Fate Zero : : ใต้ฟ้าที่เป็นสีจาง [ Rider x Waver ]

Fan Fiction:      Fate Zero

Pairing:            ไรเดอร์[อเล็กซานเดอร์] x เวเวอร์

 

เวเวอร์หยิบหนังสือเล่มหนาเตอะออกจากชั้นหนังสือ ริมฝีปากบางขยับยิ้มพลางเดินไปนั่งบนเก้าอี้ตรงริมหน้าต่างที่เปิดกระจกกว้างปล่อยให้แสงแดดอ่อนๆจากด้านนอกเข้ามาให้ความอบอุ่นและให้แสงสีทองร่ำไรจากดวงอาทิตย์ยามเช้าตรู่ สายลมพัดผ่านเข้ามาในห้องไล้เรือนผมยาวสีเขียวเข้มให้พลิ้วไหว บ่งบอกว่าในตอนนี้เขาไม่ใช่เด็กหนุ่มเวเวอร์เหมือนในวันวาน แต่เป็นลอร์ดเอลเมลลอยที่สอง

กาลเวลาได้ผ่านมาเนิ่นนานหลายปีมากแล้ว นับตั้งแต่สงครามจอกศักดิ์สิทธิ์คราวนั้น…

มือเรียวพลิกเปิดหน้าหนังสือเล่มหนาความด้วยเศร้าโศกโหยหาที่อัดแน่นอยู่เต็มอก หนังสือเล่มนี้ไม่ใช่ตำราเวทย์ ไม่ใช่บันทึกมนตรา ไม่มีความสำคัญอะไร เป็นเพียงแค่บันทึกอัตชีวประวัติของบุคคลหนึ่งเท่านั้น

แค่เท่านั้นเอง…

หากในยามที่เปิดอ่าน ยามที่ปลายนิ้วลูบไล้สัมผัสชื่อใครบางคนบนหน้ากระดาษ ยามนั้นราวกับหนังสือเล่มนี้ได้ปลดผนึกพาเขาเข้าไปในความทรงจำที่ราวกับภาพฝันอันไกลโพ้น

แม้จะแสนเศร้า แต่ก็ยังแฝงด้วยความสุข

ถ้าเวเวอร์สามารถย้อนอดีตกลับไปได้อีกครั้ง เขาก็เลือกที่จะขโมยโบราณวัตถุสำหรับอัญเชิญกษัตริย์ผู้พิชิตจากเคย์เนสและเข้าร่วมสงครามจอกศักดิ์สิทธิ์อีก เพื่อจะได้เจอเขาคนนั้น เพื่อพบไรเดอร์ เพื่อมอบชีวิตให้กับราชาเพียงหนึ่งเดียวของเขา เพื่อเอ่ยสัตย์สาบานว่าจะมอบชีวิตให้

หนังสือบนโต๊ะถูกพลิกเอื่อยๆจนกระทั่งหยุดลงในหน้าที่มีเพียงภาพวาดหน้าผาสูงชันริมทะเลสีครามกว้างไกลสุดลูกหูลูกตา

ภาพจินตนาการของโอเชียนัสที่อเล็กซานเดอร์ปรารถนาจะได้เห็น

ดวงตาสีเขียวเข้มหลุบลงต่ำก่อนปิดลงช้าๆ ความฝันเลือนรางที่ฝันเมื่อคืนผุดขึ้นมาในหัว แม้ฝันนั้นจะเลือนรางแค่ไหน แต่ความรู้สึกยามพบกับไรเดอร์อีกครั้งในคววามฝันนั้น แม้ตื่นแล้วยังแจ่มชัดในความรู้สึก

มุมปากชายหนุ่มขยับยิ้มบางเบาขณะปล่อยตัวเองให้จมสู่ห้วงความรู้สึก

ในความฝัน เขายืนอยู่ริมหน้าผาสูงชัน ด้านล่างคือหาดทรายขาวที่มีคลื่นทะเลซัดสาดเข้าฝั่งเป็นระลอกๆ ไอแดดจากดวงอาทิตย์บนท้องฟ้าร้อนแรงเสียจนรู้สึกแสบผิว กลิ่นไอทะเลก็เหมือนจริง จนเขาอดคิดไม่ได้ว่าตัวเองเผลอหลุดเข้ามาในมิติเวทย์ของใครหรือเปล่า

กระทั่งเห็นใครบางคนเดินตรงมาภายใต้ท้องฟ้าสีจาง

ไรเดอร์ที่กำลังยิ้มร่า

อ่า… นี่คงเป็นความฝันสินะ

เวเวอร์กลอกตามองท้องฟ้าสีจางซีดด้านบน แดดแรงขนาดนี้แต่สีท้องฟ้ายังซีดจาง คิดยังไงๆก็เป็นความฝันชัดๆ นักเวทย์หนุ่มถอนหายใจเบาๆขณะที่ร่างใหญ่ยักษ์ของไรเดอร์เดินมาถึงตัวเขาพอดี

“ไงเจ้าหนู โตขึ้นมากแล้วนิ”

อีกฝ่ายทักเสียงดังลั่นอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว ดวงตาคมกริบเป็นประกายดั่งเปลวเพลิงที่มองตรงมาทำให้ใจเวเวอร์ไหวสะท้าน ความรู้สึกตีกันยุ่งเหยิงจนไม่รู้จะจัดการกับความรู้สึกไหนก่อนดี

ทั้งดีใจ ทั้งโหยหา กังวล อยากวิ่งเข้าไปหาร่างนั้น หรือปลุกตัวเองให้ตื่นจากความฝันเพื่อจะได้ไม่เจ็บปวดกับการพบเจอที่ไม่เป็นความจริง

จนร่างใต้ชุดคลุมสีแดงเพลิงนั้นเข้ามาใกล้จนเงาทาบทับบนร่างเขา เวเวอร์ก็รับรู้ถึงความจริงบางอย่าง

นี่ผ่านมาตั้งหลายปีแล้ว แถมเขาก็โตขึ้นมาก แต่ทำไม… ทำไมถึงไม่พ้นเงาร่างนี้สักที!

ตัวตนใหญ่ยักษ์ที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามของไรเดอร์ทำเอาจอมเวทย์หนุ่มเบ้ปากอดที่จะตวาดใส่ด้วยความหงุดหงิดไม่ได้

“นี่เป็นความฝันของฉัน ห้ามมาทำวางกล้ามนะ!”

คนตัวเล็กกว่าทุบแผ่นอกแกร่งรัวราวกับกลับไปเป็นเด็กชายตัวน้อยแสนเอาแต่ใจอีกครั้ง

เป็นแค่ความฝันไม่ใช่ความจริงแท้ๆ ห้ามมามีอิทธิพลต่อความรู้สึกของเขานะ!

มือเรียวทุบรัวๆลงแผ่นอกคนโตกว่าพลางบ่นไม่หยุดทำเอาอีกคนกระพริบตาปริบๆ ก่อนจะดึงสติกลับมาและหัวเราะร่วนอย่างขบขัน

เวเวอร์ยิ่งอารมณ์เสียบ่นหนักเข้าไปอีก

แต่ยิ่งพูดก็เหมือนยิ่งยุ ไรเดอร์หัวเราะก้องรีบจับร่างผอมโปร่งของเขายกหมุนไปหมุนมาทันทีทำอย่างกับว่าเขายังเป็นเด็กชายตัวกระเปี๊ยก เวเวอร์ตาลายมองใบหน้าที่ฉายแววมีความสุขอย่างเห็นได้ชัดของกษัตริย์ผู้พิชิต พอเห็นรอยยิ้มกว้างใต้เคราสีแดงแล้วรู้สึกคันไม้คันมืออยากกระชากยังไงชอบกล

แต่หยาดน้ำที่คลออยู่ในดวงตากลับบดบังจนมองเคราที่อยากกระชากแทบไม่เห็น

ไม่นะ… เขาไม่ได้อยากร้องไห้สักหน่อย

หยาดน้ำตาอุ่นหยดแหมะร่วงเป็นสายใส่ใบหน้าของกษัตริย์ผู้พิชิตพาเอารอยยิ้มกว้างขี้แกล้งเลือนหายเหลือเพียงความเอ็นดู ไรเดอร์อุ้มร่างโปร่งแนบอกด้วยแขนเพียงข้างเดียวพลางยื่นมืออีกข้างเช็ดน้ำตาที่ไหลรินบนดวงหน้าจอมเวทย์หนุ่มอย่างอ่อนโยน

“โตป่านนี้แล้วยังขี้แยอีกรึเจ้าหนู” เสียงทุ่มเอ่ยกระเซ้าแหย่คนในอ้อมแขนอย่างนุ่มหูพยายามเบนความสนใจเรียกให้เวเวอร์หันมาค้อนขวับใส่ จอมเวทย์หนุ่มพยายามสูดหายใจกลั้นเสียงสะอื้นพลางซบหน้าลงกับบ่าแกร่ง ฝ่ามือกำเสื้อคลุมของไรเดอร์แน่น

“ฉัน…ฉันคิดถึงนาย” เวเวอร์กระซิบเสียงอู้อี้ขาดห้วง ขณะที่อีกฝ่ายลูบผมเขาเบาๆ

กลิ่นไออุ่นจากร่างที่กำลังโอบกอดตนอยู่ทำให้จิตใจที่ปั่นป่วนด้วยคลื่นความรู้สึกสงบ เวเวอร์รู้ดีว่านี่เป็นเพียงแค่ความฝัน เป็นเพียงแค่การพบเจอที่ไม่เป็นจริง เมื่อลืมตาตื่นในยามเช้า ความจริงที่ว่าไรเดอร์ไม่มีตัวตนอยู่เคียงข้างก็จะกลับมากระแทกหน้าเขาอีกครั้ง

แต่คิดถึงเหลือเกิน ดีใจเหลือเกิน

แม้จะเป็นความฝัน แต่การได้พบไรเดอร์ ได้รู้ว่าอีกฝ่ายยังสบายดี ยังมีรอยยิ้มกว้าง ยังคงเป็นราชาผู้ยิ่งใหญ่เหมือนในวันวานยามเคียงข้างเขา เพียงเท่านี้ก็ดีเกินพอ

ยังจำเวเวอร์ เวลเว็ท คนนี้ได้ ถึงแม้จะเป็นแค่ความฝันก็ไม่เป็นไร

แม้รู้ว่าไม่มีทาง แต่อยากคิดอยากหลอกตัวเองว่านี่คือความจริง เขาได้พบกับไรเดอร์อีกครั้งจริงๆ ได้อยู่ภายใต้อ้อมแขนแกร่งนี้อีกครั้ง ได้ฟังเสียงของไรเดอร์… เสียงที่เขาไม่ได้คิดไปเองคนเดียวยามหลับตานึกถึงเรื่องราวในอดีต

จอมเวทย์หนุ่มผุดยิ้มจางๆ หลับตาซึมซับช่วงเวลานี้ให้มากที่สุด…

“ไปเล่นน้ำกันเถอะ!”

“หะ? เหวอ!!!” เวเวอร์สะดุ้งร้องเสียงหลงอย่างตกใจ เมื่อคนที่กำลังอุ้มตัวเองอยู่กระโจนลงจากหน้าผาในพริบตาถัดมา เสียงหวีดร้องของจอมเวทย์หนุ่มดังลั่นแข่งกับเสียงหัวเราะของไรเดอร์ ชายหนุ่มหลับตาปี๊เกาะคออีกฝ่ายสุดแรง สายลมตีปะทะหน้าจนลืมตาไม่ได้

แม้จะเป็นฝันแต่ความรู้สึกตกจากหน้าผานี่มันช่างสมจริงเกินไปแล้ว!

“ปะ..ปล่อยคอข้า”  ไรเดอร์พูดพลางหัวเราะร่วนพยายามแกะมือเวเวอร์ออกจากคอตนเอง แต่ร่างเล็กไม่ยอมให้ความร่วมมือเลยแม้แต่น้อย อีกฝ่ายยังเกาะเขาแน่นเป็นลูกลิงไม่ยอมปล่อยมือแถมส่ายหัวงุดๆทั้งๆที่ไม่ลืมตาแสดงท่าทางปฏิเสธอย่างเห็นได้ชัด

กษัตริย์ผู้มาจากอดีตเกาหัวแกรกๆ

แล้วนี่จะเล่นน้ำกันยังไง?

ร่างสูงถอนหายใจ ก่อนไรเดอร์จะกระชับแขนโอบอุ้มเวเวอร์ให้แน่นขึ้นแล้วเดินลงทะเลไปทั้งๆอย่างนั้น เมื่อน้ำทะเลอยู่ในระดับเอวของเขา เวเวอร์ก็ยอมแกะตัวเองออกมามองดูรอบๆพร้อมทำท่าทางโล่งอกที่ตัวเองยังมีชีวิตอยู่

ดูทำเข้า!

ไรเดอร์หัวเราะเบาๆค่อยๆปล่อยให้เวเวอร์ลงยืนด้วยตัวเอง จากนั้นก่อนที่จอมเวทย์หนุ่มจะตั้งตัวติด มือใหญ่ก็รีบกวักน้ำทะเลสาดใส่จนร่างเล็กเปียกปอนไปทั้งตัวพร้อมกับหัวเราะดังก้องอย่างอารมณ์ดี

“ถ้ายังไม่โจมตีกลับ เจ้าจะแพ้สงครามนี้นะ” คนโตกว่าพูดหยอกล้อพลางสาดน้ำใส่ ทำเอาคนถูกแกล้งตาเขียวปั๊ดหันมาโจมตีกลับทุกวิธีที่ตัวเองจะคิดออก ทั้งดึงชายเสื้อคลุมไรเดอร์ไว้ไม่ให้หลบหนี ทั้งกระโจนเข้าหา แกล้งขัดขา จนในที่สุดร่างของคนโตกว่าก็เปียกปอนไปทั้งตัว

เวเวอร์หัวเราะเสียงใสแข่งกับเสียงของไรเดอร์ ผลัดกันโวยวายผลัดกันวิ่งหนีวิ่งไล่ ภายในท้องฟ้าสีจาง ท้องทะเลไร้ผู้คน มีเพียงพวกเขาสองคนและความสุขที่ลอยอบอวลจนปัดเป่าความรู้สึกกังวล เศร้าเสียใจทั้งหมดที่เคยรู้สึกมา

หากนี้คือความฝัน ก็คงเป็นความฝันที่ไม่อยากตื่นไปชั่วชีวิต

พวกเขาทั้งคู่พากันเล่นน้ำจนกระทั่งอาทิตย์คล้อยต่ำเคลื่อนย้ายตัวเองจากกลางฟ้ามาค่อยๆจรดขอบฟ้า

เวเวอร์มองร่างยักษ์ตรงหน้าด้วยรอยยิ้ม ดวงตาสีเขียวเข้มมีเพียงภาพกษัตริย์ผู้พิชิตที่ยืนยิ้มกว้างท่ามกลางแสงอาทิตย์ยามเย็นและผืนน้ำกว้างใหญ่ ร่างโปร่งขยับเข้าไปหาอีกฝ่ายราวต้องมนต์สะกดทั้งๆที่ยังเหนื่อยหอบจากการเล่นน้ำอย่างไม่รู้สึกตัว

ปลายนิ้วเรียวยกขึ้นแตะแก้มสากแผ่วเบา พร้อมๆกับที่มือหนาวางทาบทับบนมือเขาอีกที กอบกุมมือเขาให้แนบข้างแก้มตัวเองอย่างอาวรณ์

จอมเวทย์หนุ่มช้อนตามองคนสูงกว่า กระซิบถามเสียงละมุนจนตัวเองยังนึกแปลกใจ

“นายสบายดีไหม?”

“อืม”

“มีคนหาเหล้าให้ดื่ม หาหนังสือให้อ่าน หาเกมให้เล่นหรือเปล่า”

ไรเดอร์เลิกคิ้วก่อนถามกลับ “เห็นข้าเป็นเด็กรึไงเจ้าหนู”

“ใช่ นายมันเด็กโข่งจอมวางอำนาจเอาแต่ใจชัดๆเลย” จอมเวทย์หนุ่มรับคำเสียงใส ใบหน้าเชิดขึ้นเรียกเสียงหัวเราะจากไรเดอร์อีกยกใหญ่

พลันรอยยิ้มกว้างขี้เล่นของไรเดอร์แปรเปลี่ยนเป็นอ่อนโยนกษัตริย์จากอดีตโน้มตัวลงมาใกล้ชิดจนรับรู้ถึงลมหายใจร้อนระอุคลอเคลียผิวหน้า

เวเวอร์ก้มหน้างุดแต่อีกฝ่ายกลับจับคางเขาเชยขึ้นให้จ้องมองดวงตาสีเพลิง ความนัยน์ที่ส่งผ่านนัยน์ตาคู่นั้นทำเอาชายหนุ่มหน้าร้อนผ่าว

“ข้าสบายดี ไม่เจ็บไม่ป่วย ไม่มีมาสเตอร์คนอื่นนอกจากเจ้าด้วย”เสียงนุ่มเอ่ยช้าๆราวสลักลึกในใจคนฟัง เวเวอร์หน้าแดงก่ำตอบกลับเสียงตะกุกตะกัก

“มะ..ไม่ได้ถามเรื่องนั้นซะหน่อย”

“แต่ข้าอยากให้เจ้ารู้นี่”

ปลายจมูกกษัตริย์ผู้พิชิตจรดลงบนแก้มนุ่มเรื่อแดงก่อนจะทาบทับริมฝีปากบนเรียวปากได้รูปของจอมเวทย์ผู้กำลังเขินอาย ปลายลิ้นร้อนตวัดกวัดเกี่ยวจนเวเวอร์ต้องตอบรับจุมพิตอย่างเงอะงะ

สัมผัสละมุนหวานพาให้เคลิบเคลิ้มจนรู้สึกเหมือนลอยล่องอยู่บนท้องฟ้า ผีเสื้อนับพันนับหมื่นกระพือปีกในท้อง สมองอื้ออึงด้วยแสงสีขาวโพลนนวลตา เนิ่นนานกว่ารสจูบจะค่อยๆแปรเปลี่ยนเป็นร้อนแรงดูดกลืนจนร่างเวเวอร์แทบทรงตัวไม่อยู่ต้องเกาะแขนแกร่งที่ยืนมาโอบเอวเขาเอาไว้

แสงอาทิตย์ค่อยๆเลื่อนลงต่ำจนลับขอบฟ้าพร้อมๆกับร่างโปร่งในอ้อมแขนของไรเดอร์จางหายไปทีละน้อยจนเหลือเพียงความว่างเปล่า

ดวงตาคมร้อนแรงดั่งเปลวเพลิงมองท้องทะเลไร้ผู้คนตรงหน้าตนเองเงียบๆ ก่อนลดแขนที่ไม่มีร่างของจอมเวทย์หนุ่มลงช้าๆอย่างอาวรณ์

“ข้ารอเจ้าอยู่นะ เวเวอร์” เสียงกระซิบแผ่วเบาดังจากกษัตริย์ผู้พิชิตราวกับวอนสายลมให้ส่งผ่านข้อความนี้ไปถึงคนไกล

ข้าจะรอเจ้ามาหา ไม่ว่าจะเนิ่นนานแค่ไหน…

 

ภายใต้ห้องนอนขนาดใหญ่ บนเตียงสี่เสาที่ล้อมรอบด้วยผืนผ้าแพรชั้นดีสีแดง กษัตริย์อเล็กซานเดอร์ค่อยๆผุดตัวลุกขึ้นนั่งพิงหมอนอิงขนาดใหญ่ ความฝันที่พึ่งตื่นจากมายังคงแจ่มชัดไม่มีสิ่งใดตกหล่นเลยแม้แต่น้อย

ทั้งความรู้สึกยามได้พบกับเด็กหนุ่มผู้เคยเป็นมาสเตอร์ของตัวเอง น้ำหนักตัวของอีกฝ่ายยามโอบอุ้มขึ้นแนบอก รวมถึงจุมพิตหวานล้ำจากริมฝีปากที่จูบตอบกลับมาไร้เดียงสา

เป็นความฝันที่ช่างเหมือนจริงเหลือเกิน

ข้าหวังว่าเจ้าจะสบายดี และมีชีวิตอยู่อย่างเป็นสุข

สักวัน… สักวันเมื่อเจ้ามายังกองทัพของข้า วันนั้นพวกเราจะได้พบกันอีก และครั้งนี้จะไม่มีการแยกจากกันไปไหนอีกแล้ว

ข้ารับใช้ของข้า… มาสเตอร์ของข้า… หัวใจของข้า…

“รีบโตเป็นจอมเวทย์ที่ยิ่งใหญ่แล้วมาหาข้าเร็วๆล่ะเจ้าหนู”

ก่อนที่ข้าจะทนไม่ไหว สั่งให้คนร่ายมนต์พาตัวเองเข้าไปป่วนความฝันเจ้าอีก… เวเวอร์ เวลเว็ท

 

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s