ กดไปที่ชื่อใครบางคน

“เสี่ยวหลาน เกอมีวิดิโอดีๆมาให้ดูแหละ ถ้าไม่อยากให้เกอเอาไปเผยแพร่บอกชื่อจริงกับเบอร์โทรของคุณมาให้เกอเร็วเข้า”

 

 

 

 

____________________________________________________________________________________________

ดู https://www.youtube.com/watch?v=bbiSUwdr4J8&feature=share แล้วติดใจเสี่ยวหลานใส่หูกระต่ายมาก > <

 

[ QZGS ] สาเหตุของการทุบสถิติที่แผ่นดินเร่ร่อน [ เยี่ยซิว x หลานเหอ ]

Fan Fiction:           Quanzhigaoshou ( เทพยุทธ์เซียน Glory / The King’s Avatar / Master of Skill )

Pairing:                  เยี่ยซิว x หลานเหอ

Timeline:               ประมาณ บทที่ 3 เล่ม 3 (หลานซีเก๋อชิงสถิติดันเจี้ยนแผ่นดินเร่ร่อน)

Note:                      *** สปอยส์เล่ม3บางส่วน ***

 

“ให้เร่าอ้านฉุยหยางมาแทนคุณ เราทั้งห้าคนจะไปทำสถิติกันเอง” คำพูดของชุนอี้เหล่าดังก้องอยู่ในหัวของหลานเหอตั้งแต่แยกตัวออกมาจากอาณาจักรทวยเทพแล้วกลับเข้าล็อกอินไอดีเล็กที่เซิร์ฟเวอร์สิบ

ประโยคนี้มีความหมายแอบแฝงหรือเปล่า?

ชุนอี้เหล่าจะให้เขาลงจากตำแหน่งห้ายอดฝีมือของกิลด์หลานซีเก๋อหรือเปล่า?

หรือว่าตำแหน่งของหลานเฉียวชุนเสวี่ยในสายตาของพวกลูกกิลด์ที่อาณาจักรทวยเทพจะสั่นคลอนแล้ว…

ไม่หรอกมั้ง

หลานเหอลูบหน้าตัวเองแรงๆเรียกสติ แต่ความคิดฟุ้งซ่านก็ยังก่อกวนวุ่นวายในหัว ยิ่งคิดยิ่งสงสัยในตัวเอง หรือเขาจะไม่มีฝีมือพอกับการเป็นระดับผู้นำของกิลด์ ต้องถูกถอดออกแล้วให้เร่าอ้านฉุยหยางเข้ามาแล้วจริงๆ

…ไม่มีทาง!

ยังไงเขาก็ไม่มีทางยอมแพ้คนอวดดีจองหองอย่างหมอนั่นเด็ดขาด แค่แพ้ใน PK ครั้งนั้นก็ถูกเร่าอ้านฉุยหยางพูดเยาะเย้ยแทบทุกครั้งที่เจอหน้า หากต้องยกตำแหน่งให้ ไม่กลายเป็นว่าถูกกดหัวจมดินเลยเหรอ!

…แต่เขาก็ไม่ใช่คนตัดสินเรื่องนี้อยู่ดี โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาจาก ผลงานที่แทบเรียกได้ว่าอัปยศขั้นสูงสุดในเซิร์ฟเวอร์สิบ ชุนอี้เหล่าให้เขามาบุกเบิกเซิร์ฟเวอร์สิบเพื่อเสริมกำลังไปคานกับเร่าอ้านฉุยหยาง แต่กลายเป็นว่า เขาทำตัวเองให้เป็นเป้าโจมตีมากกว่าเดิม นับวันผลงานยิ่งแย่จนหมอนั่นจับเป็นประเด็นใส่ไฟสุมหัวคนอื่นๆในอาณาจักรทวยเทพ

ถ้าหาก… ถ้าหากไม่มีจวินม่อเซี่ยวสักคน

ถ้าหากจวินม่อเซี่ยวไม่เข้ามาเล่มเกม หรือไม่ก็ถ้าหากจวินม่อเซี่ยวไร้ฝีมือกว่านี้

ถ้าหาก… ถ้าหาก….

“นี่! อยู่หน้าจอรึเปล่า จะตายอยู่แล้วนะ!”

“อ๊ะ! โทษที” เสียงตะโกนที่ดังขึ้นกระทันหันจากเฮดโฟนทำให้หลานเหอหลุดจากการใจลอยหันกลับเข้าไปสนใจหน้าจอเกม ก่อนดวงตาจะเบิกกว้างผงะกับสถานการณ์ฉุกเฉินตรงหน้า เด็กหนุ่มรีบกดใช้น้ำยาฟื้นฟูHPที่เกือบแตะขีดเลือดแดงอย่างทันฉิวเฉียด

พอเซฟตัวเองเรียบร้อยหลานเหอรีบหันไปจัดการกับมอนเตอร์รอบตัว แต่ยังไม่ทันจะได้พรมนิ้วลงบนคีย์บอร์ดออกคำสั่ง เสียงปืนก็ดังรัว มอนเตอร์ที่กำลังรุมโจมตีเขาอยู่ดับสนิทในเสี้ยววินาที

“ขอบคุณ”

“ไม่เป็นไรๆ” อีกฝายตอบกลับด้วยน้ำเสียงเอื่อยๆ หลานเหอพลันนิ่ง ท่าทีเปลี่ยนเป็นระแวดระวัง

น้ำเสียงไม่คุ้นหูนั่นทำให้เขานึกขึ้นมาได้ว่าตอนนี้ตัวเองไม่ได้กำลังปาร์ตี้กับพวกซี่โจวอยู่ เพราะสลัดเรื่องที่ชุนอี้เหล่าพูดออกจากหัวไม่ได้เขาเลยเดินเตร็ดเตร่เก็บเลเวลคนเดียว

แล้วหมอนี่ใคร?

ไวเท่าความคิด หลานเหอขยับเมาส์เปลี่ยนมุมหันกลับไปมองด้านหลังตามทิศทางของปืนที่ดับชีพมอนเตอร์ แล้วต้องอ้าปากค้างตะลึงงันกับบุคคลที่มาช่วยชีวิต

จวินม่อเซี่ยว…

เชี่ย! แค่ก่อกวนเขาในสถิติดันเจี้ยนไม่พอ ยังมาก่อกวนกันต่อหน้าต่อตาอีกเหรอ นี่เขาจะดวงซวยไปถึงไหน!

ไม่สิ หมอนี่พิงช่วยไม่ให้เขาตาย แต่…แต่ก็ทำให้เขาตายทั้งเป็น ตกที่นั่งลำบากในกิลด์หลานซีเก๋อ

เฮ้อ… ถ้าหากไม่มีจวินม่อเซี่ยวสักคน

“ใจลอยอีกแล้ว” จวินม่อเซี่ยวพูดด้วยเสียงเอื่อยๆ แต่หลานเหอฟังแล้วรู้สึกอีกฝ่ายดูรื่นเริงชอบกล แต่ด้วยความมองโลกในแง่ดี หลานเหอจึงคิดว่าตัวเองคงเผลอเอาอคติส่วนตัวไปมองจวินม่อเซี่ยวผิดๆมากกว่า เลยพูดด้วยน้ำเสียงเจือความเป็นมิตรกลบเกลื่อนเพิ่มอีกนิด

“คุณมาทำอะไรตรงนี้”

“เก็บเลเวลไง”

เหอะ! ทำกิลด์ใหญ่สองกิลด์หัวปั่นจนต้องลากให้หัวหน้ากิลด์ออกโรง แต่ตัวเองมาเดินชิลตีมอนเตอร์เก็บเลเวลคนเดียว!

หลานเหออยากเอาหัวโขกคอมพิวเตอร์

“นี่พี่น้อง! อารมณ์ดีจังนะ!!”

“แน่อยู่แล้ว ก็พึ่งทำเฟิสต์คิลแม่มดเพลิงได้นี่นา”

“…” หลานเหอพิมพ์จุดพร้อมอีโมร้องไห้แทนคำพูด

“นานๆทีจะเจอกันต่อหน้า พูดไมค์ก็ได้”

“…” หลานเหอยังคงแจกจุด

“อารมณ์ไม่ดีเหรอ?”

“เปล่า” เด็กหนุ่มปฏิเสธอย่างร้อนตัว แถมมือยังเผลอปัดลงบนคีย์บอร์ดทำตัวหลานเหอกระตุกวูบก้าวเข้าระยะความเกลียดชังล่อมอนเตอร์ออกมาโจมตีอีก

“จุ๊ๆ เด็กไม่ดี โกหกไม่เนียนเลย” เยี่ยซิวหัวเราะเบาๆรอยยิ้มผุดขึ้นบนใบหน้าอย่างไม่รู้ตัวขณะรัวนิ้วบังคับให้จวินม่อเซี่ยวฆ่ามอนเตอร์ที่ขยับเข้ามาใกล้พวกเขาพร้อมทั้งพูดหยอกจอมยุทธ์ดาบตรงหน้าต่อ “แล้วข้อเสนอไม่ชิงสถิตดันเจี้ยนแผ่นดินเร่ร่อน คุณจะตอบว่าไง ตกลงไหม?”

อ่า… เรื่องนี้

“…” หลานเหอแทบน้ำตานองหน้าขณะพิมพ์แจกจุดไร้คำพูด ยิ่งมองตัวเกมคนจรจวินม่อเซี่ยวฆ่ามอนเตอร์หลายตัวชิลๆอารมณ์เขายิ่งดิ่งลงเหว ความคิดด้านลบกลับเข้ามาในหัวทันที

“คุณว่าผมไร้ฝีมือรึเปล่า?” คำพูดหลุดจากปากโดยไม่ทันคิด

“หืม?”

“เปล่า คือว่า…” หลานเหอขยับตัวอย่างอึดอัด ละมือข้างหนึ่งจากคีย์บอร์ดแล้วนั่งเท้าคางมองหน้าจอ ก่อนตัดสินใจระบายออกมา

ตอนนี้จวินม่อเซี่ยวยังไม่สังกัดกิลด์ไหน ไม่น่าจะเป็นปัญหาอะไร อีกทั้งตอนนี้เขารู้สึกว่าถ้าหากไม่ระบายกับใครสักคนคงจะจิตตก ใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวไปทั้งวัน ซึ่งไม่เป็นผลดีแน่ๆ

ยังไงซะคนตรงหน้าก็เป็นต้นเหตุ รับผิดชอบด้วยการฟังเขาบ่นก็น่าจะสาสม!

แถมดูจากการที่จวินม่อเซียวตีมอนเตอร์โดยไม่ปล่อยให้มีตัวไหนโจมตีเขาสักนิด หมอนี่คงไม่ปล่อยให้เขาถูกมอนเตอร์ปลิดชีพตายอนาถขณะกำลังบ่นเรื่อยเปื่อยหรอก

หลังคิดเสร็จสับหลานเหอก็เตรียมระบายความกลัดกลุ้มออกทันที ระบายออกแล้วจะฮึดกลับไปช่วยกิลด์หลานซีเก๋อชิงสถิติต่อ แบบนี้มีประสิทธิภาพกว่าเห็นๆ

“ทีมชิงสถิติของหลานซีเก๋อครั้งนี้มีคนเล่นแทนตำแหน่งผม” หลานเหอพยายามพูดเรียบๆแต่น้ำเสียงกลับปกปิดความกังวลหดหู่ไม่มิด แถมยังเผลอลงน้ำหนักกับมือข้างที่อยู่บนคีย์บอร์ดขยับตัวไปล่อมอนเตอร์ออกมาให้จวินม่อเซียวตีเพิ่มอีกกลุ่ม แต่หลานเหอไม่ได้สังเกตเลยแม้แต่น้อย เพราะในหัวปรากฏภาพเร่าอ้านฉุยหยางกำลังถากถางเขาอยู่

เยี่ยซิวเลิกคิ้วกับการล่อมอนเตอร์โดยไม่รู้ตัวของอีกฝ่าย แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร รัวนิ้วตีต่อพลางนั่งฟังเงียบๆ

“เขากำลังชิงตำแหน่งห้ายอดฝีมือของหลานซีเก๋อกับไอดีใหญ่ผม แถมยังPK ชนะผมอีก แล้วก็ผลงานในเซิร์ฟเวอร์สิบของผมก็… เฮ้อ.. นั่นแหละ”

“ถ้าหากสถิติถูกพิชิตเพราะเขา คุณจะลำบากสินะ?”

“ก็ใช่” อันที่จริงหลานเหออยากพูดต่อว่า เพราะจวินม่อเซี่ยวนั่นแหละทำให้เขาตกที่นั่งลำบากที่สุด แต่เพื่อให้มีคนฟังเขาบ่นหลานเหอเลยตัดสินใจมองข้ามไป “แต่บางทีถ้าเป็นแบบนี้อาจจะดีกว่าก็ได้ คุณคิดว่าผมควรยกไอดีนี้ให้เขาเป็นหัวหน้ากิลด์หลานซีเก๋อเซิร์ฟเวอร์สิบดีไหม บางทีถ้าเป็นเขาสถานการณ์ของหลานซีเก๋ออาจจะดีกว่านี้”

“อย่าเลย ฉันขอโท-…”

“ฮะ? คุณพูดว่าอะไรนะ?” ปลายเสียงขาดหายจนหลานเหอต้องถามย้ำ

“เปล่าไม่มีอะไร” เยี่ยซิวบอกปัดเต็มเสียงผิดกลับประโยคก่อนหน้าที่พูดงึมงำในคอจนหลานเหอได้ยินไม่ชัด “ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวฉันจัดการเอง”

“หืม…? จัดการ…? เดี๋ยวๆ จะจัดการอะไร ผมแค่บ่นให้คุณฟังเฉยๆ” หลานเหอสะดุ้งวาบ ยืดตัวมองจอเต็มตัว หน้าจอเห็นจวินม่อเซี่ยวที่ตีมอนเตอร์จนตายหมดแล้วพลันขยับเข้าใกล้จนชิดตรงหน้าเขา จากนั้นอีกฝ่ายก็ยกมือขึ้นลูบหัวเขาเบาๆ

แล้วน้ำเสียงอ่อนโยนแผ่วเบาราวกับถูกเจ้าตัวมาพูดกระซิบอยู่ข้างหูโดยตรงก็ดังขึ้น

“เรื่องนี้ฉันรับผิดชอบเอง ไม่ต้องห่วงนะ เสี่ยวหลาน”

พูดจบอีกฝ่ายก็ขยับตัวจากไป ทิ้งให้หลานเหอนั่งอึ้งกระพริบตาปริบๆมองแผ่นหลังคนจรที่จากไปจนลับหายจากสายตา

ข้างแก้มเด็กหนุ่มร้อนผ่าวอย่างแปลกประหลาดกับน้ำเสียงนุ่มนวลชวนจั๊กจี้ผิดวิสัยนั่น…

หัวใจพลันอุ่นวาบราวกับถูกลูบหัวโดยตรง

นี่มัน… บ้าเกินไปแล้ว

แต่ถึงจะคิดอย่างนั้นแต่หัวใจก็ยังเต้นรัวแปลกๆไม่เป็นจังหวะอยู่ดี…

นานทีเดียวกว่าหลานเหอจะสังเกตเห็นข้อความที่ส่งมาจากจวินม่อเซี่ยว เมื่อเปิดอ่านอารมณ์สั่นไหวที่เกิดขึ้นวูบใหญ่ก็หายไปเปลี่ยนเป็นโมโหแทบกระอักเลือด

‘สถิติดันเจี้ยนแผ่นดินเร่ร่อนเดี๋ยวฉันจะเป็นคนชิงเอง ไม่ต้องห่วงนะ’

เชี่ย! คนนิสัยไม่ดี! เขาไม่ได้บ่นให้ฟังเพื่อให้จวินม่อเซี่ยวกลับไปท้าชิงสถิติกับกิลด์หลานซีเก๋อของเขานะ หมอนั่นเข้าใจอะไรผิดรึเปล่า!? ถ้าจวินม่อเซี่ยวกลับไปชิงสถิติก็เท่ากับที่เขาทำมามันสูญเปล่าทั้งหมดน่ะสิ!

“นี่คุณกลับมาก่อน!” หลานเหอตะโกนก้องเริ่มขยับนิ้วสั่งบังคับให้ตัวเองวิ่งตามหลังไป

รั้ง! ต้องรั้งตัวไว้อย่าให้จวินม่อเซียวไปดันเจี้ยนแผ่นดินเร่ร่อนเด็ดขาด!

แต่อีกฝ่ายจากไปนานแล้ว วิ่งตามไปก็ไม่เห็นแม้แต่เงา

หลานเหอเปิดหน้าต่างสหายรีบส่งข้อความไปห้ามแต่กลับได้รับคำตอบที่ทำเอาแทบร้องไห้

‘ช้าไปแล้ว วางแผนเรียบร้อยแล้ว’

อีโมยิ้มกว้างสวมแว่นกันแดดสีดำตามหลังข้อความนั่นช่างดาเมจสูงทำร้ายใจจริงๆ

หลานเหอเอาหัวโขกคีย์บอร์ด

ไม่หรอกมั้ง… สถิติดันเจี้ยนแผ่นดินเร่ร่อนที่พวกซุนอี้เหล่ากำลังจะเพิ่มสถิติคงไม่ล้มเหลวเพราะเขาหรอกมั้ง

ไม่หรอกมั้ง… จวินม่อเซี่ยวคงไม่ทำตัวมีจิตอาสาทำลายสถิติดันเจี้ยนแผ่นดินเร่ร่อนทั้งๆที่ไม่มีคนจ้างหรอก

…ใช่ไหม?

หลานเหอปลอบใจตัวเองอย่างเงียบงัน

 

………………………..

 

อีกฝั่งห่างจากหลานเหอที่กำลังวิ่งตามหลังคนบางคนออกมาไกล

จวินม่อเซี่ยวหยุดยืนนิ่ง เยี่ยซิวเปิดหน้าต่างสหายกดเรียกระดมปาร์ตี้พิชิตสถิติดันเจี้ยนไปสูบบุหรี่ไป

‘ฉันขอโทษ’

ประโยคที่หยุดชะงักไปกลางคันของเขาขณะกำลังพูดกับหลานเหอ… หลังจากเห็นท่าทางของจอมยุทธ์ดาบแล้ว เยี่ยซิวก็รู้สึกตัวว่าครั้งนี้ตนเองแกล้งหนักมือไปจริงๆ

ตอนแรกเขาชิงสถิติให้พวกกิลด์เหยี่ยหลุนแล้วเห็นว่าหลานเหอใจแข็งไม่ยอมทักมาเหมือนปกติ เลยแอบหนักมือกับรายการของที่มอบให้กิลด์ป้าซี่สยงถูเพื่อให้เยี่ยตู้หานถานร้อนรนจนไปถามเอากับหลานเหอ จากนั้นหลานเหอก็คงจะทักมาเหมือนปกติ

แต่กลับไม่…

หลานเหอชิงสถิติกลับมาโดยไม่มีข้อความทักหาเขาสักคำ เขาเลยชิงเฟิร์สคิลบอสแม็ปแม่มดเพลิง และแล้วในที่สุดข้อความแจ้งเตือนจากหลานเหอก็มา เยี่ยซิวรีบเปิดรีบตอบหลานเหอก่อนข้อความของคนอื่นๆที่ส่งมาแทบล้นจอ

พูดคุยอย่างอวดๆตัวนิดหน่อย จากนั้นอีกฝ่ายก็ออฟไลน์หายไปเลย…

ประโยคที่พิมพ์คุยกันคราวนั้นน่าจะสร้างปัญหาให้

อืม… เขากล้าทำกล้ารับ ในเมื่อสร้างปัญหาให้อีกฝ่าย เขาก็จะแก้ปัญหาให้เอง

“แค่ไม่ให้ทีมพิชิตดันเจี้ยนของหลานซีเก๋อรอบนี้ทำสถิติสูงสุด ตัวปัญหาของหลานเหอก็ไม่สามารถเป็นปัญหาให้หลานเหอได้สินะ”

เยี่ยซิวยิ้มกว้าง ขยี้ก้นบุหรี่กับที่เขี่ยแล้วละมือมารัวนิ้วพิมพ์ข้อความเรียกระดมสมาชิกอีกรอบ

เสี่ยวหลานเอ๊ยเสี่ยวหลาน เกอใจดีขนาดนี้ ต้องอยู่กับเกอที่เซิร์ฟเวอร์สิบนานๆสิ จะยกไอดีให้คนอื่นมั่วซั่วได้ไง เด็กนิสัยไม่ดี.

 

 

_______________________________________________________________________________

สัมผัสได้ว่าช่วงเวลานี้ของเรื่องต้องมีซัมติ่ง 555+