[ Hetalia ] NOVELBER | Day 23th : Attack [ Us x Uk ]

Fan Fiction:     Axis Powers Hetalia

Pairing:            อเมริกา x อังกฤษ

Note :              ร่วมกิจกรรม NOVELBER ของ @Novelber_TH

Axis Powers Hetalia เป็นเรื่องที่แต่งขึ้น โดยตัวละครอิงมาจากประเทศต่างๆในโลก ไม่เหมาะสำหรับผู้ที่อ่อนไหวด้านชาตินิยม

 

‘ When you fall in love, would feel like a heart attack. ’

อเมริกาเลิกคิ้วอย่างแปลกใจเมื่อเห็นข้อความบนหนังสือในมือ ‘เมื่อคุณตกอยู่ในห้วงรัก จะรู้สึกเหมือนเป็นโรคหัวใจ’ งั้นเหรอ… เสียงหัวเราะหลุดออกมาอย่างห้ามไม่อยู่

เป็นความคิดที่แปลกประหลาดชะมัด เห็นหน้าหนังสือเขียนว่า ‘ทฤษฎีว่าด้วยความรัก’ และเป็นเล่มที่อังกฤษกำลังอ่านค้างอยู่ นึกว่าจะเป็นอะไรที่จริงจังมีสาระและมีหลักฐานน่าเชื่อถือซะอีก แค่หน้าแรกที่อ่านก็เป็นเรื่องแต่งลอยลมไร้สาระซะแล้ว ถ้าการมีความรักแล้วทำให้เป็นโรคหัวใจ งั้นคนทั้งโลกก็ต้องไม่อยากมีความรักสิ

แต่… ตัวเขาก็ยังไม่เคยมีความรัก เพราะงั้นการมีความรักแล้วจะทำให้เป็นโรคหัวใจจริงๆรึเปล่าเขาเองก็ไม่มีข้อพิสูจน์อะไรไปยืนยัน

มือหนาวางหนังสือลงไว้ที่เดิมบนโต๊ะชนิดที่เรียกได้ว่าไม่ผิดจากตำแหน่งที่เจ้าของหนังสือวางไว้ก่อนออกจากห้องเลยแม้แต่น้อยเพื่อไม่ให้อังกฤษรู้ว่าเขาหยิบขึ้นมาอ่าน

ประเทศหนุ่มยกถ้วยกาแฟขึ้นจิบ ไออุ่นอุณหภูมิกำลังพอดีจากถ้วยถ่ายทอดมายังมือพาให้ริมฝีปากขยับยิ้มบางเบา ดวงตาสีท้องฟ้าเหลือบมองถ้วยชาที่มีไอควันลอยกรุ่นจากอีกฝั่งของโต๊ะ

อังกฤษไปรับฝรั่งเศสกับแคนาดานานเกินไปแล้ว ทิ้งให้ฮีโร่รอเสียเวลาเปล่าๆปลี้ๆได้ไงกัน

เมื่อสามวันก่อน อยู่ๆฝรั่งเศสก็ชวนเขา แคนาดาและอังกฤษมาดินเนอร์ร่วมกันสักมื้อเนื่องในโอกาสนึกอยากจะกิน แม้จะไร้สาระนิดหน่อยแต่ฮีโร่อย่างเขาช่วงนี้ก็ว่างๆเลยตอบตกลง แม้ตอนที่ตอบตกลงจะตอบรับส่งๆใส่อารมณ์เพราะรู้สึกหงุดหงิดกับมือของฝรั่งเศสที่กำลังขยี้หัวอังกฤษอย่างสนิทสนมก็เถอะ แต่เขาก็เป็นแขกที่ดีมาบ้านอังกฤษซึ่งเป็นสถานที่ดินเนอร์ตั้งแต่เช้า

แต่อดีตพี่ชายกลับชักหน้าหงิกใส่เขาบ่นว่ามาทำไมไวนัก แถมนั่งอ่านหนังสือเรื่อยเปื่อยไม่สนใจเขาที่อยู่ในห้องด้วย ยังดีที่พกเอาเพลย์สเตชั่นมาเลยนั่งเล่มเกมที่พึ่งยืมมาจากญี่ปุ่น

จากนั้นก็นิ่งกินข้าวเที่ยงด้วยกิน จิบชายามบ่าย กวนโมโหอังกฤษเรื่องอยากกินกาแฟ บ่นใส่ว่าเจ้าตัวชักจะอ้วนเกินไปแล้วทำให้ใบหน้าที่มีคิ้วหนาๆประดับนั้นงอง้ำมาแว๊ดๆใส่เขา ตามไปกวนอีกฝ่ายตอนแต่งตัดแต่งสวนภายในบ้าน แล้วก็จบท้ายด้วยการพักกินขนมหลังทำสวน

อังกฤษกินชา ส่วนเขากินกาแฟ มีคุกกี้ที่ออกจะเกรียมหน่อยๆเป็นขนม อยู่ในสวนที่เงียบสงบบรรยากาศร่มรื่น แอบมองหน้าอีกฝ่ายที่กำลังจดจ่อกับการอ่านหนังสือ ‘ทฤษฎีว่าด้วยความรัก’

อืม… คุ้มค่ากับที่มาแต่เช้า เอ่อ…ไม่สิ เพราะวันนี้เขาว่างทั้งวันเลยมาแต่เช้าต่างหาก

หลังจากเริ่มเย็นฝรั่งเศสก็โทรมาบอกให้ออกไปรับ

อังกฤษเลยทิ้งเขาไว้คนเดียวพร้อมกับหนังสือที่วางไว้ข้างๆถ้วยชา

น่าเบื่อซะมัด… ฝรั่งเศสมาเองไม่เป็นรึไง แคนาดาก็อยู่ด้วยแท้ๆ

“เลิกขยี้หัวฉันได้แล้วเจ้าบ้าไวน์!!”

เสียงคุ้นเคยดังขึ้นที่ประตูหน้าบ้านทำให้อเมริการีบลุกเดินออกไปหา เมื่อถึงก็พบว่าฝรั่งเศสกำลังเล่นผมอังกฤษด้วยใบหน้าหัวเราะร่า ขณะที่อีกคนหน้าหงิกแต่แก้มสองข้างกลับแดงเรื่อ เนื่องจากมือของอังกฤษเต็มไปด้วยถุงกระดาษที่เต็มไปด้วยผักเจ้าตัวเลยพุ่งชนฝรั่งเศสแก้เผ็ด แต่กลายเป็นว่าเสียหลักตกอยู่ในอ้อมกอดของฝรั่งเศสซะงั้น

ร่างคนสองคนที่แนบชิดทำให้หัวใจของอเมริกาเจ็บแน่น ในอกข้างซ้ายรู้สึกวูบโหวงแปลกๆ อึดอัดคล้ายหายใจไม่ออก

เผลอกำมือแน่นไปตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้

รู้ตัวอีกทีสองคนนั้นก็เดินมาใกล้ก่อนอังกฤษจะเอาถุงกระดาษในมือยื่นให้เขาเอาไปเก็บในครัว ส่วนเจ้าตัวจะเก็บถ้วยชากับถ้วยกาแฟเข้าไปข้างใน

พูดจบเจ้าตัวก็เดินออกไปทิ้งให้เขาอยู่กับฝรั่งเศส

ไหนว่าจะมากับแคนาดาไง แล้วไหงอังกฤษไปรับมาคนเดียว!

“ไง อเมริกาได้ข่าวว่านายมาแต่เช้าเลยนิ” ฝรั่งเศสทักเขาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม แต่อเมริกากลับรู้สึกว่าใบหน้าที่ไว้เคราหยอมแหยมนั้นดูขัดใจเหลือเกิน

น่าหงิดหงุด! เกะกะสายตามาก!

“พอดีฉันว่าง!” กระแทกเสียงใส่ด้วยความโมโหก่อนจะถือของเดินไปในบ้านของอังกฤษตรงไปยังครัว ฝรั่งเศสมองตามหลังประเทศแห่งเสรีภาพอย่างเหงื่อตกอดรู้สึกร้อนๆหนาวๆไม่ได้

“อ่า… คุณพี่ทำอะไรผิดรึเปล่า?” ฝรั่งเศสพึมพำเบาๆ

แคนาดาที่ยืนอยู่ข้างๆเอียงคออย่างครุ่นคิดก่อนตอบด้วยน้ำเสียงจริงจัง “อเมริกาอาจจะโมโหหิวก็ได้นะครับ”

“นั้นสินะ บางทีเจ้านั่นอาจเครียดเรื่องงานก็ได้” ฝรั่งเศสพยักหน้างึกๆอย่างเข้าอกเข้าใจเมื่อสรุปถึงความเป็นไปได้ออกมาจากนั้นถึงเดินฮัมเพลงเข้าไปในบ้านอังกฤษ ทำเอาคนจืดจางยิ้มเจื่อนๆ

“ช่วยทำเหมือนผมอยู่ตรงนี้กันได้ไหมครับ”

หมีขาวที่อยู่ในอ้อมแขนแคนาดาตบบ่าผู้เป็นนายเบาๆ

 

หลังทานดินเนอร์เสร็จ เนื่องจากใช้เหตุผลว่าประเทศอเมริกาอยู่ไกลต้องขึ้นเครื่องข้ามมหาสมุทร เขาเลยได้นอนที่บ้านของอังกฤษ ส่วนแคนาดาก็กลับบ้านไปกับฝรั่งเศส

ตกดึกหลังหลับสนิทจู่ๆอเมริกาก็สะดุ้งตื่นเพราะเสียงก๊อกแก๊กเบาๆที่หน้าประตูห้องนอนสำหรับแขก เขารีบปิดเปลือกตาลงแสร้งเป็นว่ากำลังนอนหลับพร้อมๆกับที่ประตูถูกเปิดออก

กลิ่นไอคุ้นเคยพร้อมกับน้ำหนักที่ทรุดนั่งบนตียงข้างๆทำให้รู้ว่าตอนนี้อังกฤษกำลังนั่งมองเขาอยู่

จากนั้นไม่นานฝ่ามืออุ่นๆก็วางทาบบนหัวเขาแล้วลูบไปมาเบาๆราวปลอบประโลมให้หลับฝันดี

…ราวกับช่วงเวลาย้อนกลับไปยังสมัยที่เป็นเด็ก ตอนที่ยังเป็นน้องชายของอังกฤษ ก่อนจะนอนอีกฝ่ายก็ชอบมาลูบผมเขาแล้วนั่งเล่านิทานให้ฟัง จากนั้นก็จูบราตรีสวัสดิ์เบาๆบนหน้าผาก

พลันหัวใจของคนที่กำลังแกล้งหลับก็เต้นรัว เสียงหัวใจเต้นดังสะท้อนไปมาในอกจนอเมริกากลัวว่าอังกฤษจะได้ยิน

สัมผัสอุ่นร้อนค่อยๆแนบลงบนหน้าผาก

รู้ตัวอีกทีเขาก็รั้งเอาร่างของอดีตพี่ชายเข้ามาจูบ ประคองใบหน้าอีกฝ่ายด้วยฝ่ามือทั้งสองข้าง แนบริมฝีปากลงชิดจนไม่มีช่องว่าง กลีบปากอุ่นนุ่มของคนด้านบนทำให้อยากรุกล้ำมากกว่าเดิม มากกว่าแค่ทาบริมฝีปากลงไปเฉยๆ ไวเท่าความคิดปลายลิ้นอเมริกาค่อยๆรุกล้ำเข้าไปชิมความหวาน อังกฤษแข็งทื่อเล็กน้อยก่อนจะยอมเปิดปากคล้อยตาม

เรียวลิ้นทั้งคู่เกี่ยวกวัดดูดดึงหากันและกัน ราวกับโลกหยุดหมุน

ตึกตึกตึกตึกตึก

หัวใจของอเมริกาเต้นรัว…

เขาพึ่งรู้ว่าตัวเองเป็นโรคหัวใจ

เขาพึ่งรู้ว่าตัวเองกำลังตกอยู่ในห้วงรัก

 

 

 

 

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s