Gundam Iron-blooded Orphans : : เมื่อมิกะอยากจะเป็นผู้ใหญ่ [Mikazuki x Orga]

Fan Fiction: Mobile Suit Gundam: Iron-Blooded Orphans

Pairing:  มิคาซึกิ ออกัส x ออร์ก้า อิซึกะ

Note: Timeline  รอยต่อระหว่าง SS.I กับ SS.II

 

 

ออร์ก้าพึ่งรู้ตัวว่ามิกะกำลังโตเป็นผู้ใหญ่ ไม่สิ ถ้าอย่างที่ป๋าบอกคือกำลังโตเป็นหนุ่ม…

หลังจากทำงานพาคูเดเลียไปที่โลกและคุ้มครองมาคาไนไปยังสถานที่เลือกตั้งผู้นำของอาบราวเสร็จเรียบร้อยแล้ว เท็กกะดันก็กำลังอยู่ในช่วงเดินทางกลับ โดยพวกเขาจะแวะพักที่ไซเซย์เพื่อเจรจาเรื่องส่วนแบ่งและข้อตกลงต่อจากนี้อย่างเป็นทางการก่อน จากนั้นค่อยตรงกลับไปยังดาวอังคาร

ตอนที่ออร์ก้ารู้สึกตัวถึงเรื่องนั้นครั้งแรกคือตอนที่เขากำลังยืนพิงกำแพงอ่านข้อมูลรายการความเสียหายในแท็บเล็ตอยู่บนทางเดินในห้องซ่อมบำรุงโมบิลสูท เนื่องจากเป็นช่วงเวลาพักเที่ยงจึงไม่มีลูกเรือคนไหนอยู่บริเวณนี้ ทำให้บริเวณรอบข้างเงียบสงบพอที่จะใช้ความคิด

ออร์ก้าเงยหน้าจากจอมองไปยังบาร์บาทอสที่มีร่องรอยความเสียหายทั้งตัว แถมกูชิออนของอากิฮิโระก็เสียหายหนัก เมื่อนึกถึงราคาซ่อมบำรุงที่ต้องแบกรับบวกลบกับค่าจ้างที่ได้มาจากงานในครั้งนี้ก็อดครางไม่ได้ แม้จะไม่ขาดทุนแต่เมื่อเทียบกับสิ่งที่เสียไปมันก็หนักเหลือเกิน

ในเมื่อชีวิตของพวกพ้องไม่อาจประมาณค่าได้ด้วยเงินทอง…

ดวงตาสีทองปิดลงช้าๆปิดบังความรู้สึกในใจ

ถึงที่นี่ในตอนนี้จะไม่มีใครอยู่ แต่เขาคือหัวหน้าของเท็กกะดัน เป็นหัวหน้าครอบครัวที่จะสร้างสถานที่สำหรับทุกคน

เพื่อพวกพ้องที่เสียไป และเพื่อพวกพ้องที่ยังมีชีวิต ไม่มีเวลาให้ลังเลอีก…

“ออร์ก้า”

เสียงคุ้นเคยดังขึ้นเรียกให้ลืมตาหันไปมอง เมื่อเห็นว่าเป็นมิกะกำลังเดินมาทางนี้ เขาก็รีบยืดตัวยืนตรง แต่ก่อนที่จะได้เอ่ยปากทัก อีกฝ่ายก็ใช้ปลายเท้าดันตัวขึ้นจากพื้นอาศัยสภาวะไร้แรงโน้มถ่วงกระโดดเข้ามาใกล้และใช้แขนข้างที่ไม่บาดเจ็บโอบคอเขาไว้

เพียงเสี้ยววินาทีใบหน้าประดับยิ้มมุมปากก็เข้ามาอยู่ในระยะประชิด ลมหายใจออร์ก้าชะงัก หยุดทุกคำพูดที่กำลังจะออกมา สบโอกาสให้คนกระทำการอุกอาจกดประทับจูบบนริมฝีปากพลางเลื่อนมือจากต้นคอเข้าไปในเรือนผมสีขาว

สัมผัสแน่นหนักกดจูบลงมาอย่างไม่ล่วงล้ำกลับพาความรู้สึกร้อนผ่าวไปทั่วทั้งร่าง แผ่นอกแนบชิดจนรับรู้ถึงหัวใจที่เต้นดังเป็นจังหวะ คล้ายสติกำลังหลุดลอย คล้ายตัวเองกำลังทิ้งดิ่งลงจากหน้าตาสู่เหวลึกที่อัดแน่นด้วยความรู้สึก

นานทีเดียวกว่าออร์ก้าจะรู้ตัวว่าแท็บเล็ตหลุดมือหล่นลงพื้นและต้องดันตัวมิกะออก แขนสีเข้มผลักอีกฝ่ายอย่างอ่อนแรง ยังดีที่นักบินของบาร์บาทอสยอมผละออกไปยืนบนพื้นแต่โดยดี ในขณะที่ในหัวออร์ก้าขาวโพลนแถมยังรู้สึกร้อนฉ่าไปทั้งหน้า

“นะ..นาย”

แล้วเขาก็คิดคำอื่นไม่ออกอีก

มิกะมองใบหน้าที่แดงเรื่อและท่าทางอึ้งอย่างไม่รู้จะทำอะไรของคนตัวสูงกว่า ก่อนจะดันปลายเท้าขึ้นจากพื้นอีกรอบวาดมือโอบคอออร์ก้าให้ก้มลงมาใกล้และแนบริมฝีปากทาบทับ ปลายลิ้นของมิกะไล่พรมสลับขบเม้มบนเรียวปากพาให้ในหัวของออร์ก้าระเบิดตู้ม

หลังถูกปล่อยในครั้งนี้หัวหน้าของเท็กกะดันรีบยืนยืดตัวตรงขยับตัวไปชิดกำแพงให้ห่างจากระยะมือของมิกะคว้าถึงพลางสูดหายใจลึก

นี่มัน…ผิดปกติ

ออร์ก้าคิดขณะมองมิกะที่กำลังควานหาของในกระเป๋าจากเสื้อคลุมตัวโต เมื่อเรียบเรียงความคิดได้แล้ว มิกะก็หยิบเมล็ดปาล์มจากดาวอังคารขึ้นมากินพอดี

“มิกะ คะ..ใครบอกให้นายจูบฉัน?”

“เรียกว่าจูบสินะ” มิกะพูดไปกินไป “ครั้งแรกยูจีนบอก ส่วนอีกครั้งนั่น…”

มิกะเงยหน้ามองสบดวงตาสีทองที่เขาชอบ “ฉันคิดว่าออร์ก้าน่ารักดี”

นาเซะบอกว่าคนข้างๆน่ารักและดึงผู้หญิงคนนั้นเข้ามาจูบ

“ผิดเหรอ?” มิกะเอียงคอถาม ท่าทางไร้เดียงสานั่นทำเอาออร์ก้าชะงัก

“อ่า..เอ่อ คือมัน…” หัวหน้าของเท็กกะดันเสยผมไปมาพยายามปกปิดอาการร้อนฉ่าบนใบหน้า เขาควรจะอธิบายยังไงดี “อืม… นายมาดูบาร์บาทอสสินะ ถ้างั้นฉันขอไปหายูจีนก่อน”

ทางที่ดีที่สุดตอนนี้คือเผ่นหนี

ยูจีน! สอนเรื่องบ้าอะไรให้มิกะมาฟะ!?

 

วันต่อมา หลังทำงานเสร็จ ออร์ก้าก็มานั่งกุมหัวบนพื้นข้างๆบาร์บาทอส ใกล้ๆกันนั้นมีนาดี้ที่กำลังเช็คความเสียหายของเครื่องอยู่ ท่าทางกลุ้มอกกลุ้มใจของหัวหน้าแห่งเท็กกะดันแม้จะทำให้หัวหน้าช่างสงสัยแต่เขาก็ไม่เอ่ยปากถาม

รอให้เจ้าตัวพูดก่อนดีกว่า ถ่อมานั่งใกล้ๆเขาเป็นชั่วโมง เรื่องนี้คงหนักน่าดู

“ป๋า ฉันมีเรื่องจะถาม” ในที่สุดออร์ก้าก็ตัดสินเรียกหาผู้อาวุโสที่สุดในกลุ่ม เมื่อได้ยินนาดี้จึงละมือจากบาร์บาทอสแล้วเดินมาทรุดตัวลงนั่งข้างๆเด็กหนุ่มผิวเข้ม “ว่ามา”

ออร์ก้าเงยหน้ามองอีกฝ่ายพลางถูมือไปมาพูดด้วยเสียงอ้อมแอ้ม “ป๋าว่าเด็กโตเป็นผู้ใหญ่ตอนอายุเท่าไหร่?”

“หือ? ก็คงแล้วแต่คนมั้ง ฉันไม่เคยมีลูกด้วยสิ…” นาดี้ทำสีหน้าครุ่นคิด “เอ๊ะ หมายถึงมิคาซึกิใช่ไหม?”

“อืม”

เมื่อวานหลังแยกจากมิกะเขาก็ไปเค้นคอถามยูจีน ได้เรื่องมาว่า ตอนอยู่บนโลกก่อนที่จะกลับขึ้นอิซาริบิ ยูจีนซื้อหนังสือเล่มหนึ่งมาด้วย เจ้าตัวบอกว่าในหนังสือสอนวิธีที่จะเป็นผู้ใหญ่ ซึ่งยูจีนมุ่งมั่นจะจบหลักสูตรในนั้นก่อนถึงไซเซย์ให้ได้จะได้เอาไปใช้กับสาวๆที่นั่นหลังจากครั้งแรกออกจะไม่ประสบผลสำเร็จเท่าไหร่

เขาลองเปิดอ่านคราวๆส่วนต้นเล่มเห็นว่าในนั้นเป็นวิธีปฏิบัติกับผู้หญิงที่ออกจะจาบจ้วงเกินไปในความคิดของเขา อย่างจูบบ้าง ขึ้นไปนั่งบนตักบ้าง

แต่บางทีสำหรับผู้ใหญ่นั่นอาจจะเป็นเรื่องปกติ ในเมื่อลูกพี่นาเซะก็จูบแล้วก็กอดพวกคุณนายให้เห็นบ่อยๆ เขาก็ไม่รู้จักผู้ใหญ่คนอื่นๆนอกจากป๋า ลูกพี่นาเซะ กับย่าซากุระด้วยสิ อ้อ บางทีพวกบัดซบหน่วยหนึ่งก็พาผู้หญิงมากอดกันตัวกลมในห้องพักให้เขาเห็น เพราะงั้นมันคงเป็นขั้นตอนที่ผู้ใหญ่เท่านั้นจะทำจริงๆ

แต่ที่สำคัญคือยูจีนดันเอาเนื้อหาในหนังสือไปสอนพวกที่ไม่ใช่เด็กเล็กทั้งหมดลับหลังเมอริบิท แถมมิกะยังบ้าไปกับยูจีนด้วยเพราะอยากเป็นผู้ใหญ่ไวๆจะได้ขับบาร์บาทอสได้คล่องขึ้น

ให้ตายเถอะ! ในสายตาเขา มิกะยังต้องให้เขาคอยดูแลอยู่นะ! นี่มิกะอยู่ในวัยที่ต้องเป็นผู้ใหญ่แล้วงั้นเหรอ

แย่ซะมัด

“ป๋าว่ามิกะถึงวัยผู้ใหญ่แล้วรึยัง?” ออร์ก้าตัดสินใจถามไปตรงๆ ท่าทางหนักอกหนักใจขณะที่เอ่ยปากถามพาให้หัวหน้าช่างประจำยานหลุดขำ

“ในสายตาฉัน พวกนายทุกคนไม่มีใครเป็นผู้ใหญ่ทั้งนั้นแหละ ฮ่าฮ่าฮ่า” นาดี้พูดไปหัวเราะไป “บางทีเจ้านั่นอาจจะเข้าสู่ช่วงแตกเนื้อหนุ่มแล้วก็ได้ มิคาซึกิเลียนแบบท่าทางอะไรของนายมารึไงจู่ๆก็มาคิดเรื่องนี้?”

“ไม่ได้เลียนแบบ” ออร์ก้าถอนหายใจ เขาไม่เคยจูบใครสักหน่อย ไม่เข้าใจเหตุผลของมันด้วย “คือว่า…”

เขาชะงักไปชั่วครู่ก่อนตัดสินใจปรับเปลี่ยนข้อเท็จจริงนิดหน่อย “ฉันไปเห็นมิกะกำลัง เอ่อ จ..จูบคนๆหนึ่งอยู่ แล้วมิกะก็พูดว่า แบบว่า…เอ่อ คิดว่าคนนั้นน่ารักก็เลย จ..จูบไป”

พูดไปก็รู้สึกตัวเองหน้าแดงก่ำขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่นาดี้ตาเป็นประกาย

“โอ๊ะ! มิคาซึกิกับแอททร้าพัฒนาไปถึงขั้นนั้นแล้วเหรอ”

“อืม ตามนั้นแหละ” ออร์ก้ารีบยืนยันความคิดของหัวหน้าช่างเพื่อที่อีกฝ่ายจะไม่คิดว่าเป็นตัวเขาเอง “ป๋าว่าฉันควรพูดอะไรกับแอททร้าหรือเปล่า แบบว่าแอททร้าควรวางตัวยังไงดี? อะไรทำนองนั้น”

“ก็ไม่ต้องทำอะไรหรอก มิคาซึกิอยากทำอะไรก็ปล่อยให้มิคาซึกิทำไป อย่าไปขัดขวางเขาก็พอ อ้อเก็บไว้เป็นความลับด้วยล่ะ”

“งะ..งั้นเหรอ” ออร์ก้าเหงื่อตก ถ้าต่อจากนี้มิกะจะ เอ่อ… จูบเขาอีกก็ต้องปล่อยให้มิกะทำงั้นเหรอ รู้สึกไม่ดีต่อหัวใจยังไงไม่รู้ ตอนนั้น… จังหวะมันเต้นรัวกว่าปกติ

“เอาน่า” นาดี้หัวเราะพลางตบบ่าออร์ก้า “ลูกจะโตเป็นหนุ่มแล้ว คนเป็นพ่อก็กังวลเป็นธรรมดา ฉันเข้าใจ”

ออร์ก้าสะดุ้งโหย่งรีบแย้ง “มิกะไม่ใช่ลูกฉันนะ!”

“จ้าๆคุณพี่ชาย ฮ่าฮ่าฮ่า”

“โถ่ป๋า! ไม่ใช่น้องชายด้วย มิกะสำคัญกว่านั้นอีกต่างหาก”

ออร์ก้าก็ไม่รู้ว่าสำหรับเขาแล้วความสัมพันธ์กับมิกะนั้นอยู่ในฐานะไหน แต่ที่เขามั่นใจที่สุดคือ มิกะเป็นคนสำคัญที่สุดในชีวิตเขา มันมากกว่าเพื่อน มากกว่าพี่น้อง มากกว่าครอบครัว เป็นคนสำคัญที่สถานะไหนๆก็ไม่อาจมาเปรียบเทียบได้

“มิกะเป็นคนสำคัญมาก…”

 

หรือบางทีเขาควรลดความสำคัญของมิกะลงดี?

ออร์ก้านอนลืมตามองฝ่าความมืดไปยังเพดานห้องนิ่ง ทั้งๆที่ล้าไปทั้งตัวแต่กลับนอนไม่หลับ รู้สึกอากาศมันหนาวกว่าปกติยังไงก็ไม่รู้

เมื่อเช้าเท็กกะดันพึ่งเดินทางมาถึงไซเซย์ ยูจีนกับชิโนะดีใจยกใหญ่และพาทุกคนที่เป็นผู้ใหญ่แล้วในสายตาตัวเองไปเที่ยวในเมือง ส่วนไรด์กับทาคากิก็พาเด็กๆไปเล่นที่สวนสาธารณะ

นอกจากตัวเขาและเมอริบิทที่ต้องตกลงเรื่องส่วนแบ่งและของที่จะฝากลูกพี่นาเซะขายให้แล้วก็ไม่มีใครอยู่สักคน ไม่เว้นแม้แต่มิกะ

กว่างานจะเสร็จก็ปาเข้าไปย่ำค่ำพร้อมๆกับที่พวกเด็กๆและพวกยูจีนกลับมา สภาพทุกคนเหนื่อยล้าราวกับทุ่มพลังงานไปกับวันนี้จนหมด ยังดีที่ลูกพี่ใจดีเปิดห้องให้คนละห้อง ส่วนพวกเด็กๆอาเจ๊ก็รับไปพักด้วย ทำให้เจ้าพวกนั้นดีใจกันยกใหญ่ และแน่นอนคนที่ดีใจที่สุดก็คือพวกยูจีนที่ไม่รู้ไปหาสาวมาจากไหนควงเดินเข้าห้องอย่างสบายอารมณ์

แต่สิ่งที่ออร์ก้าแปลกใจยิ่งกว่าพวกนั้นหาผู้หญิงได้ก็คือเห็นมิกะกลับมากับพวกยูจีนนี่แหละ แถมสายตาของชิโนะที่มองเขาอย่างมีเล่ห์นัยก็ชวนครั้นเนื้อครั้นตัวพิลึก พอเขาถามเจ้าตัวก็เสเฉไฉโฉบเอาตัวยามากิที่หน้าแดงเรื่อเข้าห้องและตอบเขาว่าจะไปทำเรื่องที่ผู้ใหญ่เขาทำกัน เด็กอย่างนายไม่เกี่ยว รอเป็นผู้ใหญ่คืนนี้ก่อนเถอะแล้วค่อยมาพูดกัน

ฮะ?? เจ้าบ้าชิโนะพูดอะไร!? เขาเป็นหัวหน้าครอบครัวนะ! ก็ต้องเป็นผู้ใหญ่กว่าอยู่แล้วสิ

พอนึกถึงเรื่องความเป็นผู้ใหญ่ หลักสูตรเข้าสู่วัยหนุ่มของมิกะตลอดช่วงเวลาที่เดินทางมาไซเซย์นี่ทำเอาเขาหัวปั่นไม่ใช่เล่น ถ้าจะให้ยกตัวอย่างก็เช่น…

อาการเอะอะก็จูบ เอะอะก็จูบ

ถ้าไม่ได้เอ่อ…เอาลิ้นเข้ามาเหมือนสองครั้งแรกก็ยังพอรับได้ แต่หลังจากนั้นอีกสองวัน วันนั้นเขาทำงานหนักจนไม่ได้ออกจากห้องทำงานไปไหนทั้งวัน ด้วยความเพลียตกดึกเลยเผลอฟุบหลับบนโต๊ะทำงาน

นั่นเป็นคืนแรกนับจากขึ้นยานอิซาริบิที่เขาไม่ได้กลับไปนอนในห้องพักรวมกับเจ้าพวกนั้น

รู้สึกตัวอีกทีก็ตอนมีลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดบนผิวแก้มแถมบนตัวยังรู้สึกหนักๆเหมือนมีอะไรทับอยู่ เมื่อลืมตาขึ้นก็เจอกับใบหน้าของมิกะในระยะประชิดจนมองเห็นนัยน์ตาสีฟ้าครามชัดเจน

“ทำให้ตื่นเหรอออร์ก้า”

ด้วยความใกล้ชิดทำให้ริมฝีปากสัมผัสกันอย่างแผ่วเบายามคนด้านบนขยับปากพูด สัมผัสนั่นทำให้ออร์ก้ารู้สึกแปลกๆปนจั๊กจี้ยังไงชอบกล เขาตอบอือในลำคอเบาๆเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ริมฝีปากต้องขยับจนทำให้เกิดความรู้สึกประหลาดนั่นอีก

เมื่อตื่นเต็มตาแล้วก็รู้ว่าตอนนี้ตัวเองกำลังนอนอยู่บนโซฟาโดยมีมิกะนอนทับอยู่บนตัวเนื่องจากพื้นที่แคบทำให้อีกฝ่ายไม่สามารถมานอนข้างๆได้ ออร์ก้าเดาว่าหลังเขาเผลอหลับไปมิกะคงจะเข้ามาตามแต่ไม่อยากปลุกเลยพามานอนที่นี่แทนการพากลับห้อง

“ฉันไม่เห็นออร์ก้ากลับมานอน รู้สึกไม่ดีเลยมาหาที่นี่” มิกะขยับตัวถอยห่างเล็กน้อยพลางพูดด้วยท่าทางหงอยๆทำให้ออร์ก้าหลุดยิ้มยกมือลูบหัวอีกฝ่ายเบาๆ

“งั้นกลับไปนอนที่ห้องกับพวกอากิฮิโระกันเถอะ”

“ไม่เอา”

คนด้านบนปฏิเสธเสียงแข็งก่อนทาบริมฝีปากลงมา ออร์ก้าอ้าปากจะร้องห้ามแต่มิกะกลับฉวยโอกาสแทรกปลายลิ้นเข้ามารุกราน สัมผัสหยุ่นร้อนและการดูดดึงสร้างความรู้สึกแปลกประหลาดจนเผลอขยุ้มกลุ่มผมสีเข้มของมิกะ

ออร์การู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะจมน้ำ สติคล้ายหลุดลอยหายใจไม่ออก สัมผัสหนึ่งเดียวที่ทำให้รู้ว่ามีชีวิตอยู่คือสัมผัสเดียวที่มาจากอีกฝ่าย

“นะ..นาย…อื้อ!”

มิกะผละออกให้เขาหอบโกยเอาอากาศเข้าปอดชั่วครู่ก่อนจะจูบปิดปากที่กำลังประท้วงต่อพลางเลื่อนมือข้างที่ยังใช้การได้ไปกุมมืออีกข้างที่ว่างของเขา สอดนิ้วประสานกอบกุมแน่นราวกำลังให้คำสัตย์สัญญา…

คืนนั้นออร์ก้าจำไม่ได้ว่าถูกช่วงชิงลมหายใจไปกี่ครั้ง แถมทุกครั้งที่ถูกจูบก็ยิ่งรู้สึกว่ามิกะทำสติเขาเตลิดมากขึ้นเรื่อยๆ จูบสุดท้ายก่อนที่จะถูกปล่อยให้หลับอย่างสงบนั่นช่างชำนาญต่างจากครั้งแรก…

เหมือนกับร่างกายเต็มไปด้วยอารมณ์ร้อนวูบวาบไปทั้งตัว

แว๊บหนึ่งในตอนนั้นออร์ก้ารู้สึกชักเริ่มเสียใจที่มิกะเลือกเขาเป็นที่พัฒนาหลักสูตรสู่ความเป็นหนุ่ม ช่างเป็นการทรมานร่างกายตัวเองยังไงชอบกล แต่ในฐานะคนที่เลี้ยงดูมิกะมา เขาก็ต้องทำตามคำบอกของป๋าให้ได้….ใช่ไหม?

หลังจากนั้น ถึงจะทำงานจนดึกดื่นแค่ไหนออร์ก้าจะกลับไปนอนที่ห้องพักตลอดและพบว่ามิกะจะนั่งรออยู่บนเตียงเขาเสมอ แม้จะบ่นไปหลายรอบแต่มิกะกลับพูดเรียบๆว่าเดี๋ยวออร์ก้าไม่นอน เพื่อไม่ให้มิกะนอนดึกออร์ก้าเลยต้องรีบกลับห้องมานอนไวขึ้น

นอกจากนั่งรอเขาแล้ว อีกฝ่ายยังย้ายจากเตียงชั้นบนมานอนซุกกับเขาบนเตียงชั้นล่างด้วยกัน แม้จะทำให้นึกถึงสมัยเด็กๆแต่ออร์ก้าก็ต้องพูดเตือนอยู่ดี คราวนี้เจ้าตัวไม่พูดอะไรแค่ยิ้มบางๆมุมปากแล้วซุกตัวกอดเอวเขาแน่นแล้วหลับไป

ตื่นเช้ามาวันแรกหลังมิกะมานอนด้วย ปฏิกิริยาของเพื่อนร่วมห้องทำขาหน้าแดงก่ำ ยูจีนหัวเราะลั่นพลางตบบ่าเขาพลั่กๆพูดว่านายเองสินะคนๆนั้นของมิคาซึกิน่ะ ส่วนชิโนะพูดยิ้มๆว่ามีอะไรมาปรึกษาได้นะ อากิฮิโระกลับผิดปรกติกว่าเพื่อนคือยืนมองเขาสลับกับมิกะแล้วผลุนผันออกจากห้องและเขาก็ไม่เห็นอีกฝ่ายทั้งวันทั้งๆที่อยู่บนยานลำเดียวกัน

ส่วนอีกเตียงว่างอยู่นั่นเป็นของบิสกิต… บ่อยครั้งที่ออร์ก้าคิดถึงบิสกิตและทุกครั้งมิกะจะมาจับมือเขาเงียบๆจนหลังๆเขาเรียนรู้ที่จะเก็บอาการเอาไว้

หลังจากมิกะมานอนด้วยทุกคืน ออร์ก้าก็เริ่มชินกับการที่มีอีกฝ่ายซุกตัวอยู่ในผ้าห่มผืนเดียวกัน ตอนเด็กๆก่อนเข้า CGS พวกเขาก็นอนกอดกันหลบอากาศหนาวเย็นบ่อยๆเพราะงั้นเรื่องนี้สำหรับออร์ก้าเป็นเรื่องสบายๆมาก

แต่ประโยคที่มิกะพูดว่า ออร์ก้าไม่ระวังตัวเองเลยนะ ในเช้าวันหนึ่งแลดูแปลกๆชอบกล อยู่ในห้องพักตัวเองแล้วมีอะไรให้ต้องระวัง?

ไม่นานหลังจากนั้นจู่ๆมิกะก็บอกว่ารักทั้งๆที่ไม่เคยพูดมาก่อน ออร์ก้ายอมรับกว่าตอนได้ยินเขาเขินจนไม่กล้ามองมิกะและหลบหน้าหลบตาอีกฝ่ายไปสองสามวัน

ตอนนั้นเขากำลังนั่งมองบาร์บาทอสอยู่คนเดียวในห้องซ่อมบำรุงโมบิลสูท แผลแต่ละแผลบนร่างของหุ่นจากยุคสงครามมหาวิบัติทำให้นึกตรึกตรองเรื่องราวที่ผ่านมา หลายครั้งที่ออร์ก้ามานั่งมองบาร์บาทอสเพราะมันคือจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมด บาร์บาทอสที่มีมิกะเป็นนักบินเป็นสิ่งที่จุดประกายความกล้าให้เขาก่อกบฏยึดCGSจากคนบัดซบพวกนั้นแล้วเปลี่ยนเป็นเท็กกะดันเพื่อพวกพ้องทุกคน

และเมื่อผ่านการสู้รบหลายต่อหลายครั้งทุกรอยแผลบนตัวของหุ่นก็ทำให้ออร์ก้ามีสติยั้งคิดตริตรองนึกถึงผลได้ผลเสีย ความเสี่ยง รวมถึงโอกาสที่จะสำเร็จในการตัดสินใจจะทำอะไร

เพราะหากพลาด เขาอาจเสียมิกะ…

เมื่อคิดถึงตรงจุดนี้หัวใจก็เจ็บปวดจนต้องกำมือแน่น

เสียงฝีเท้าดังเข้ามาใกล้หยุดอารมณ์ความคิดทำให้ออร์ก้าหันไปมอง เมื่อเห็นว่าเป็นใครเขาก็เอ่ยปากทักยิ้มๆ “มิกะเองเหรอ?”

“อืม”

มิกะทรุดตัวลงนั่งข้างๆเมื่อเห็นมือที่แน่นอีกฝ่ายก็เลื่อนมือมาทาบทับจนออร์ก้าคลายหมัดออก เขาขยับยิ้มปล่อยให้นิ้วทั้งสิบสอดประสานกัน

หัวใจพลันสงบลงโดยไม่ต้องมีคำพูดใดๆ

“ออร์ก้า ฉันมีเรื่องจะบอก” หลังนั่งด้วยกันไปสักพักมิกะก็พูดขึ้นเรียกให้เขาหันไปมอง รอยยิ้มน้อยๆตรงมุมปากประกอบกับดวงตาสีฟ้าครามที่แลดูวิบวับเปล่งประกายนั่นช่างสวยงามจนยากจะละสายตา

ลมหายใจพลันติดขัดเมื่อคนตัวเล็กกว่ายกมือเขาขึ้นแล้วพรมจูบช้าๆ ริมฝีปากอุ่นร้อนเน้นหนักลงบนผิวราวกับกำลังส่งผ่านความร้อนผะผ่าวจากหลังมือลามไปทั่วทั้งตัว

เมื่อมิกะเงยหน้าขึ้น รอยยิ้มกว้างเปี่ยมด้วยความสุขนั่นก็สะกดเขาให้นั่งนิ่งเมื่อถูกลมหายใจอุ่นๆเป่ารดใบหูเมื่อคนข้างๆโน้มตัวมาหาแล้วกระซิบบอก

“ฉันรักออร์ก้านะ”

อีกฝ่ายจูบเบาๆตรงขมับแล้วทิ้งตัวนอนหนุนตัก ในขณะที่เขานั่งหน้าแดงฉ่า

ถะ..ถึงจะเป็นขั้นตอนซ้อมบอกรักของหลักสูตรวัยหนุ่มก็เถอะ แต่นี่มันอันตรายไปแล้ว

ออร์ก้ายกมือข้างที่ไม่ถูกมิกะกุมไว้ลูบหน้าอกตรงตำแหน่งหัวใจไปมาหวังให้มันเลิกเต้นรัวจนคนที่กำลังนอนหลับตารู้สึกถึงจังหวะของมัน

อันตรายจริงๆ

 

ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!

“ออร์ก้าตื่นอยู่หรือเปล่า?”

เสียงเคาะประตูดังขึ้นพร้อมกับเสียงคุ้นเคยของมิกะทำให้ออร์หลุดจากการนึกถึงเรื่องราวที่ผ่านมา เขาสูดหายใจลึกกลบเกลื่อนความรู้สึกแปลกประหลาดที่เกิดขึ้นก่อนตะโกนออกไปว่าให้เข้ามาได้เลยประตูไม่ได้ล็อก

มิกะเดินมาแล้วนั่งลงบนขอบเตียงเงียบๆ ส่วนออร์ก้าก็ยังคงนอนจ้องเพดานเหมือนเดิม

“เหนื่อยรึเปล่า?” หลังเงียบไปนานจู่ๆมิกะก็โน้มตัวเข้ามาหา ท้าวแขนข้างซ้ายที่ยังใช้การได้กับที่นอนบริเวณข้างศีรษะเขา เป็นระดับเดียวที่ทำให้ใบหน้าพวกเขาอยู่ตรงกันพอดี ออร์ก้าส่ายหัวเชิงตอบแล้วมองคนที่อยู่ด้านบน

มือที่วางบนเตียงเอื้อมยกขึ้นค่อยๆแตะบนคิ้วเหนือดวงตาข้างขวาของมิกะแผ่วเบา ดวงตาข้างนี้ไม่สามารถมองเห็นได้อีกแล้วหากไม่ขึ้นขับบาร์บาทอส แขนข้างขวาของมิกะก็เหมือนกัน

“เจ็บหรือเปล่า?”

…นายเสียใจกับการตัดสินใจของฉันไหม?

คำถามที่อยากถามดังก้องอยู่ในใจแต่ออร์ก้ากลับไม่สามารถพูดมันออกมาได้ ลึกๆแล้วเขากลัวคำตอบ ถ้าหากมิกะเริ่มคิดเหมือนบิสกิตเขาคงไม่สามารถเดินต่อไปได้แน่ๆ ความคิดนั้นพาลให้มือที่แตะบนใบหน้าอีกฝ่ายค่อยๆหล่นลง แต่แล้วมิกะกลับยกแขนที่ท้าวกับเตียงขึ้นกุมมือเขาแล้วเลื่อนไปแนบข้างแก้ม

“ไม่เป็นไร แต่ถ้าออร์ก้าเสียใจกับมันฉันจะเจ็บ”

คำตอบนั่นทำให้เขาหลุดยิ้มและหัวเราะเบาๆ “ใจดีจังนะ”

“อือ ก็ออร์ก้าเป็นคนสำคัญของฉันนี่น่า” พูดจบเจ้าตัวก็เลื่อนมือของเขาไปหยุดที่ตำแหน่งริมฝีปากแล้วค่อยๆไล่ปลายลิ้นโลมเลียฝ่ามือและปลายนิ้วของเขาพลางใช้ดวงตาสีฟ้าครามมองตรงมาอย่างไม่ให้หลบสายตา

ออร์ก้าหน้าแดงก่ำพยายามดึงมือออกแต่กลับถูกกุมไว้แน่น มิกะโน้มตัวลงมาหา สายตาสบประสานกัน ใกล้จนรู้สึกได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อนที่แลกระชั้นชิดกว่าปกติ

“ฉันรักออร์ก้านะ ต้องการออร์ก้าด้วย” มิกะพูดพลางกดริมฝีปากข้างแก้มของเขาแล้วไล่จูบไปทั่ว ตั้งแต่หน้าผาก ขมับ บนปลายจมูก ไม่มีที่ไหนเลยที่ความร้อนนั่นจะไม่เลื่อนผ่านและสร้างความรู้สึกผะผ่าวกระจายไปทั่ว ออร์ก้าพยายามซุกตัวเองเข้ากับฟูกนุ่มๆของเตียงมากขึ้นเพื่อหนีห่าง แต่อีกฝ่ายกลับสะดวกต่อการรุกรานมากขึ้นไปอีก

“ออร์ก้า… ขอได้ไหม?” ดวงตาสีฟ้าครามมองสบเขาอย่างเว้าวอน

“ดะ..เดี๋ยวมิกะ” ออร์ก้าพูดขัดขึ้น ยกมือข้างที่ไม่ได้ถูกกุมไว้ปิดปากคนด้านบนเพื่อไม่ให้ถูกจูบจนคุมสติตัวเองไม่อยู่ “ถึงนายจะเลือกฉันเป็นที่ฝึกหลักสูตรสู่วัยหนุ่มของนายก่อนจะไปหาแอททร้าก็เถอะ ตะ..แต่ว่าเรื่องนี้ ฉะ..ฉันเป็นผู้ชายฉันฝึกให้นายไม่ได้หรอกนะ”

ทำไมพูดไปแล้วทำไมถึงรู้สึกปวดร้าวจนหายใจไม่ออก เขาสูดหายใจลึกเผลอหลบสายตาก่อนจะพูดต่อ “เพราะงั้น…นายไปหาแอททร้าเถอะ”

ให้ตายเถอะ ทำไมรู้สึกแย่แบบนี้

“ฝึกหลักสูตรสู่วัยหนุ่ม?? แอททร้า??” มิกะเอียงคออย่างสงสัย เมื่อเห็นคนด้านล่างยังคงหลุบตามองต่ำก็เริ่มครุ่นคิดการกระทำของอีกฝ่ายช่วงที่ผ่านมาทั้งหมด ทั้งการพยายามให้เขาอยู่สองต่อสองกับแอททร้า ทั้งการยอมให้เขารุกเข้าหาโดยไม่ถามอะไรสักคำทั้งๆที่บางครั้งก็ทำหน้างงๆ

นี่คงไม่ได้คิดว่า…

“อุ๊บ! ฮะๆๆๆ” มิกะหลุดหัวเราะเรียกให้ออร์ก้ารีบเงยหน้ามอง เพราะมีไม่กี่ครั้งเท่านั้นที่มิกะจะหัวเราะออกมา แต่แล้วหัวหน้าของเท็กกะดันก็ต้องขมวดคิ้วเมื่อมิกะเลื่อนหน้ากับมาชิดจนระห่างริมฝีปากทั้งสองมีเพียงมือของเขาเท่านั้นที่กั้น

“ออร์ก้าเข้าใจรึเปล่า ที่ฉันบอกว่าต้องการออร์ก้าหมายความว่ายังไง?”

สัมผัสที่ขยับเขยื้อนบนฝ่ามือยามมิกะพูดทำให้ออร์ก้าหน้าแดงแถมคำตอบที่ต้องตอบก็ยังน่าอายจนเขาตอบอึกๆอักๆ “กะ..ก็เรื่องที่ผู้หญิงกับผู้ชายต้องทำกันถึงจะเป็นผู้ใหญ่”

คนด้านบนขมวดคิ้วน้อยๆเมื่อได้ฟัง

“จำวันที่ฉันจูบออร์ก้าครั้งแรกได้ไหม” มิกะถาม เมื่อคนด้านล่างพยักหน้าถึงพูดต่อ

“ยูจีนบอกว่าเมื่อทำตามขั้นตอนในหนังสือเล่มนั้นจบก็จะได้เป็นผู้ใหญ่ ที่จริงไม่ต้องทำกับคนรักก็ได้ แต่ทำกับคนรักถึงจะประสบผลสำเร็จที่สุด แต่ฉันไม่เข้าใจว่าคนรักคืออะไร ยูจีนเลยบอกว่าคนที่ฉันคิดถึงเป็นคนแรกเมื่อเห็นภาพในหนังสือนั่น” ดวงตาสีฟ้าครามฉายแววจริงจังจนยากละสายตา “ฉันเลยมาหาออร์ก้า”

“พอได้จูบออร์ก้า ฉันก็รู้ว่าคนรักของฉันคือใคร ออร์ก้าคือคนสำคัญที่สุดของฉัน ออร์ก้าสำคัญกว่าทุกๆคน อยู่กับออร์ก้าแล้วรู้สึกดีที่สุด มีคนบอกว่าออร์ก้ากับฉันเหมือนพี่น้อง แต่ฉันไม่รู้ว่าพี่น้องคืออะไร แล้วยูจีนบอกถ้าจูบแล้วรู้สึกดีด้วยคือคนรัก ถ้าอย่างนั้นออร์ก้าเป็นคนรักของฉันใช่ไหม?”

เมื่อเห็นคนด้านล่างยังคงเงียบแต่ใบหน้าฉายแววสับสบ มิกะเลยรุกถามต่อ “ตอบสิออร์ก้า ความคิดฉันถูกใช่ไหม?”

“ฉันไม่รู้” ออร์ก้าส่ายหน้า เขาไม่เคยสรุปความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาทั้งคู่ได้ มิกะกับเขาอยู่ด้วยกันมานาน…และที่แน่ชัดคือมิกะเป็นคนสำคัญสำหรับเขามาก

เพื่อน? พี่น้อง? ครอบครัว? ไม่… มิกะสำคัญยิ่งกว่านั้นอีก

มิคาซึกิขยับยิ้มมุมปาก “งั้นเรามาเรียนรู้ไปพร้อมๆกันเถอะ ชิโนะบอกว่าไม่เป็นไรถ้าจะทำมันกับออร์ก้า”

พูดจบเจ้าตัวก็เลื่อนริมฝีปากจากฝ่ามือไล่ลงไปยังต้นคอ ฝังเขี้ยวลงบนผิวสีเข้มจนเป็นรอยฟันพร้อมดูดเม้มจนขึ้นรอยแดง ละมือที่ประสานกันแล้วถอดเสื้อออร์ก้าออกช้าๆไล่สัมผัสบนกล้ามเนื้อสวยได้รูปของคนด้านล่าง ออร์ก้าสะท้านเฮือกเมื่อริมฝีปากร้อนไล่ลงต่ำ ผ่านแผ่นอก ร่องกล้ามท้องจนลงมาหยุดอย่างหมิ่นเหม่ ทุกบริเวณที่พาดผ่านล้วนมีรอยกัดตีตรา

“อือ… มิกะ” เสียงครวญครางหลุดออกจากลำคอเมื่อมือข้างนั้นเริ่มซุกซนเข้าไปยังจุดอ่อนไหว

มิกะเงยหน้าขึ้นสบดวงตาสีทองที่ฉ่ำปรอยแล้วขยับยิ้ม

“บอกสิออร์ก้า จะให้ฉันทำอะไรต่อ?”

 

 

Advertisements

2 thoughts on “Gundam Iron-blooded Orphans : : เมื่อมิกะอยากจะเป็นผู้ใหญ่ [Mikazuki x Orga]

  1. ภาษาไหลลื่นมากเลยค่ะ ออร์ก้าก็น่ารักเหลือเกิน ส่วนมิกะก็คือมิกะนั่นแหละนะ ฮาาา ไม่นึกว่าจะมีคนเขียนฟิคเรื่องนี้คู่นี้ด้วย ดีใจมากเลยค่ะ! ขอติดตามต่อไปนะคะ//_\\

    Like

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s