[ Kuroko no Basket ] NOVELBER | Day 4th : ตู้หยอดเหรียญ [Akashi X Kuroko]

Fan Fiction:      Kuroko no Basket

Pairing:            อาคาชิ x คุโรโกะ

Note :              ร่วมกิจกรรม NOVELBER ของ @Novelber_TH

 

สำหรับอาคาชิแล้ว ตู้หยอดเหรียญกับความรักนั้นมีจุดร่วมที่เหมือนกัน

ตู้หยอดเหรียญเมื่อเรามอบเงินเหรียญให้กับเครื่อง เครื่องก็จะมอบของที่เราเลือกตอบแทนมา

ดังนั้นเรื่องความรัก เมื่อเขามอบความรักให้กับอีกฝ่าย อีกฝ่ายก็ต้องมอบความรักที่เขาต้องการตอบแทนมาเช่นกัน

…………………………………………………………………

เวลาพักกลางวันในห้องสมุดของโรงเรียนเทย์โควมักจะเงียบสงบและแทบไร้ผู้คนอยู่เสมอ ดังนั้นในตอนนี้นอกจากบรรณารักษ์ที่อยู่ไกลถึงหน้าห้องและนักเรียนสองสามคนที่วางของไว้บนโต๊ะแล้วเดินออกไป ก็มีแค่อาคาชิกับคุโรโกะเท่านั้นที่นั่งอ่านหนังสืออยู่

อาคาชิมองลอดหนังสือในมือจ้องเด็กหนุ่มผมสีฟ้าผู้กำลังตั้งหน้าตั้งตาอ่านหนังสือที่นั่งฝั่งตรงข้ามของโต๊ะด้วยสายตาครุ่นคิด

สองวันก่อนเท็ตสึยะมาหาเขาและบอกว่าอยากพัฒนาความสามารถในฐานะซิกส์แมนมายาของตัวเอง สาเหตุก็เพราะเจ้าตัวคิดว่าถ้าหากตัวเองมีความสามารถมากกว่านี้บางทีอาจดึงให้อาโอมิเนะรู้สึกสนุกและกลับมาซ้อมบาสฯกับทุกคนอีกครั้ง

แต่… อะไรที่มันแตกร้าวไปแล้วทำยังไงก็ไม่กลับมาเหมือนเดิม ความรู้สึกที่มีต่อบาสฯของอาโอนิเมะมันเปลี่ยนไปจนไม่สามารถย้อนกลับคืนมาได้อีกแล้ว…

แต่ถึงแม้ว่าตัวเองจะคิดอย่างนั้น อาคาชิก็ไม่คิดขัดขวางเท็ตสึยะ อีกฝ่ายคิดจะพัฒนาตัวเองเพื่อดึงรั้งอาโอมิเนะก็ทำไป เพราะตอนกลางวันที่ได้อยู่ด้วยกันสองต่อสองนั่งมองเท็ตสึยะตั้งใจอ่านหนังสือค้นคว้าก็ไม่น่าเบื่อดี

ก็ตอนนี้เขากำลังลงทุนอยู่นิ

“อาคาชิคุงคิดว่าอาโอมิเนะคุงจะเลิกเล่นบาสหรือเปล่าครับ?”

จู่ๆคนที่กำลังก้มหน้าก้มตาอ่านหนังสือก็วางหนังสือในมือลงและเงยหน้าขึ้นมาถามเขา ใบหน้าที่เคยเรียบนิ่งไร้อารมณ์บัดนี้กลับเต็มไปด้วยความกังวลจนเห็นได้ชัด อาคาชิขมวดคิ้วเล็กน้อยอย่างไม่ชอบใจก่อนจะเลิกซ่อนตัวเองใต้หน้าหนังสือและมองคนตรงหน้าอย่างเต็มตา

ยิ่งมองใบหน้าของเท็ตสึยะตอนนี้เขาก็ยิ่งหงุดหงิด

เคยบอกแล้วใช่ไหมว่า ในฐานะซิกส์แมนมายายิ่งละทิ้งอารมณ์ไปมากเท่าไหร่ยิ่งดี โดยเฉพาะความรู้สึกที่เกิดกับหมอนั่น…

“ไม่หรอก” เขาตอบกลับเรียบๆ “หมอนั่นรักบาสมากกว่าใคร แต่ต่อให้เกลียดแค่ไหนร่างกายก็จะยังโหยหาการเล่นบาสฯ”

แต่อีกคนก็ยังคงเงียบและดูกังวลใจทำให้ต้องพูดเสริมอย่างอดไม่ได้ “นายไม่ต้องห่วงหรอก ถึงอาโอมิเนะจะไม่มาซ้อมเราก็ชนะอยู่แล้ว”

“ถึงชนะไป แต่ถ้าไม่สนุกกับบาสฯมันก็ไม่มีความหมายนี่ครับ” เท็ตสึยะพูดเสียงเรียบ “อีกอย่างถ้าหากไม่ซ้อมก็จะไม่เก่งขึ้น”

ท่าทางจริงจังของคนตรงหน้าทำให้อาคาชิเลิกคิ้วอย่างแปลกใจ ริมฝีปากขยับยิ้มเล็กน้อย

เป็นอย่างนี้มาตลอดเลย เท็ตสึยะมักจะมีความคิดแปลกๆที่ทำให้เขาแปลกใจอยู่เสมอ

คำพูดที่ว่าถ้าพยายามแล้วจะเก่งขึ้นนี่… อีกฝ่ายก็น่าจะรู้ดีไม่ใช่เหรอ รู้ถึงความเป็นจริงอันโหดร้ายที่ตรงกันข้ามกับคำพูดสวยหรูพวกนี้

ตัวเท็ตสึยะเองนั่นแหละที่เป็นหลักฐานพิสูจน์ความจริงนั่น เท็ตสึยะพยายามมาเท่าไหร่ ทุ่มไปแค่ไหนกับบาสเก็ตบอล แต่ก็ยังมีความสามารถไม่เท่ากับพวกมีพรสวรรค์อย่างคนอื่นๆในรุ่นปาฏิหาริย์ ถ้าหากเขาไม่ได้ค้นพบพรสวรรค์ของเท็ตสึยะ ไม่รู้เจ้าตัวจะต้องหลงวนเวียนอยู่ในกับดักของความพยายามนั่นอีกนานแค่ไหน…

แต่อาคาชิเองก็ไม่ได้ปฏิเสธหรอกว่าความพยายามไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จ แต่เราต้องใช้ความพยายามให้ถูกที่ และหากอาโอมิเนะไม่ได้ซ้อมบาสบ่อยๆเจ้าหมอนั่นก็อาจจะหยุดอยู่ที่เดิม

และจากนั้นบางทีแสงของเท็ตสึยะอาจจะเปลี่ยนไป ใครต่อใครก็จะสามารถเป็นแสงได้โดยไม่ต้องครอบครอง หรืออาจจะถึงขนาดที่เป็นเงาของเขาเพียงคนเดียวทั้งที่ตำแหน่งคล้ายกัน

และนั่นก็ดีสำหรับผลที่เขาทุ่มเทสำหรับพรสวรรค์ของเท็ตสึยะไม่ใช่เหรอ การได้ครอบครองสิ่งที่ตัวเองค้นพบน่ะ

“ใกล้หมดเวลาพักเที่ยงแล้ว” อาคาชิหันมองนาฬิกาแล้วเปรยขึ้นเป็นการตัดบทสนทนา “ไปซื้อน้ำที่ตู้ขายเครื่องดื่มอัตโนมัติกันเถอะ”

“ครับ?”

คุโรโกะกระพริบตาอย่างงงๆ อาคาชิยิ้มบางๆก่อนบอกให้เก็บของแล้วพาตัวไปหยุดยืนอยู่หน้าตู้หยอดเหรียญสำหรับซื้อเครื่องดื่มที่อยู่ด้านนอกอาคาร

แม้ว่าอาคาชิอยากจะเปลี่ยนแสงของเท็ตสึยะแค่ไหน แต่เขาไม่ขัดความคิดของเท็ตสึยะเรื่องจะพยายามให้อาโอมิเนะมาซ้อมหรอก เพราะนั่นคือเหตุผลที่อีกฝ่ายมาอยู่กับเขาสองต่อสองเวลาพักเที่ยงไม่ใช่เหรอ

“นายรู้รึเปล่าเท็ตสึยะ ผมชอบตู้หยอดเหรียญนะ เมื่อเรามอบเงินเหรียญให้กับเครื่อง เครื่องก็จะมอบเครื่องดื่มที่เราเลือกตอบแทนมา” หลังหยิบเหรียญออกมาจากกระเป๋าเสร็จเขาก็หยอดลงไปตรงช่อง กดเลือกเครื่องดื่มที่ต้องการพลางพูดต่อ “ไม่คิดว่าเหรียญนี่เหมือนกับความพยายามทุ่มเทของคนเรา แล้วเครื่องดื่มที่เราเลือกคือความสำเร็จที่เราต้องการเหรอ”

กึก!

ขวดเครื่องดื่มหล่นลงมาตามช่อง อาคาชิก้มไปลงหยิบและยื่นให้กับเด็กหนุ่มผมสีฟ้า ดวงตาส่งประกายวาบขณะจ้องมองนัยน์ตาของอีกฝ่าย

“บางทีถ้าหากนายพยายามมากขึ้นอีก บางทีอาโอมิเนะอาจจะกลับมาซ้อมกับทุกคนเหมือนอย่างที่นายคิดก็ได้” เขายิ้มบางๆ “จะว่าไปแล้ว ผมก็ทุ่มเทให้กับนายเหมือนกันนะเท็ตสึยะ”

ใช่… ผมทุ่มเทให้กับนายมาก

และอีกสาเหตุที่ผมชอบตู้หยอดเหรียญก็เพราะคิดว่าตู้หยอดเหรียญกับความรักนั้นเหมือนกัน ถ้าลงทุนไปก็ต้องได้ของที่ต้องการกลับคืนมา ดังนั้น… เมื่อผมได้มอบความรักให้กับนาย นายก็ต้องมอบความรักที่ผมต้องการตอบแทนมาเช่นกัน

เท็ตสึยะ… ไม่ยอมให้หลบหนีจากการจ่ายค่าตอบแทนหรอกนะ

ก็นายต้องเป็นของผมอยู่แล้วนี่น่า

 

 

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s