[Gundam Iron-blooded Orphans ] NOVELBER | Day 8th : เสื้อกันหนาว [ Mikazuki x Orga ]

Fan Fiction:      Mobile Suit Gundam: Iron-Blooded Orphans

Pairing:            มิคาซึกิ x ออร์ก้า

Note :              ร่วมกิจกรรม NOVELBER ของ @Novelber_TH

 

หลังเปลี่ยนชื่อกลุ่มเป็นเท็กกะดัน ทุกคนก็ลงมติกันว่าจะเปลี่ยนตราที่ประทับด้านหลังเสื้อคลุม CGS เป็นรูปดอกไม้เหล็กซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเท็กกะดันลงไปแทนตัวอักษรน่าชังนั่น

พวกเด็กๆในเท็กกะดันโดยมีหัวหอกหลักคือไรด์และทาคากิพากันไล่เก็บเสื้อคลุมของทุกคนไปเปลี่ยนตรา เนื่องจากพวกเขาไม่มีงบสำหรับทำเสื้อใหม่ หัวหน้าช่างนาดี้เลยปิ้งไอเดียนำสีมาทาทับและพ่นสัญลักษณ์ดอกไม้เหล็กเอา ถึงแม้มันจะอยู่ได้ไม่นานนักแต่เมื่อเทียบค่าใช้จ่ายหากทำชุดใหม่กับเสียงเรียกร้องของทุกคนที่ต้องการลบชื่อ CGS ออกไปทำให้ไม่ยากเลยที่ความคิดนี้จะได้รับการอนุมัติ

ไรด์นั่งยิ้มกว้างขณะนั่งพ่นสีลงบนเสื้อคลุม หลังทำเสร็จเด็กชายก็ยืนขึ้นยืดเส้นยืนสายหลังนั่งหลังขดหลังแข็งมานาน ในห้องเครื่องเก็บโมบิลเวิร์คเกอร์ตอนนี้มีแต่พวกเด็กๆกับหัวหน้าช่างเครื่องนาดี้เท่านั้นที่อยู่ พวกโตๆหน่อยส่วนมากไปประชุมหรือไม่ก็เตรียมของสำหรับจะนำไปที่โลก

ขณะที่บิดเอวอยู่ สายตาเขาก็เหลือบไปเห็นเสื้อคลุมของมิคาซึกิที่แขวนตากรอให้สีแห้งบนราวกำลังจะหล่นลงมากองกับพื้น ใบหน้าไรด์พลันซีดเผือดรีบวิ่งถลาเข้าไปคว้าเอาไว้ทันอย่างเฉียดฉิว

เด็กชายถอนหายใจเฮือกใหญ่พลางแขวนเสื้อคลุมไว้ที่เดิม สัญลักษณ์ดอกไม้เหล็กสีขาวบนเสื้อคลุมของคุณมิคาซึกิแห้งได้ที่แล้ว กว่าจะได้เสื้อคลุมนี้มา เขาต้องไปขอร้องให้หัวหน้าเป็นคนไปเอากับคุณมิคาซึกิเอง เนื่องจากเจ้าตัวไม่ยอมให้ใครแตะต้อง แถมได้มาแล้วหัวหน้ายังบอกว่าต้องดูแลรักษาให้ดีๆถ้าไม่อยากให้มิกะโกรธ

พอคิดๆดูแล้ว เสื้อคลุมของคุณมิคาซึกิก็เป็นเสื้อคลุมที่แปลกกว่าทุกๆคนใน GCS มันไม่มีทั้งสัญลักษณ์ข้อความ CGS ทั้งยังเป็นรูปแบบเสื้อกันหนาวอีกต่างหาก

น่าสงสัยจริงๆ

“ป๋าฮะ” ไรด์ส่งเสียเรียกผู้อาวุโสที่สุดที่นั่งพ่นสีอยู่ไม่ไกล เมื่ออีกฝ่ายหันมาเด็กชายก็ชี้มือไปที่เสื้อคลุมต้องสงสัยแล้วเอ่ยปากถาม “ทำไมเสื้อคลุมของคุณมิคาซึกิถึงไม่เหมือนกับคนอื่นๆล่ะฮะ?”

นาดี้ชะงักชั่วครู่อย่างนึกถึงเรื่องในอดีต ก่อนจะพูดประโยคที่ทำให้ทุกคนที่กำลังทำงานอย่างขะมักเขม้นหยุดมือ “อ๋อ มันเป็นเพราะออร์ก้าน่ะ”

“อยากฟังไหมล่ะ” ชายหนุ่มพูดต่อเมื่อเห็นเด็กๆพากันสนอกสนใจอย่างเห็นได้ชัด นาดี้หัวเราะเบาๆเมื่อเสียงตอบรับดังมาทั่วทุกสารทิศ

แต่ก่อนที่นายช่างใหญ่จะได้เอ่ยปากเล่า เสียงกระแอมไอเรียกความสนใจก็ดังมาจากหน้าประตูห้องเครื่อง เมื่อมองไปก็พบว่าออร์ก้ากำลังยืนเกาแก้มอยู่

“มีใครเห็นมิกะไหม?” หัวหน้าเท็กกะดันถามรวมๆแต่สายตากลับจ้องเขม็งไปที่นาดี้อย่างบังคับแฝงความนัยน์ ทำเอานาดี้อมยิ้ม ท่าทางเรื่องที่เด็กๆอยากฟังจะกลายเป็นหมันซะแล้วสิ เจ้าตัวต้นเรื่องดันมาได้ยินซะแล้ว

“ไม่เห็นนะครับ” ไรด์ตอบ ก่อนทำท่านึกอะไรขึ้นได้รีบคว้าเอาเสื้อคลุมของมิคาซึกิเดินไปยื่นให้ออร์ก้า “หัวหน้าผมฝากเอาชุดไปให้คุณมิคาซึกิด้วยนะครับ”

เด็กหนุ่มปาดเหงื่อในใจ ก่อนจะมีเหตุไม่คาดฝันเกิดกับเสื้อคลุมตัวนี้ควรรีบส่งคืนเจ้าของจะดีกว่า ไม่งั้นแย่แน่ๆ

“อ่า..ขอบใจ” ออร์ก้ารับมาแล้วคลี่ดูสัญลักษณ์ดอกไม้เหล็กสีขาวที่กลางหลังชุดอย่างพอใจ คนอายุมากกว่าขยี้หัวไรด์อย่างเอ็นดูพลางหันไปพูดกับทุกคน “ขอบใจมากทุกคน ใกล้พักเที่ยงแล้วพวกนายไปกินข้าวกันก่อนค่อยมาทำต่อเถอะ”

หลังเข้าไปย้ำกับนาดี้ให้ปิดปากเรื่องนั้นให้สนิท ออร์ก้าก็เดินออกจากห้องเก็บโมบิลเวิร์คเกอร์ไปตามหาตัวมิคาซึกิต่อ

ระหว่างเดินกลับไปห้องพักซึ่งเป็นที่ๆคิดว่ามิกะน่าจะอยู่ เขาก็อดมองชุดคลุมในรูปแบบเสื้อกันหนาวในมือไม่ได้ ในหัวพลันนึกถึงเรื่องราวเมื่อนานมาแล้ว สมัยที่เข้า CGS ใหม่ๆ

มันก็คือจุดเริ่มต้นเสื้อคลุมรูปแบบเสื้อกันหนาวของมิคาซึกิที่เขาห้ามไม่ให้ป๋าเล่าให้คนอื่นฟังนั้นแหละ

เงื่อนไขการเข้าทำงานที่ CGS คือต้องรับการปลูกถ่ายระบบอารายะชิกิ ในตอนนั้นนี่คือเส้นทางที่ดีที่สุดแล้ว แต่ก็ยังเป็นเส้นทางที่เสี่ยงและโหดร้าย

โชคยังดีที่เขากับมิกะสามารถรอดจากการฝังระบบนั่นเข้าสู่ร่างกาย ผิดกับคนอื่นๆที่ตายไม่ก็พิการ และเพื่อยกระดับของมันให้มากขึ้นอีก มิกะเลยฝังระบบอารายะชิกิเข้าตัวถึง 3 ครั้ง แม้จะถูกคัดค้านแค่ไหนแต่อีกฝ่ายก็ยังยืนกราน

การรับเด็กเข้า CGS รับแค่ปีละครั้งแถมเปิดรับแค่สองสัปดาห์ ในระยะเวลาสองสัปดาห์นี่คือระยะเวลาที่ให้เด็กทุกคนพักฟื้น หากรอดก็ได้ทำงาน หากไม่รอดก็ถูกคัดออก มิกะเข้าผ่าตัดวันเว้นวัน สองครั้งแรกยังพอผ่านไปได้ด้วยดี

แต่ครั้งสุดท้าย หลังผ่าตัดเสร็จเมื่อผ่านไปอีกคืนมิกะกลับไข้ขึ้นสูง ร่างเล็กไม่ลืมตาตื่นร่างกายร้อนผ่าวเหงื่อซึมไปทั่วทั้งตัว

เหลือเวลาอีก 2 วันกับหนึ่งสัปดาห์ก่อนจะถึงกำหนดคัดคน

ออร์ก้าวิ่งวุ่นข่มความเจ็บจากการถูกฝังระบบอารายะชิกิคอยดูแลเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้มิกะ เขาไม่ได้กลัวถูกคัดออก หากมิกะไม่ได้อยู่ที่นี่เขาก็ไม่อยู่ สิ่งที่เขากลัวสุดหัวใจคือมิกะอาจไม่ฟื้น

ขนมปังที่ทาง CGS ให้กับพวกเด็กๆก็ช่างน้อยนิด เขายกส่วนของตัวเองให้มิกะบดผสมกับน้ำเปล่าเพื่อให้ลื่นคอ เพราะ CGS ไม่มาเปลืองเงินกับเรื่องพวกนี้ ดังนั้นจึงไม่มียาให้ เด็กหลายคนที่อยู่ในห้องก็ส่อแววไม่รอด พวกที่มาด้วยกันก็ช่วยประคับประคองกันไป ส่วนพวกที่มาเดี่ยวๆหากยังอยู่ดีก็นั่งเงียบๆหากอาการร่อแร่ก็ถูกละเลยไม่ได้รับการสนใจ

“นายต้องไม่เป็นไร มิกะ” ออร์ก้าไม่รู้ว่าตัวเองพูดประโยคนี้ไปอีกครั้ง ทุกครั้งที่กระซิบข้างหูมิกะคือทุกครั้งที่เขาย้ำกับตัวเองในใจ

หลังเกือบเย็นมิกะยังคงไม่มีทีท่าว่าจะตื่น เขาเลยตัดสินใจไปห้องพักของพวกที่ทำการคัดเลือกเด็ก เสียงสรวลเสเฮฮาดังออกมาจากห้องผิดกับสถานที่ที่พวกเขาพักฟื้นทำให้ต้องกำหมัดแน่น หลังข่มอารมณ์ได้ก็เปิดประตูเข้าไป

“ขอยาให้ผมหน่อยครับ!”

หลังเขาพูดจบเสียงทั้งหมดเงียบลงก่อนประโยคเสียดหูจะดังขึ้น

“เห… ดูนี่สิ มีหนูตัวหนึ่งเข้ามาในที่ต้องห้ามด้วย” หนึ่งในชายห้าคนที่อยู่ในห้องมองตรงมาอย่างสมเพช “บอกไปแล้วใช่ไหมว่าที่นี่ห้ามพวกนายเข้ามา อ้อ! ไม่มียาให้กับพวกกากเดนล้มเหลวด้วย ไสหัวกลับไปซะ!”

“ขอยาให้ผมด้วย” ออร์ก้าลังเลชั่วขณะก่อนจะคุกเข่าก้มหัวลง ริมฝีปากเม้มแน่นก่อนขยับช้าๆ “ได้โปรดเถอะครับ”

“ไสหัวออกไป!!”

“ขอร้องล่ะครับ” ออร์ก้าโขกหัวกับพื้น “ถ้าไม่มียาจริงๆขอพวกผ้าห่มหนาๆไม่ก็เสื้อผ้าของพวกเราที่ติดตัวมาก่อนหน้านี้ก็ได้”

หากเป็นชุดเสื้อกันหนาวหนาๆตัวนั้นของมิกะอาจจะยังช่วยอะไรได้บ้าง ของๆพวกเขาถูกเอาไปทั้งหมดแล้วถูกเปลี่ยนเป็นเสื้อกล้ามบางของ CGS

“จะว่าไปแล้วแกคือไอ้เด็กที่อวดดีจนถูกตบหัวคนนั้นนิ”

ออร์ก้าก้มหน้านิ่ง พลันมีน้ำเย็นๆราดลงบนหัว หยดน้ำไหลผ่านเส้นผมลงมาตามใบหน้าจนเปียกปอน เขากัดปากแน่นจนเลือดซิบ

จากนั้นพวกผู้ใหญ่ก็เดินออกจากห้องไปโดยไม่สนใจเขาอีก

หลังจากนั้นทุกๆครั้งที่ออร์ก้าเห็นว่าพวกนั้นกลับมาจากฝังระบบอารายะชิกิให้กับเด็กคนอื่นๆเขาก็จะเข้าไปในห้องเพื่อขอร้อง ถูกแตะบ้าง ต่อยบ้าง เอาน้ำราดใส่ ปาขยะใส่บ้าง แต่พอนึกถึงมิกะเขาก็อดกลั้นได้ทุกครั้ง

ในห้องพักฟื้นมีเพียงผ้าห่มผืนบางๆ ทั้งๆที่เขายกของตัวเองให้กับมิกะและดึงอีกฝ่ายมากอดแล้วแท้ๆ แต่ตัวมิกะก็ยังเย็นเฉียบ ร่างเล็กขมวดคิ้วอย่างทรมาน สะดุ้งตื่นบ้างครั้งบางคราวแต่อาการก็ยังไม่ดีขึ้น

ต้องได้อาหารที่ดีกว่านี้ ผ้าห่มที่อุ่นกว่านี้

ทั้งหมดเป็นเพราะเขา เพราะเขาคนเดียว…

ออร์ก้าเช็ดเลือดออกจากริมฝีปากที่แตกเป็นแผลกว้าง เขาลุกขึ้นยืน… ในห้องพักคนงามไม่มีใครอยู่ พวกนั้นไปกันหมดแล้วหลังซ้อมเขาไปยกใหญ่

“โธ่เว๊ย!!” มือเล็กเหวี่ยงหมัดใส่ผนังปูน

“ต่อยกำแพงไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมาหรอก”

เสียงทุ่มดังขึ้นอย่างกะทันหันที่หน้าประตูห้องทำให้ออร์ก้าหันไปมอง ตรงนั้นมีผู้ใหญ่ร่างยักษ์ผิวเข้มยืนอยู่ ดวงตาสีทองกระพริบปริบๆมองอีกฝ่าย

คนนี้คือคนๆเดียวในกลุ่มห้าคนที่ไม่เคยรังแกทุบตีเขา แต่อีกฝ่ายก็ไม่ได้ทำอะไรมากกว่ามองเฉยๆ

ขณะที่กำลังหรี่ตามองอย่างสงสัย คนนั้นก็เดินเข้ามาหาก่อนจะยื่นเสื้อกันหนาวคุ้นตามาให้ ออร์ก้ารีบคว้าเสื้อของมิกะมา ในนั้นมีผ้าพันคอสีแดงของเขารวมทั้งขนมปังและยาลดไข้สามเม็ดด้วย

“คุณต้องการอะไรตอบแทน”

เพราะไม่เคยมีอะไรได้มาฟรีๆ เลยถามออกไป

ผู้ใหญ่ผิวเข้มยิ้มให้เขาพลางเดินเข้ามาขยี้หัวเขาแล้วพูดว่า “อยู่ให้รอดทั้งคู่จากนั้นพอเข้า CGS ก็มาเรียกฉันว่าป๋าก็แล้วกัน เจ้าเด็กอวดดี”

หลังจากนั้นอีกฝ่ายก็เดินหัวเราะเบาๆออกไป ออร์ก้ายกมือขึ้นกุมหัวตรงที่ถูกขยี้เบาๆ ความรู้สึกแปลกประหลาดแล่นวาบไปทั่วทำให้สมองมึนงงคิดอะไรไม่ออกครู่หนึ่ง

แต่ในอีกนาทีต่อมาเขาก็รีบวิ่งไปโรงพักฟื้นเพื่อหามิกะ

วันที่สี่หลังจากพยายามอดทนอย่างหนัก ในที่สุดเขาก็ได้ของที่ต้องการ

เขาเอาเสื้อกันหนาวตัวโตใส่ให้มิกะ ค่อยๆประคองร่างเล็กกินขนมปังบดแล้วป้อนยาตามหลัง ทุกๆคืนเขาจะเอาผ้าห่มห่มให้มิกะวางตัวอีกฝ่ายไว้บนอกแล้วนอนกอด แม้พื้นจะหนาวเย็นแต่ตัวมิกะอุ่นแถมยังสะดวกตอนตบหลังคนด้านบนเบาๆเวลาอีกฝ่ายละเมอครางด้วยความเจ็บ

จากนั้นไม่นานมิกะก็หายดี

เสื้อกันหนาวและผ้าพันคอสีแดงที่ได้กลับคืนมาคือสิ่งที่ช่วยชีวิตพวกเขา เวลาอากาศหนาวเย็นก็นอนกอดกันใต้ผ้าห่มเนื้อบางซ้อนทับด้วยเสื้อตัวโต

นานกว่านั้นอีกสามปี ออร์ก้าถึงได้เจอผู้ใหญ่ผิวเข้มนั่นอีกในวันที่เขารับตำแหน่งหัวหน้าหน่วยที่สาม อีกฝ่ายบอกว่าไม่เคยมีใครอยู่ได้นานเท่าเขา ส่วนมากสองสามวันก็เลิก แถมมิกะยังเป็นเด็กคนเดียวที่รับการปลูกถ่ายถึงสามครั้ง เจ้าตัวคิดว่าคนอย่างพวกเขาไม่น่าจะตายง่ายๆเลยอยากช่วยให้มีชีวิตอยู่ต่อ

ออร์ก้ายอมเรียกคนนั้นว่า ป๋า อย่างเต็มใจ

แถมอีกฝ่ายยังใจดีให้คนรู้จักเอาเสื้อกันหนาวของมิกะไปทำเป็นเย็บติดกับเสื้อคลุมของ CGS ทำให้พวกเขาเลิกโดนด่าเรื่องนี้อีกต่างหาก

ส่วนเหตุผลที่เขาไม่อยากให้ป๋าเล่าให้เด็กๆฟังก็ไม่ใช่อะไรหรอก

…แค่รู้สึกว่ามันน่าอายยังไงไม่รู้

ออร์ก้าเกาแก้มตัวเองแก้เขิน เมื่อมาถึงจุดหมายคือห้องพักก็เปิดประตูเข้าไปและพบว่าคนที่กำลังตามหากำลังนอนหลับอยู่บนเตียงของเขา

ริมฝีปากขยับยิ้มโดยไม่รู้ตัวเมื่อเห็นมิกะเอาเสื้อคลุมของเขามาห่มแทนผ้าห่ม

ออร์ก้าเอาเสื้อตัวโตของมิกะวางทาบบนตัวของคนที่กำลังนอน เมื่อเห็นใบหน้าแสนคุ้นตาหลับสนิทก็อดไม่ได้ที่จะก้มลงไปลูบผมสีดำนุ่นมือนั่นเบาๆ

ชั่วพริบตากับคนที่คิดว่านอนอยู่พลิกตัวดึงร่างเขาไปนอนบนเตียงแล้วขึ้นทาบทับด้านบน

“ทำให้ตื่นเหรอมิกะ”

“เปล่า” มิคาซึกิยิ้มบางๆก่อนเลื่อนตัวขึ้นจูบเปลือกตาของคนตัวโตกว่า “นอนด้วยกันเถอะออร์ก้า ไว้ตื่นค่อยทำงานต่อ”

“แต่…”

“นะ”

ดวงตาสีฟ้าครามที่มองตรงมาทำเอาออร์ก้าจนคำพูด ต้องพยักหน้ารับอย่างเสียไม่ได้

มิกะขยับตัวลงจากตัวเขามานอนตะแคงข้างๆ ออร์ก้าหยิบเอาเสื้อคลุมรูปแบบเสื้อกันหนาวที่มีตราประทับรูปดอกไม้เหล็กสีขาวห่มให้กับอีกฝ่ายก่อนซุกตัวลงนอนด้วย

ร่างที่เขาเคยนอนกอดเมื่อสมัยก่อนในตอนนี้กลับเป็นฝ่ายกอดพลางตบหลังเขาเบาๆ ด้วยความเพลียที่สะสมมานานหลายวันทำให้ออร์ก้าผลอยหลับไปในที่สุด

มิคาซึกิขยับตัวจูบใบหูของออร์ก้าแล้วกระซิบเสียงเบา

“ออร์ก้าดูแลเท็กกะดัน ส่วนฉันจะดูแลออร์ก้าเอง”

 

 

 

 

ปล. เรื่องเสื้อคลุมของมิกะมโนเอาล้วนๆขอรับ คิดว่าเสื้อตัวนี้น่าจะเป็นเสื้อตัวเดียวกับที่มิกะใส่ก่อนเข้า CGS แล้วถูกดัดแปลง แต่เสื้อของมิกะแปลกกว่าทุกคนจริงๆนะ เรื่องนี้ต้องมีซัมติ่งแน่ๆ 555+

 

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s