Gundam Iron-blooded Orphans : : Sora [Mikazuki x Orga]

Fan Fiction:      Mobile Suit Gundam: Iron-Blooded Orphans

Pairing:            มิคาซึกิ ออกัส x ออร์ก้า อิซึกะ

Note:                Timeline  รอยต่อระหว่าง SS.I กับ SS.II

ท่ามกลางชายหาดยามค่ำคืน ร่างสองร่างต่างส่วนสูงยืนเคียงกันเงยหน้าดูท้องฟ้าที่ประดับประดาด้วยหมู่ดาว จันทร์เสี้ยวที่มองเห็นได้แค่บนโลกดูงดงามแปลกตาจนได้แต่จ้องมองโดยไร้คำพูด ดังนั้นนอกจากเสียงน้ำทะเลซัดหาดทรายเป็นจังหวะตามคลื่นลมแล้วก็ไม่มีเสียงอื่นใดอีก

ท้องฟ้าที่มีพระจันทร์ของโลกแตกต่างจากท้องฟ้าที่เคยเห็นตอนอยู่บนดาวอังคารอยู่มากโข เสียงคลื่นดังเป็นจังหวะราวขับกล่อมกับภาพบนฟากฟ้าพาให้พวกเขาทั้งคู่จมลึกอยู่ในห้วงความคิดของตัวเองจนเวลาล่วงเลยผ่านไปช้าๆ

ตอนนี้เท็กกะดันกำลังอยู่บนโลกในเกาะส่วนตัวของมาคาไนเพื่อเตรียมตัวที่จะเปิดเท็กกะดันสาขาโลกในอีกสามวันข้างหน้า เนื่องจากต้องใช้เวลาในการเลือกสมาชิกที่จะประจำที่โลกดังนั้นมาคาไนเลยมอบเกาะส่วนตัวของตัวเองให้พวกเขาใช้พักชั่วคราว

ยิ่งตกดึกอากาศยิ่งเย็น ลมหนาวพัดผ่านวูบต้องผิวกายให้หนาวสั่นดึงให้หลุดจากภวังค์ ออร์ก้ากระชับเสื้อคลุมแน่นขึ้นก่อนหันไปมองมิคาซึกิที่ยืนอยู่ทางด้านซ้ายของเขา แต่อีกฝ่ายยังคงมองพระจันทร์เงียบๆเหมือนเดิม มุมปากออร์ก้ากระตุกยิ้มอย่างอ่อนใจ ไวเท่าความคิดมือเขาก็ปลดผ้าพันคอสีแดงออกจากตัวแล้วนำไปคลุมกันลมให้ร่างเล็กพลางพูดเปรยเบาๆ

“พระจันทร์สวยดี”

“อืม”

คนข้างตัวตอบรับทั้งๆที่ยังไม่ละสายตาจากท้องฟ้า สบโอกาสให้หัวหน้าของเท็กกะดันลอบมองอีกฝ่าย มิกะที่กำลังจ้องมองดวงจันทร์อย่างสนอกสนใจช่างยากจะละสายตา นัยน์ตาสีฟ้าครามเป็นประกายราวกับสะท้อนแสงของดวงดาว ถึงแม้ใบหน้าจะไม่มีรอยยิ้มประดับแต่ออร์ก้าก็รับรู้ถึงความสุขที่แผ่ออกมาจากเจ้าตัว

ท่าทางจะชอบท้องฟาที่มองจากโลกน่าดู

เขาหลุดยิ้มอย่างห้ามไม่อยู่ แต่แล้วสายตาก็เลื่อนต่ำลงมองแขนขวาของมิคาซึกิที่มีผ้าพันและดึงคล้องคอเอาไว้ ภายในอกออร์ก้าพลันปวดแปล๊บ ความรู้สึกตีตื้นจุกลำคอจนต้องกลืนน้ำลายหนักๆเพื่อกลั้นไม่ให้มันเอ่อล้น

“มิกะ อยากอยู่ที่โลกไหม?”

คำถามหลุดออกจากปากโดยไม่ทันคิด รู้ตัวอีกทีใบหน้าของมิคาซึกิก็หันมาจ้องเขาเขม็ง ออร์ก้าเสหน้าหลบดวงตาสีฟ้าครามก้มมองเท้าเปลือยเปล่าเปื้อนทรายของตัวเองพลางพูดอธิบายเสียงเบา

“สาขาโลกยังขาดคนขับโมบิลสูท ถ้านายอยู่ที่นี่จะได้ช่วยพวกนั้นด้วย”

หลังพูดจบออร์ก้าก็รู้สึกตัวทันทีว่าช่างเป็นเหตุผลที่ห่วยแตกมาก มิกะยังคงจ้องมองมานิ่งๆจนเขาต้องเตะทรายเล่นเพื่อลดอาการลุกลิกและซ่อนเหตุผลที่แท้จริงเอาไว้ให้มิด

ที่จริงสิ่งที่ออร์ก้าพูดไปก็ถูกอยู่ครึ่งหนึ่ง หลังจากแยกสมาชิกเท็กกะดันที่จะประจำที่สาขาโลกแล้ว ปัญหาเรื่องขาดแคลนบุคคลที่สามารถขับโมบิลสูทได้ก็ปรากฏมาให้เห็นทันที หากเทียบกันแล้ว สาขาหลักบนดาวอังคารนั้นต้องการนักบินมากกว่า สาขาโลกยังสามารถร่วมกับกองกำลังของอาบราว แต่สาขาหลักนั้นยังคงอยู่ในขั้นเสี่ยงถือว่าหัวเดียวกระเทียมลีบโดยแท้ แม้เท็กกะดันจะเริ่มมีชื่อเสียงแต่พวกเขาก็พึ่งบุกเบิกเส้นทางบนดาวอังคารเท่านั้น

บนโลกยังมีกองกำลังของอาบราวค่อยสนับสนุน แต่บนดาวอังคารนั้นมีแต่ศัตรู

ถ้ามิกะอยู่โลกจะปลอดภัยมากกว่า…

ดวงตาสีทองหลุบตาลงต่ำ นัยน์ตาฉายชัดถึงความเจ็บปวด

การต่อสู้ในครั้งนี้ ทำให้มิกะใช้งานแขนขวากับดวงตาข้างขวาไม่ได้ถ้าไม่ได้เชื่อมต่อระบบอารายะชิกิ แค่เห็นอีกฝ่ายบาดเจ็บหัวใจของเขาก็ปวดร้าวแทบทนไม่ไหว

ไม่อยากจะสูญเสียหรือทำให้คนสำคัญต้องบาดเจ็บอีก โดยเฉพาะหากเสียไปเพราะทำตามคำสั่งของเขา…

ออร์ก้าเม้มปากแน่น ขณะที่มิคาซึกิก็ยังคงไม่ปริปากพูดเพียงแค่เลื่อนสายตามองมือของคนสูงกว่าที่กำหมัดจนเลือดไหลซิบ นักบินของบาร์บาทอสหลุบตามองแขนข้างขวาที่ขยับไม่ได้ด้วยผ้าคล้องคอของตนก่อนจะหรี่ตาเล็กน้อยอย่างครุ่นคิดแล้วใช้มือซ้ายล้วงเข้าไปในผ้าพันแขนเพื่อหยิบอะไรบางอย่างออกมา

จากนั้นก็ปล่อยของนั้นให้หล่นลงพื้น

ออร์ก้าหันควับย่อตัวลงคว้าได้ทันตามสัญชาตญาณ หัวหน้าของเท็กกะดันเลิกคิ้วเล็กน้อยทั้งๆที่ยังไม่ยืนขึ้นเมื่อพบว่าของในมือคือแท่งเรชั่น(อาหารที่ใช้เป็นเสบียง) แต่ก่อนที่เขาจะได้ทันขยับตัวมิคาซึกิก็ใช้แขนที่ไม่ได้รับบาดเจ็บโอบรั้งคอเอาไว้ไม่ให้ลุก

ริมฝีปากอีกฝ่ายอยู่แนบชิดใบหูออร์ก้าขณะที่พูดอย่างเจือความแข็งกร้าวอยู่สามส่วน

“ที่อยู่ของฉันคือข้างๆออร์ก้า” มิคาซึกิหลับตาแน่นก่อนพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่แทบปิดบังน้ำเสียงวิงวอนและเจ็บปวดลึกล้ำไม่อยู่ “ฉันจะทำตามทุกอย่างที่ออร์ก้าต้องการ เป็นมือ เป็นแขน เป็นขา เป็นอาวุธของออร์ก้า เพราะงั้น…”

ท่อนแขนที่ใช้โอบรอบคอกระชับแน่นขึ้นขณะที่เสียงแผ่วลงชวนให้ใจหาย

“เพราะงั้น อย่าให้ฉันไปจากออร์ก้านะ”

“ไม่ใช่นะ” ออร์ก้ารีบยกแขนทั้งสองข้างโอบกอดคนตรงหน้าแน่นพลางพูดอย่างร้อนรน “มิกะ ฉันไม่ได้หมายความอย่างนั้น”

ร่างสูงดันตัวอีกฝ่ายออกแล้วมองคนตรงหน้า บาดแผลของมิกะทำให้ดวงตาสีทองไหววูบ “ฉันแค่ไม่อยากเห็นนายเจ็บตัวอีก”

ออร์ก้าใช้มือไล้ดวงตาข้างขวาไร้ประกายของมิคาซึกิที่มองสบมา อีกฝ่ายยกมือข้างซ้ายขึ้นทาบทับบนมือเขาก่อนจะดึงมาจูบกลางฝ่ามือ

“ออร์ก้าไม่ต้องห่วงฉัน แค่พาพวกเรามุ่งไปยังสถานที่ที่ออร์ก้าบอกก็พอ” ดวงตาที่เหลือเพียงข้างเดียวส่อแววเข้มขึ้นมองสบนัยน์ตาสีทองอย่างแน่วแน่ “ไปให้สูงกว่านี้ สถานที่ที่ดีกว่านี้ ฉันรู้ว่าออร์ก้าไม่อยากอยู่บนโลก ที่ๆไม่มีออร์ก้าอยู่ก็ไม่ใช่ที่ๆฉันอยู่”

“มิกะ…”

“เพราะงั้นอย่าได้บอกให้ฉันไปจากออร์ก้าอีก ห้ามแม้แต่จะคิด ต่อให้ต้องเสียอะไรมากกว่านี้ฉันก็จะอยู่ข้างๆออร์ก้า เพราะนั่นคือที่อยู่ของฉัน”

ดวงตาสีฟ้าครามที่มองตรงมาฉายชัดถึงความมุ่งมั่น

ออร์ก้าเบิกตากว้างอย่างตะลึง ราวกับว่าความหนักอึ้งในใจถูกปัดเป่าให้หายไป มุมปากพลันผุดยิ้มจางๆ “อืม ขอโทษนะ”

“ไม่เป็นไร” มิคาซึกิคลี่ยิ้ม ก่อนจะบอกให้คนข้างๆดูพระจันทร์กับดาวบนท้องฟ้าต่อ

หลังออร์ก้าหันไปสนใจท้องฟ้า มิคาซึกิก็ลอบมองร่างสูงเงียบๆ ใบหน้าของอีกฝ่ายไม่มีรอยย่นที่หัวคิ้วแล้ว ดวงตาสีทองสะท้อนแสงจากพระจันทร์เสี้ยวเป็นประกาย มุมปากประดับรอยยิ้ม

ภาพนั้นทำให้เขามีความสุข

จะท้องฟ้าที่มองจากโลกหรือท้องฟ้าที่มองจากดาวอังคาร หรือกระทั่งทิวทัศน์ที่มองจากยานในอวกาศ ขอแค่ได้มองมันข้างๆออร์ก้า เขาก็ไม่ต้องการอะไรอีก

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s