Gundam Seed Destiny : : Untill You… [Shin x Athrun]

Fan Fiction: Mobile Suit Gundam Seed Destiny [ Cross Omegaverse]

Pairing:  shin x athrun

Note: ฟิคตามรีเควสของคุณ SweeT’y   หัวข้อ : เรท

  • ไม่มีสงครามระหว่างซาฟท์และกองทัพโลก

 

โคมไฟถูกหรี่จนเหลือเพียงแสงสลัวๆมองแทบไม่เห็นบริเวณอื่นของห้องนอกจากเตียงสีขาวสะอาดตาที่ตอนนี้มีร่างๆหนึ่งนอนอยู่ ผ้าปูเตียงยับยู่ยี่ด้วยแรงดึงทึ้งจากเด็กหนุ่มผมสีน้ำเงินที่ร่างกายกำลังบิดเร้าด้วยความทรมาน ใบหน้าหวานแดงก่ำ ตามไรผมมีเหงื่อซึมออกไม่หยุดบ่งบอกถึงอุณหภูมิร่างกายที่พุ่งขึ้นสูง

ไม่ไกลนักบนพื้นข้างเตียงคือกระบอกฉีดยาและแคปซูลที่ถูกเปิดแล้วสองแคปซูล

ยาสำหรับระงับอาการของโอเมก้า

อัสรันแข็งใจลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียง มือสั่นระริกยกขึ้นจิกรอยกัดตรงคออย่างแรงจนเลือดซิบเพื่อหวังให้มันหยุดปลุกความร้อนรุ่มที่กระจายไปทั่วร่างเสียที แต่สัมผัสนั้นกลับสร้างความวาบหวิวจนริมฝีปากที่ขบแน่นต้องหลุดเสียงคราง

“อือ… อ๊ะ…”

ดวงตาสีเขียวปิดลงอย่างเคลิบเคลิ้ม มือเรียวเลื่อนจากลำคอไล่ลงสัมผัสแผ่นอกโดยไม่รู้ตัว นิ้วเรียวลูบไล้ผิวกายผ่านเสื้อเชิ้ตที่ถูกดึงจนกระดุมหลุดแทบเผยให้เห็นยอดอกที่ชูชันด้วยแรงอารมณ์

“อื้อ!”

ปลายนิ้วพลันสะกิดโดนจุดอ่อนไหวของตัวเองอย่างไม่ทันตั้งตัว ความปวดหนึบแล่นปราดดึงเอาสติกลับมา โอเมก้าหนุ่มผวาพาตัวเองลงจากเตียงพยายามคุมสติเดินไปที่ตู้เสื้อผ้า แต่แล้วขาทั้งคู่ก็พลัดอ่อนเปลี้ยหมดแรงล้มลงกองกับพื้น

ราวกับกำลังตกอยู่ในเปลวเพลิง

ระ..ร้อน… ทรมาน ช่วย… ช่วยที…

ดวงตาสีเขียวปิดแน่นข่มอารมณ์ ใบหน้าคนๆหนึ่งลอยเข้ามาในห้วงความร้อนรุ่ม เขายกมือขึ้นขบกัดเรียกสติที่กำลังหลุดลอย พยายามลบภาพคนๆนั้นออกไปจากหัว

เลือดสีแดงไหลจากบาดแผลตามมือออกมาตามไรฟัน  ความมืดสนิทเริ่มคุกคามกดให้ดวงตาสีเขียวปิดสนิท พร้อมๆกับที่ประตูห้องถูกเปิดออกและความอุ่นร้อนก็ตรงเข้าโอบร่างกายอย่างอ่อนโยน

อัสรันพยายามฝืนร่างกายลืมตามองคนที่กำลังโอบกอดตัวเองแน่น แต่แล้วเงารางๆของอีกฝ่ายก็หายไปพร้อมกับสติของเขา

“คุณอัสรัน!!”

เสียงคุ้นหูตะโกนเรียกอย่างตื่นตะหนกคือเสียงสุดท้ายที่ได้ยิน

…………………………………………………..

 

สามเดือนก่อน

แพลนท์ , ฐานทัพประจำเมืองหลวง กองทัพซาฟท์

ภายในพื้นที่ส่วนเก็บโมบิลสูทและโมบิลอาเมอร์ของยานมิเนอร์วาในขณะนี้เต็มไปด้วยลูกเรือที่เข้าแถวอย่างเป็นระเบียบตามคำสั่งเรียกรวมพลที่กัปตันยานสั่งการมาอย่างไม่ทันให้ตั้งตัว

ชิน อาสึกะ ในชุดทหารของซาฟท์กลอกตาอย่างเบื่อๆ กัปตันทาเรียไม่ได้สั่งให้ทุกคนอยู่ในระเบียบมากนักดังนั้นลูกเรือเกือบทุกคนจึงส่งเสียงพูดคุยจอแจกันไม่หยุดหลังจากได้พักผ่อนยาวนานถึงหนึ่งเดือนเต็มๆเพื่อเตรียมตัวปฏิบัติภารกิจฝึกซ่อมรบร่วมกับออร์บที่โลกเป็นเวลาสามเดือน

น่าเบื่อชะมัด

เด็กหนุ่มอ้าปากหาวหวอดๆพลางมองไปยังกัปตันสาวที่ก้มหน้าก้มตาอ่านข้อมูลในจอมิเตอร์พกพาอย่างไม่มีทีท่าจะบอกถึงเหตุผลที่สั่งรวมพลกะทันหัน รู้งี้เขารอขึ้นยานพร้อมเรย์ในตอนเย็นซะก็ดีหรอก

เพราะหมายกำหนดออกยานคือวันพรุ่งนี้ ดังนั้นจึงมีบางคนที่ไม่ได้มาเข้าแถวเนื่องจากจะขึ้นประจำยานในตอนเย็น และเพื่อนของเขาเรย์ ซา บาร์เรล ก็เป็นหนึ่งในนั้นโดยให้เหตุผลว่า อยากอยู่กับท่านผู้แทนดูแลนเดิลให้นานที่สุดก่อนจะไปที่โลก

พวกเห็นคนรักดีกว่าเพื่อนนี่น่าโมโหจริงๆ

ดวงตาสีแดงหันมองไปรอบๆ จังหวะเดียวกับที่โมบิลสูทเครื่องหนึ่งบินเข้ามาในยาน แรงสั่นสะเทือนมีเพียงเล็กน้อยในจังหวะที่เครื่องลงจอดทำให้ชินขยับยิ้มนึกชื่นชมฝีมือของนักบิน การบังคับเครื่องให้ลงจอดอย่างนุ่มนวลนั้นเป็นไปได้ยากหากไม่มีฝีมือพอ

คนๆนี้ไม่เลว

ชินตั้งเป้าหมายว่าหากมีโอกาสจะขออีกฝ่ายท้าประลองทันที

“อะแฮ่ม!”

จู่ๆกัปตันทาเรียก็ละสายตาจากจอมอนิเตอร์แล้วกระแอมไอขึ้นเพื่อเรียกความสงบ ทว่าสายตาทุกคนกลับจับจ้องไปยังโมบิลสูทเครื่องสีแดงที่พึ่งดับเครื่องเป็นตาเดียวไม่สนใจหญิงสาวผู้เป็นกัปตันเลยแม้แต่น้อย

“จัสติสกันดั้ม!! นั่นอัสรัน ซาล่านิ!” เสียงใครสักคนดังขึ้น ตามด้วยเสียงอื่นๆอีกเป็นขบวน จากนั้นความสงบก็ถูกทำลาย เสียงอุทานและเสียงกรี๊ดเบาๆดังขึ้นเมื่อเห็นนักบินลงจากเครื่องแล้วเดินตรงมาที่จุดรวมพล จนกัปตันทาเรียต้องกระแอมไออีกครั้งเพื่อเรียกความสงบ

กัปตันสาวออกคำสั่งให้ทุกคนทำความเคารพเมื่อเด็กหนุ่มผมน้ำเงินเดินมาหยุดยืนหน้าแถวลูกเรือ หญิงสาวแจ้งว่าอีกฝ่ายจะมาประจำการในฐานะนักบินตำแหน่งเฟทประจำยานมิเนอร์วาเริ่มตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป ก่อนจะให้ผู้มาใหม่เอ่ยถึงภารกิจ

อัสรันสั่งให้ทุกคนเอามือลง เริ่มอธิบายถึงภารกิจบนโลกของยานมิเนอร์วาอย่างคราวๆพร้อมเปิดข้อมูลในจอมอนิเตอร์ที่ถือมาด้วยให้ลูกเรือทุกคนดู รายละเอียดภารกิจถูกขยายเป็นโฮโลแกรมขนาดใหญ่ มือเรียวชี้อธิบายอย่างคล่องแคล่วเรียกให้ทุกคนมองตาม

สายตาชินหยุดนิ่งมองร่างโปร่งเพรียวในชุดทหารซาฟท์ที่มีสัญลักษณ์หน่วยเฟทกลัดตรงหน้าอกอย่างไม่วางตา ท่าทางอธิบายอย่างเอาจริงเอาจังไม่ใช่สิ่งที่เขาสนใจ แต่เป็นกลิ่นหอมแปลกๆต่างหาก

กลิ่นหอมประหลาดที่ทั้งหอมทั้งหวานและยังเย้ายวนลอยแตะจมูกชวนให้รู้สึกรุ่มร้อนไปทั้งร่าง เขาได้กลิ่นนี้ตั้งแต่คอทพิทจัสติสเปิดออก และรุนแรงมากขึ้นเมื่ออีกฝ่ายอยู่ห่างออกไปไม่ถึงหนึ่งเมตร

นี่มันผิดปกติ…

ใบหน้าเด็กหนุ่มซีดเผือด มือทั้งสองข้างกำแน่นพยายามคุมสติเพ่งมองช่องว่างตรงปกเสื้อของอัสรันที่ถูกเจ้าตัวติดกระดุมสูงปิดคอตามแบบฉบับการแต่งกายที่ถูกต้องของทหารซาฟท์

“นี่ๆ รู้หรือเปล่าว่าเขาน่ะเป็นโอเมก้าคนเดียวที่เป็นนักบินของซาฟท์”

เสียงลูกเรือสาวคนหนึ่งพูดขึ้นเบาๆจากด้านหลังทำให้ชินหันไปมองด้วยความตกใจ

“โอเมก้าเป็นพวกอ่อนแอไม่ใช่เหรอ” เด็กสาวผมสีแดงนาม ลูน่ามาเรีย ฮอว์ค ที่ยืนอยู่ข้างๆคนพูดโน้มตัวเข้าไปกระซิบถามหญิงสาวอย่างสงสัย “แล้วทำไมเขาถึงได้เป็นแหละ?”

“จุ๊ๆ ฟังแล้วเงียบเอาไว้เลยนะ เธอก็รู้ใช่ไหมว่า ท่านประธานลักซ์ ไคล์น กับ ผบ.คิระน่ะเป็นอัลฟ่าทั้งคู่”

นัยน์ตาของลูน่ามาเรียยังมีแววสงสัย ทำให้อีกคนเอ่ยอย่างรู้ดีด้วยเสียงที่ดังขึ้น

“ก็เพราะว่าเป็นอัลฟ่าทั้งคู่เลยไม่เกิดอารมณ์น่ะสิ เลยต้องหาโอเมก้ามาแทรกกลาง เขาเลยอาศัยความเป็นโอเมก้าไต่เต้าจากตำแหน่งนั้นจนได้เป็นนักบินหน่วยเฟทไงล่ะ” ลูกเรือสาวรีบพูดต่อด้วยความสนุก “ว่ากันว่าปลอกคอของคุณอัสรันไม่ได้มีไว้กันอัลฟ่ามากัดหรอก แต่กันความลับแตกว่าถูกกัดไปแล้วต่างหาก คิกคิก”

หญิงสาวหัวเราะร่วน ลูน่ามาเรียกระพริบตาปริบๆอย่างไม่อยากจะเชื่อ ขณะที่ชินขมวดคิ้วแน่น

“ตรงนั้นน่ะเงียบกันได้แล้ว”

กัปตันทาเรียพูดด้วยน้ำเสียงตำหนิทำให้หญิงสาวสองคนรู้สึกตัวว่าตอนนี้ทุกคนกำลังมองพวกเธอเป็นตาเดียว ไม่เว้นแม้แต่เจ้าของเรื่องผู้ถูกนินทา อัสรันมองตรงมาด้วยสายตาเรียบนิ่งไม่ได้แสดงความรู้สึกอะไร ลูน่ามาเรียรีบก้มหน้างุดหลบสายตาด้วยความอับอาย ใบหน้าเด็กสาวซีดเผือดด้วยความกลัว เนื่องจากอัสรันเป็นถึงหน่วยเฟทที่สามารถสั่งลงโทษเธอได้

แต่แล้วชั่ววินาทีอกสั่นขวัญแขวนก็ผ่านไป เมื่อเฟทหนุ่มสั่งแยกย้ายแถวและขอตัวไปที่ห้องพักส่วนตัวประจำยาน

“ฟู่…” ลูน่ามาเรียถอนหายใจอย่างโล่งอกขณะที่ทุกคนต่างพากันไปพักผ่อน ก่อนสะดุ้งเฮือกสุดตัวเมื่อมีมือหนามาแตะบนไหล่ แต่เมื่อหันไปเห็นเป็นเพื่อนหนุ่มก็บ่นใส่

“โถ่ ชิน อย่าทำให้ตกใจสิ”

“เธอว่าเรื่องที่คนนั้นบอกเป็นความจริงรึเปล่า” ชินถามเสียงเรียบพยายามกดความรู้สึกขุ่นเคืองแปลกๆแต่มือกลับเผลอบีบบ่าลูน่ามาเรียแน่นจนอีกฝ่ายนิ่วหน้า
“จะไปรู้เหรอ” หญิงสาวสะบัดตัวออกแล้วนวดไหล่ตัวเองเพื่อคลายความเจ็บพลางบ่นอุบอิบ น่ากลัวว่าบ่าเธอจะเป็นรอยช้ำม่วงคล้ำ ให้ตายเถอะ หมอนี่มือหนักขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่

“แล้วเธอได้กลิ่นฟีโรโมนจากเขาหรือเปล่า”

“หือ?”

“เห็นเขาว่ากันว่าถ้าโอเมก้าถูกกัดแล้วจะไม่ส่งฟีโรโมนออกมาน่ะ ได้ยินมาเฉยๆจริงหรือไม่จริงฉันไม่รู้หรอก” เด็กหนุ่มพูดเร็วจนลิ้นรัว เมื่อได้รับสายตาที่ส่อแววสงสัยจากเพื่อนสาว “เธอเป็นอัลฟ่า แล้วเธอได้กลิ่นจากเขาหรือเปล่า”

“นายก็เป็น..”

“ฉันเป็นเบต้านะ!” ชินพูดขัดเสียงเข้ม ก่อนเอ่ยต่อด้วยเสียงติดจะหงุดหงิด “อย่าลืมสิว่าฉันเป็นเบต้า ตอบมาได้แล้วว่าเธอได้กลิ่นหรือเปล่า”

แค่ได้กลิ่นหรือไม่ได้กลิ่น คำถามง่ายๆจะเล่นตัวทำไมก็ไม่รู้

ชินขมวดคิ้วขณะรอฟังคำตอบจากเด็กสาวที่ทำท่าทางครุ่นคิด เด็กหนุ่มเคาะปลายเท้ากับพื้นเพื่อลดอาการร้อนใจและกระวนกระวายแปลกๆ โดยไม่ได้สังเกตเลยว่าเสียงเคาะเท้าเป็นจังหวะดังรัวเช่นเดียวกับเสียงหัวใจของเขาที่เต้นแรงตั้งแต่ครั้งวินาทีที่สบตากับอัสรัน ซาล่าในตอนคอทพิทของจัสติสถูกเปิดออก

เด็กหนุ่มผมสีน้ำเงินผู้มีนัยน์ตาสีเขียวราวมรกตเนื้อดี ผิวขาวละเอียดดั่งหิมะ และริมฝีปากน่าจุมพิตเหมือนกุหลาบแรกแย้ม ราวเชื้อเชิญให้ครอบครอง…

ชินสั่นหัวตัวเองรัวๆไล่ภาพอัสรันออกจากหัว แต่แล้วกลิ่นหอมแปลกประหลาดที่ทั้งยั่วยวนทั้งชวนให้เคลิบเคลิ้มก็ทำให้เขานึกถึงร่างโปร่งเพรียวอยู่ดี

หอม… หอมมาก ตั้งแต่เกิดมาเขาไม่เคยได้กลิ่นไหนหอมยวนใจขนาดนี้มาก่อน

พลันจมูกได้กลิ่นหอมนั้นอีกครั้ง ชินสูดหายใจลึกกอบโกยโดยไม่รู้ตัว

“ฉันว่าฉันไม่ได้กลิ่นนะ” ในที่สุดหลังนึกตรองอยู่นานสองนานลูน่ามาเรียก็พูดขึ้น เด็กสาวย่นจมูกเมื่อนึกถึงทฤษฎีของชิน “แต่คุณอัสรันดูแล้วไม่น่าจะเป็นคนแบบนั้นนะ ข้อมูลนายมั่วแล้วล่ะชิน”

“เธอว่าไงนะ” เด็กหนุ่มที่กำลังเคลิ้มพูดเสียงเบา ได้ยินคล้าย ไม่อะไรสักอย่างแล้วก็ชื่อตัวเอง

หอมจัง…

ลูน่ามาเรียชักสีหน้าหงุดหงิดใส่ชิน “ฉันไม่ได้กลิ่นฟีโรโมนจากตัวคุณอัสรัน! แล้วฉันคิดว่าข้อมูลที่นายรู้มามันมั่วมาก!”

เด็กสาวกระแทกเสียงใส่อีกฝ่ายก่อนเดินหนี เด็กหนุ่มที่เจอเสียงดังเรียกสติกระพริบตาปริบๆจากนั้นคิ้วเรียวก็ขมวดแน่นเมื่อนึกถึงสิ่งที่เพื่อนสาวพูด

ไม่ได้กลิ่นงั้นเหรอ ทำไมถึงไม่ได้กลิ่นล่ะ ในเมื่อ…

มันหอมซะขนาดนั้น

 

โลก , ฐานทัพซาฟท์ประจำสาธารณรัฐออร์บ

หลังจากวันนั้นจนผ่านมาเกือบสัปดาห์ ชินก็ไม่ได้กลิ่นหอมประหลาดจากตัวอัสรันอีก ถึงแม้จะตั้งใจเดินสวนในระยะประชิดบ่อยๆหรือนั่งกินข้าวโต๊ะข้างๆ กระทั่งแกล้งเซล้มใส่แล้วเผลอดึงกระดุมเสื้อหลุดจนเห็นปลอกคอของอีกฝ่ายเขาก็ไม่ได้กลิ่นใดๆ

จะว่าไปแล้ว ใบหน้าตื่นๆของคุณอัสรันตอนที่ปลอกคอโผล่ออกมาให้เห็นทั้งเส้นก็ตลกจนอดหัวเราะไม่ได้ ดวงตาสีเขียวเบิกกว้างแล้วกระพริบปริบๆดูน่ารักเหลือเกินในสายตาเขา

“เฮ้อ…”

ให้ตายเถอะ คิดถึงกลิ่นหอมๆนั่นชะมัด

“นี่ชิน นายกำลังฝึกซิมูเลชั่นอยู่นะ ช่วยมีสมาธิหน่อยได้ไหม” เรย์พูดขึ้นหลังละสายตาจากจอคอมพิวเตอร์แล้วมาเห็นคนฝึกบินที่เหม่อลอยใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว มือเรียวเคาะไปที่หุ่นยนต์สีแดงบนหน้าจอฝึกที่กำลังยิงบีมไรเฟิลมา “ถึงจัสติสของคุณอัสรันจะฝีมือร้ายกาจมากก็เถอะ แต่นายควรตอบโต้บ้างนะ”

ปี๊ป……. ปี๊ป ปี๊ป ปี๊ป ปี๊ป

ไม่ทันขาดคำ เสียงสัญญาณยุติการฝึกก็ดังขึ้น พร้อมแสดงผลการต่อสู้ที่เรียกได้ว่าห่วยแตกไม่มีชิ้นดี

ชินยิ้มแห้งๆ ขณะที่เรย์ขมวดคิ้วก้มหน้าก้มตากรอกข้อมูลการฝึกซิมูเลชั่นของชินกับจัสติสจากจอคอมพิวเตอร์ลงมอนิเตอร์พกพา หลังส่งผลไปยังส่วนกลางเรียบร้อยแล้วชินก็ได้รับสายตาดุๆเป็นรางวัลทันที

“ทำไมฝึกสู้กับจัสติสทีไรนายเหม่อทุกที” เรย์ถามเพื่อนสนิทอย่างจ้องจับผิด

คุณอัสรันอุตส่าห์มอบข้อมูลการต่อสู้ของจัสติสให้กับยานมิเนอร์วาเพื่อให้นักบินนำมาฝึกซิมูเลชั่น แต่แทนที่ชินจะตั้งใจฝึกดันเอาแต่เหม่อเวลาเห็นจัสติส แถมการต่อสู้แต่ละครั้งเดสทินี่ยังพังแหลกขณะที่คู่ต่อสู้ไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วน ยังดีที่จัสติสไม่จัดการที่คอทพิท คะแนนติดลบเนื่องจากนักบินตายเลยไม่มี

“ขอโทษนะ” ชินพูดเสียงอ่อย “ฉันมีเรื่องสงสัยนิดหน่อยเกี่ยวกับคุณอัสรันน่ะ”

“เรื่องที่เขาเป็นโอเมก้าโคออดิเนเตอร์ใช่ไหม”

“นายรู้ได้ไง” เขามองเพื่อนอย่างทึ่งๆ อีกฝ่ายเลิกคิ้วมุมปากขยับยิ้มขำๆเชิงถามว่า แล้วนายคิดว่าฉัน เรย์ ซา บาร์เรล คนนี้เป็นใครกัน

ชินหัวเราะออกมาเบาๆ นั่นสินะ เขาลืมไปเลยว่าเรย์เป็นเบต้าโคออดิเนเตอร์ที่เป็นคู่ของอัลฟ่าโคออดิเนเตอร์ท่านผู้แทนดูแลนเดิล แถมยังเป็นสหายที่รู้ใจเขาไปหมดว่าเขาคิดอะไรอยู่

“อีกอย่างคุณอัสรันก็ไม่ได้ปิดบังข้อมูลสักหน่อยว่าตัวเองเป็นโอเมก้า สุ่มชาวแพลนท์มาถามคนสองคนก็รู้แล้ว หรือนายไม่รู้จริงๆ?”

“เปล่าๆ รู้สิรู้” ปฏิเสธเสียงสั่น เพราะเขาพึ่งรู้ว่ามีโอเมก้าโคออดิเนเตอร์ก็วันนัดร่วมพลนั่นแหละ “ฉันแค่ไม่ค่อยรู้เกี่ยวกับโอเมก้าเท่าไหร่”

“จะเอาข้อมูลไหมล่ะ เดี๋ยวฉันส่งให้” ว่าแล้วเจ้าตัวก็ลงมือโอนย้ายข้อมูลจากจอมิเตอร์พกพาของตัวเองส่งออนไลน์ให้ชินโดยไม่รอคำตอบ

บนใบหน้าเรย์ปรากฏรอยยิ้มมีเลศนัยซะจนชินร้อนๆหนาวๆก่อนเฉไฉขอตัวไปนอนอ่านข้อมูลบนเตียงเพื่อหลบสายตาที่มองมาอย่างรู้ทัน

“พรุ่งนี้ต้องไปฝึกกับทหารออร์บแต่เช้า อย่าอ่านข้อมูลจนตื่นสายล่ะ”

และสามวันให้หลัง ด้วยความช่วยเหลือของเรย์ผู้รู้ทันก็ทำให้ชินได้รับการฝึกซ้อมพิเศษจาก อัสรัน ซาล่า เนื่องจากผลการฝึกซ้อมซิมูเลชั่นตกต่ำจนไม่สามารถให้ทำการขึ้นขับโมบิลสูทได้ (เรย์เลือกส่งผลการซิมูเลชั่นของชินเฉพาะรอบที่สู้กับจัสติส)

“ทำไมคุณถึงเป็นโอเมก้าล่ะ”

ยามเย็นหลังฝึกซ้อมพิเศษเสร็จชินก็เอ่ยถามขึ้น หลังอยู่ด้วยกันทุกวันจนเกือบเดือนก็ทำให้เขาตัดสินใจถามสิ่งที่ตัวเองอยากรู้มากที่สุด ดวงตาสีแดงมองคนข้างๆที่ยืนพิงกำแพงเหม่อมองไปยังท้องทะเลเบื้องหน้า ด้วยกลัวว่าอีกคนจะเข้าใจผิดเลยรีบพูดเสริมอย่างร้อนรน

“ผมหมายถึงว่า คุณน่ะเป็นโคออดิเนเตอร์ แล้วแบบพ่อแม่ทุกคนอยากให้ลูกตัวเองเป็นอัลฟ่า”

นานทีเดียวกว่าอัสรันจะเบือนหน้าจากท้องทะเลหันมามองเขา แล้วตอบด้วยน้ำเสียงราวกับไม่ใช่เรื่องสลักสำคัญอะไร “ก็เพราะโคออดิเนเตอร์ส่วนมากเป็นอัลฟ่าไงล่ะ”

วูบหนึ่งดวงตาสีเขียวของอีกฝ่ายมีความโศกเศร้าพาดผ่านแต่ก็หายไปในไม่กี่วินาทีจนชินคิดว่าตัวเองตาฝาด

เมื่อเฟทหนุ่มหันกลับไปมองทะเลอีกครั้ง ชินก็ใคร่ครวญคำพูดเรียบๆนั่น

โคออดิเนเตอร์ไม่เหมือนพวกเนเชอรัลหรือพวกเกิดตามวิธีปกติที่ไม่สามารถเลือกได้ว่าจะเป็นอัลฟ่า เบต้า หรือโอเมก้า โคออดิเนเตอร์ทุกคนเมื่อตอนอยู่ในครรภ์มารดาจะได้รับการตัดแต่งพันธุกรรมให้มีความเป็นอัลฟ่ามากที่สุด ดังนั้นประชากรส่วนใหญ่ของแพนซ์จึงเป็นอัลฟ่า หากเป็นอัลฟ่าไม่ได้ก็จะเป็นเบต้าที่มีความเป็นอัลฟ่าสูงเมื่อเทียบกับเนเชอรัล

แต่ถ้าหากมีโอเมก้าที่ถูกตัดแต่งพันธุกรรมจนมีความเป็นโอเมก้าแท้เพียงหนึ่่งเดียวขึ้นมาแล้วล่ะก็…

ผู้ใดครอบครองโคออดิเนเตอร์โอเมก้าผู้นั้นครอบครองโคออดิเนเตอร์ทั้งหมด

“ฉันล้อเล่นน่ะ” อัสรันหัวเราะเบาๆเมื่อหันมาเห็นเด็กหนุ่มมีหน้าตาจริงจังเคร่งเครียดจนเผลอยกมือขึ้นขยี้หัวสีดำอัตโนมัติแล้วคลี่ยิ้ม “ไม่มีอะไรหรอก อย่าไปใส่ใจเลย”

ชินจ้องมองใบหน้าโอเมก้าโคออดิเนเตอร์ แสงสีส้มจากดวงอาทิตย์ที่กำลังจะหายลับไปกับขอบฟ้าส่องกระทบกับรอยยิ้มบางๆนั่นทำให้พร่าเลือนสั่นไหวคล้ายยิ้มคล้ายร้องไห้

ไวเท่าความคิด เขาดึงอีกฝ่ายเข้ามากอด แรงขัดขืนเบาๆเกิดขึ้นชั่วครู่ก่อนจะนิ่งไปพร้อมกับแสงสุดท้ายของดวงอาทิตย์

กลิ่นหอมอ่อนๆลอยฟุ้งแตะจมูก ดวงตาสีแดงมองปลอกคอของอัสรันที่โผล่พ้นขอบปกเสื้อให้เห็นบางส่วน ในหัวทวนข้อมูลที่เรย์ส่งให้

…พรุ่งนี้แล้วสินะ

และวันรุ่งขึ้น อัสรัน ซ่าล่าก็ขังตัวเองอยู่ในห้อง กัปตันยานทาเรียออกคำสั่งไม่ให้ใครไปรบกวนเฟทหนุ่ม กลิ่นหอมหวานเย้ายวนอ่อนๆที่ลอยฟุ้งออกมาจากห้องของโอเมก้าโคออดิเนเตอร์ทำให้ทุกคนรู้ว่า ถึงช่วงเวลาฮีท

ระยะฮีลของโอเมก้าจะเกิดขึ้นทุกเดือน เดือนละเจ็ดวันไม่ขาดไม่เกิน แถมมาตรงเวลาทุกเดือน ดังนั้นโอเมก้าทุกคนจะรู้ว่าช่วงเวลานี้ต้องระวังตัวเองเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นเวลาที่ร่างกายปล่อยฟีโรโมนออกมามากที่สุดเพื่อเรียกร้องให้อัลฟ่าหรือโอเมก้ามาร่วมสัมพันธ์กับตน

แต่เพราะปัจจุบันมีการสร้างยาฉีดระงับอาการฮีทของโอเมก้าไม่ให้ปล่อยฟีโรโมนมากเกินไป ดังนั้นหากไม่ใช่พวกที่มีฟีโรโมนสูงเกินปกติก็สามารถดำเนินชีวิตตามปกติเหมือนเดิมได้ แถมหลังช่วงฮีทหนึ่งวันฟีโรโมนในร่างกายยังลดระดับเทียบเท่าเบต้าอีกด้วย

นั่นคือข้อมูลเฉพาะกับโอเมก้าเนเชอรัลเท่านั้น

ดังนั้นเพื่อความปลอดภัย อัสรันเลยต้องอยู่แต่ในห้อง

 

ชินนั่งจิ้มไส้กรอกใส่ปากอย่างเหม่อๆ เด็กหนุ่มอยู่ในห้องอาหารพร้อมกับลูกเรือยานมิเนอร์ว่าไม่กี่คนที่พึ่งกลับมาจากการซ้อมรบกับทหารออร์บ

เขาไม่ได้เจออัสรันมาเจ็ดวันแล้ว และวันนี้ก็เข้าสู่วันที่แปดซึ่งตามข้อมูลที่เรย์ให้มา วันนี้เป็นวันที่โอเมก้าหยุดปล่อยฟีโรโมน

…แต่อัสรันก็ยังไม่ออกจากห้อง

โอ๊ย! หงุดหงิด!

ชินโขกหัวตัวเองกับโต๊ะอาหารและฟุบหน้าอยู่หน้านั้น เรียกให้เรย์ที่นั่งกินสเต็กอยู่ฝั่งตรงข้ามไปคุยวิดิโอคอลกับผู้แทนดูแรนเดิลไปหันมาให้ความสนใจผู้เป็นเพื่อนในที่สุด เด็กหนุ่มผมยาวรีบเอ่ยลาคนรักและปิดจอสื่อสาร จากนั้นสะกิดชินให้เงยหน้าขึ้นมามอง

“อะไร”

น้ำเสียงซังกะตายที่ถามกลับมาทำให้เรย์นึกขำ เบต้าหนุ่มเรียกแสดงผลเมนูอาหารก่อนจะกดเลือกข้าวต้มกับน้ำส้ม หน้าจอแสดงเวลาถอยหลังเป็นวินาทีและเมื่อหมดเวลาอาหารทั้งสองอย่างก็โผล่ขึ้นมาบนโต๊ะ

“อยากเจอก็ไปหาเขาสิ พาสเวิร์ดผ่านประตูห้องพักก็มี” น้ำเสียงติดหัวเราะพูดแนะนำ “ถ้าเขาถามก็บอกว่าเอาอาหารเย็นมาให้ วันนี้วันที่แปดแล้วไม่เป็นไรหรอก”

เนื่องจากฝึกพิเศษของอัสรันมียิงปืน ต่อสู้ตัวต่อตัว สลับกับฝึกซิมูเลชั่น ดังนั้นชินเลยได้พาสเวิร์ดห้องพักของเฟทหนุ่ม

ดวงตาสีแดงวาบวับ ชินผุดตัวลุกขึ้นแท็คมือเรย์ที่ยื่นมาหาอย่างรู้ใจ “ขอบคุณที่แนะนำ ไปล่ะนะ”

พูดจบก็รีบลุกขึ้นถือถาดอาหารเดินตัวปลิวขึ้นไปด้านบนส่วนห้องพัก

เมื่อถึงหน้าห้องของอัสรันเขาอดขมวดคิ้วอย่างสงสัยไม่ได้ เพราะถ้าตามข้อมูลแล้ววันนี้อัสรันจะไม่มีฟีโรโมน แต่นี่กลิ่นหอมยั่วยวนปลุกอารมณ์วาบวามกลับลอยกรุ่นไปทั่วบริเวณ

เหมือนวันนั้นไม่มีผิด

ชินสูดหายใจลึก พยายามกดอารมณ์ที่ถูกปลุกขึ้นก่อนจะใส่พาสเวิร์ดลงเครื่องข้างประตู

เมื่อเข้าไปในห้อง ก็พบว่าคนผมสีน้ำเงินกำลังฝึกซีมูเลชั่นอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ ท่าทางเอาจริงเอาจังจนคิดว่ารอให้ฝึกเสร็จแล้วค่อยทักทายดีกว่า เมื่อวางถาดที่ใส่ข้าวต้มกับน้ำส้มลงบนโต๊ะเรียบร้อยแล้วเขาก็นั่งมองร่างเพรียวในชุดเชิ้ตลำลองเงียบๆ

กลิ่นหอมปลุกอารมณ์อับอวลทั่วห้องพาร่างกายให้เคลิบเคลิ้ม ลำคอพลันแห้งผาก

ครั้งแรกที่เขาสนใจเฟทหนุ่มที่พึ่งมาประจำการก็เพราะกลิ่นนี้ พอรู้ว่าอีกฝ่ายเป็นโอเมก้าก็เกิดความสนใจใคร่รู้ เพราะโคออดิเนเตอร์ไม่เคยมีโอเมก้า ตอนแรกเขาคิดว่าอัสรันอาจจะตั้งใจปกปิดตัวตน หรือไม่ก็ไม่อยากยอมรับว่าตัวเองเป็นอัลฟ่า…

เหมือนกับเขา

เหตุการณ์ในอดีตที่มายุเกือบถูกอัลฟ่าคนอื่นข่มขืน ทำให้ชินรู้สึกเกลียดความเป็นอัลฟ่าในตัวเอง และเพื่อไม่ให้น้องสาวกลัวเลยต้องบอกกับทุกคนว่าตัวเองเป็นเบต้า

แต่แล้วเมื่ออยู่กับอัสรันมากๆเขาก็รับรู้ด้วยตัวเองว่าฝ่ายนั้นเป็นโอเมก้าขนานแท้

ในขณะที่ความเป็นอัลฟ่าในตัวเขาถูกปลุกขึ้นเรื่อยๆ

จากแค่สนใจเป็นอยากรู้จัก พอได้รู้จักแล้วอยากใกล้ชิด

…อาศัยชื่อเบต้าบังหน้า แอบใกล้ชิด แอบเนียนสัมผัสผิวกาย แอบสูดกลิ่นหอม แอบลวงเอาความไว้ใจเชื่อใจของอัสรันที่ไม่ให้ความสนิทกับอัลฟ่าคนไหนในยานมิเนอร์วา

อัสรันบอกว่า กลัวเวลาอัลฟ่ามาอยู่ใกล้ๆ เพราะตัวเองจะทำให้อีกฝ่ายเกิดอารมณ์

…ไม่เป็นไร ผมเป็นเบต้า อยู่กับคุณได้ไม่มีปัญหาหรอก แต่สุดท้ายกลับกดความรู้สึกแทบตายไม่ให้สติกระเจิดกระเจิงยามใกล้ชิด

อัสรันบอกว่า อัลฟ่าบางคนก็ประสาทสัมผัสดีเกินไป ขนาดฉีดยาทุกวันยังได้กลิ่นฟีโรโมนของโอเมก้าอีก ดังนั้นทุกคนเลยห้ามไม่ให้เข้าใกล้อัลฟ่าที่ท่าทางแข็งแกร่งเกินหนึ่งเมตร

…ไม่เป็นไร ผมเป็นเบต้า ว่าพลางแกล้งดึงร่างเพรียวในชุดทหารมากอดหมุนไปหมุนมา ดูสิคุณอัสรันอยู่ใกล้ขนาดนี้ยังไม่ได้กลิ่นเลย แต่ในความรู้สึกกลับพลุกพล่านกลับถึงห้องพักต้องจัดการตัวเองเสียหลายรอบ

อัสรันบอกว่า ดีนะที่ชินเป็นเบต้า เพราะเบต้าไม่น่ากลัว

…นั้นสินะ ดีที่เป็นเบต้า

ดีที่มีคนไม่กี่คนเท่านั้นที่รู้ว่าเขาเป็นอัลฟ่า และคนพวกนั้นไม่รู้ว่าเขาเป็นอัลฟ่าที่กำลังหมายตาโอเมก้าโคออดิเนเตอร์เพียงคนเดียวของซาฟท์อยู่!

“เป็นอะไร นั่งเงียบเชียว”

รู้ตัวอีกทีคนที่นั่งอยู่หน้าจอก็ย้ายตัวเองมานั่งเก้าอี้ข้างๆ ชินมองคนผมสีน้ำเงินซึ่งกำลังแบ่งข้าวต้มเป็นสองชามอย่างเลื่อนลอย

วันนี้อัสรันไม่ใส่ปลอกคอ เผยให้เห็นลำคอขาวไร้ตำหนิ ไร้รอยกัด แถมตัวยังเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อจนเชิ้ตตัวบางแนบสนิทกับผิวกาย กลิ่นยั่วยวนของฟีโรโมนรวมกับกลิ่นเหงื่อหอมเย็นของโอเมก้าทำให้ชินรู้สึกว่าร่างกายตัวเองกำลังตื่นเต้นร้อนผะผ่าวจนต้องกลืนน้ำลายอย่างกระหาย

ข่าวลือนั่นไม่เป็นความจริง อัสรันไม่ได้เป็นของ ผบ.คิระ

ความคิดนี้สร้างความดีใจ จนอดคาดหวังไม่ได้ ชินรีบย้ายสายตาจากลำคอขาวที่ไร้เครื่องป้องกันไปยังหน้าจอที่กำลังแสดงผลซีมูเลชั่นอยู่

ผลคือแพ้ คู่ต่อสู้คือฟรีด้อมกันดั้ม คนขับคือคิระ ยามาโตะ

คะแนนเกือบจะเรียกได้ว่าเสมอ แต่ที่สำคัญคือ…

ข้อมูลการต่อสู้ของฟรีด้อมไม่เคยมอบให้ใคร ไม่มีแม้กระทั่งในข้อมูลกลางของกองทัพซาฟท์

“นายอยากลองสู้กับฟรีด้อมเหรอ?” อัสรันถามพลางเลื่อนชามข้าวต้มอีกชามให้นักเรียนฝึกพิเศษ “เดี๋ยวขออนุญาตคิระให้ไหม” เฟทหนุ่มเอ่ยต่ออย่างใจดี โดยไม่ได้รู้เลยว่าน้ำเสียงที่เอ่ยถึงชื่อคิระที่ดูสนิทสนมอยู่หลายส่วนทำให้คนฟังหงุดหงิด

พลัก!!

ตุ๊บ!!

รู้ตัวอีกทีชินก็ผลักอัสรันลงกับพื้น โน้มตัวขึ้นทาบทับเงาบดบังร่างโอเมก้าหนุ่มจนมิดราวจะกลืนกินให้จมหายไปในร่างของตน ท่ามกลางอุณหภูมิร่างกายที่สูงขึ้นสติพล่าเลือน เขาเห็นดวงตาสีเขียวด้านล่างมองกลับมาอย่างสงสัย

ไร้แววหวาดระแวง

ชินหัวเราะแผ่วเบา ซุกหน้าเข้ากับลำคอขาวแล้วอ้าปากกัดผิวนุ่มจนเป็นรอยฟัน

“อ๊ะ!!”

อัสรันสะท้านเฮือก อารมณ์วาบวามจากรอยกัดแผ่ซ่านไปทั้งร่างราวกับกำลังบ่งบอกว่าร่างนี้ถูกตีตราว่าตนไม่ใช่เจ้าของมันอีกต่อไป ริมฝีปากร้อนดูดเม้มลำคอขาวที่แต่งแต้มด้วยเลือดสีแดง ไล่เลียดูดกลืนทุกหยดไม่ให้หล่นลงพื้น ปลายนิ้วเลื่อนลงต่ำปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตที่เปียกชุ่มเผยให้เห็นแผ่นอกแบนราบกล้ามเนื้อหน้าท้องบางๆชวนให้แตะต้องลูบไล้ สัมผัสจากนิ้วที่ซุกซนไปทั่วทำให้โอเมก้าหนุ่มสั่นสะท้าน

“ยะ..อย่า อื้อ!”

เสียงร้องห้ามถูกดูดกลืนด้วยริมฝีปากที่ลงมาประกบตักตวงเอาทั้งเสียงทั้งความหวาน แถมยังพรากเอาความนึกคิดที่เหลืออยู่ให้ลอยคว้าง แรงขัดขืนหายไปเมื่อได้รับสัมผัสอ่อนโยน ชินเลื่อนมือลงต่ำสอดมือเข้าไปในส่วนลับใต้กางเกงของคนด้านล่าง

ลิ้นร้อนด้านบนเคล้าคลอเอาใจ ส่วนมือข้างล่างกลับดึงรั้งปลุกอารมณ์จนโอเมก้าหนุ่มเกร็งเครียดด้วยแรงอารมณ์

ทั้งคู่เข้าสู่สภาวะฮีท

ความร้อนรุ่มในร่างกายฉุดพรากเอาสตินึกคิดที่มีอยู่ไปจนเกือบหมด มีเพียงความต้องการของร่างกายเท่านั้นที่สั่งการ

ชินถอนริมฝีปากออกแล้วเลื่อนขึ้นไปซับน้ำตาที่ไหลออกจากดวงตาสีเขียวที่มองมาอย่างปวดร้าว ร่างของอัสรันอ่อนเปลี้ยเป็นผลมาจากการถูกกัดตีตราความเป็นคู่ครองที่ต้นคอ

โอเมก้าไม่สามารถขัดขืนคู่ของตัวเองได้ แม้จะไม่ยินยอมก็ขัดขืนไม่ได้

เฟทหนุ่มพยายามดึงสติของตนกลับมาไม่ให้ตกอยู่ในภาวะฮีท แต่ความสับสนกึ่งลอยคว้างกึ่งรับรู้ทำให้เขาเจ็บ เด็กที่ตนเชื่อใจกำลังข่มขืนตัวเอง แถมยังโกหกว่าเป็นเบต้าทำให้เขายินยอมปลดช่องว่างอย่างไม่คิดระแวง

ตั้งแต่ริมฝีปากนั้นตีตราลงบนต้นคอ ความจริงก็กระแทกหน้าเขาอย่างจัง

ขัดขืนเบต้าสำหรับอัสรันแล้วมันง่าย แต่การขัดขืนอัลฟ่าที่ออร่าแข็งแกร่งแถมยังเป็นเจ้าของรอยกัดบนต้นคอสำหรับเขามันแทบเป็นไปไม่ได้ ยีนโอเมก้าในตัวร่ำร้องให้เขาปล่อยสติ ทำตามสัญชาตญาณ ในขณะที่ความเป็นโคออดิเนเตอร์ฉุดรั้งร่างกายให้ยังมีความนึกคิดอยู่

สองด้านตีกันจนเขาทรมาน ด้านหนึ่งยินยอมพร้อมใจ แต่อีกด้านกลับต่อต้านขัดขืน

“ผมขอโทษ”

ชินกระซิบข้างหูอัสรันแผ่วเบาด้วยความสำนึกผิด แต่มือกลับปลดกางเกงอีกฝ่ายและดึงเรียวขาให้เข้ามาแนบชิดบนตักมากยิ่งขึ้น ปลายนิ้วลูบไปช่องทางด้านหลังที่มีสารคัดหลั่งของโอเมก้าล้นปริ่มออกมา ก่อนส่งนิ้วเข้าเบิกทางหมุนวนจนอีกคนหวีดร้องผวาตัวขึ้นมากอดเขาแน่น

“อ๊ะ อ๊า!! …. อึก! ยะ… อ๊า!”

อัสรันกอดอัลฟ่าหนุ่มแน่น ใบหน้าซุกที่ต้นคออีกฝ่ายแขนสองข้างเกี่ยวกระวัดแผ่นหลังแนบแน่นยามเมื่อจำนวนนิ้วเพิ่มขึ้นทีละนิ้วละนิ้วและบดคลึงผิวอ่อนนุ่มด้านในจนเสียวซ่านไปทั่ว

ชินจูบขมับปลอบประโลมร่างสั่นระริก กลิ่นหอมหวานเย้ายวนปลุกอารมณ์ฟุ้งจากร่างบนตักจนเขาแทบคุมสติไม่อยู่ ยีนอัลฟ่าในตัวเรียกร้องให้เลิกเตรียมพร้อมและแทรกกายเข้าไปในช่องทางที่รัดตอดนิ้วของเขาซะเดี๋ยวนี้

แต่เหตุผลที่เขาไม่ทำคือไม่อยากเห็นอัสรันร้องไห้

มือข้างที่เหลือลูบไล้ผิวกายแดงเรื่อ ริมฝีปากร้อนชื้นไล่ลิ้มชิมซอกคอขาวดูดเม้มสร้างรอยรักจนร่างเพรียวบิดเร้า เมื่อถูกรุกรานไปเสียทุกส่วนในที่สุดหยาดน้ำสีขาวก็ผุดจากแก่นกายที่ชูชันออกมาเปรอะเปื้อนหน้าท้องที่เสียดสีกัน

“อ๊ะ…อ๊า…” อัสรันสูดหายใจลึก ความอึดอัดจากจุดอ่อนไหวยังคงอยู่ ทั้งที่ปลดปล่อยแล้วความต้องการกลับมากขึ้นกว่าเดิม

สะโพกบางเสียดสีเข้าหาความร้อนผ่าวทั้งยังขยับเอวรับนิ้วไปที่สอดส่ายไปมา ดวงตาสีเขียวช้อนมองอัลฟ่าหนุ่มอย่างเว้าวอน ท่าทางยั่วยวนอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัวของอีกคนทำเอาชินทนไม่ไหวถอนนิ้วทั้งสามออกแล้วแทรกกายเข้าช่องทางร้อนทีละน้อย

“อื้อ!” สิ่งแข็งขืนที่ดุนดันเข้ามาพาร่างที่ถูกรุกล้ำสะบัดเร้าแอ่นเกร็ง ขณะที่อีกคนยังใจเย็นขยับเข้าออกช้าๆจนกระทั่งสามารถเข้าไปได้ทั้งหมด

“คุณอัสรัน“ ความควบแน่นแถมตอดรัดทำเอาชินครางด้วยความสุขสม เอ่ยกระซิบข้างหูอีกคนอย่างร้องขอ “คุณช่วยเรียกชื่อผมได้ไหม”

อัลฟ่าหนุ่มดันร่างเพรียวลงนอนกับพื้นทั้งที่ยังเชื่อมต่อกันอยู่ แรงเสียดสีทำเอาอัสรันสะท้านเฮือกจิกปลายนิ้วลงกับพื้นพรมจนขึ้นข้อขาว ชินคว้ามือสองข้างขึ้นจุมพิตก่อนรั้งให้โอบคอตน ให้ระบายความอึดอัดลงบนแผ่นหลัง ริมฝีปากไล่พรมจูบใบหน้าที่พราวไปด้วยเหงื่อของอัสรันอย่างปลอบประโลม  “เรียกชื่อผม”

“อ๊า.. อือ!”

คนด้านบนขยับตัวให้เข้าไปลึกมากขึ้นและมากยิ่งขึ้น เสียงร้องครางหวานหูบ่งบอกความเสียวซ่านปนสุขสมพาให้อารมณ์ร้อนพุ่งสูง โอเมก้าหนุ่มจิกปลายนิ้วลงบนแผ่นหลังเพื่อระบายความอึดอัด ใบหน้าเชิดขึ้นเผยให้เห็นลำคอขาวที่มีรอยฟันขบและแต่งแต้มด้วยรอยจูบแดงเรื่อ

“อ๊ะ… อ๊ะ… ยะ..อย่าพึ่ง อ๊า…”

สัมผัสเชื่องช้าบาดลึกเปลี่ยนเป็นร้อนแรงทารุณวาบหวิวแทบขาดใจ อัลฟ่าหนุ่มแทรกกายเข้าไปในความอุ่นร้อนอย่างโหยหาขณะที่สะโพกบางก็บดเบียดตอบรับตามสัญชาตญาณ สองมือปัดป่ายสัมผัสร่างกายของกันและกันพาอารมณ์ที่พุ่งสูงให้สูงขึ้นอีก

คนนี้ๆเป็นของเขาแล้ว…

ชินขยับปลายลิ้นเลื่อนไปยังริมฝีปากที่ส่งเสียครางไม่หยุดมอบจูบร้อนแรงเต็มไปด้วยความปรารถนา ก่อนเลื่อนริมฝีปากไปที่ต้นคอ

…เป็นโอเมก้าของเขาเพียงคนเดียว

ทาบทับริมฝีปากที่รอยกัดแรกที่ส่งกลิ่นหอมหวานยั่วยวนแล้วขบแรงจนเลือดสีแดงสดไหลรินลงตามรอยแผล ฝังแน่นรอยประทับตราที่จะคงอยู่ไปชั่วนิรันดร์ตราบเท่าที่ร่างกายไม่แหลกสลาย

ชินขยับตัวปลดปล่อยสัญชาตญาณ แทรกลึก กัดกินจนอีกฝ่ายแทบขาดใจ ราวผู้ล่ากำลังขบเม้มเนื้ออ่อนนุ่มของกระต่าย กัดลิ้มชิมรสทีละส่วนละส่วนสร้างรอยแดงดุจเลือดที่กำลังย้อมขนสีขาว

จนร่างกระต่ายแต่งแต้มไปด้วยรอยประทับตราแสดงว่าเป็นของๆผู้ล่านี้เพียงผู้เดียว…

แม้ตอนนี้เสียงครางหวานหูจะไม่ได้เรียกชื่อเขา แต่ก็ยังเป็นของเขา

 

ตุ๊บ!

ชินฟุบหน้าลงกับจอซีมูเลชั่น เด็กหนุ่มอยากจะโขกหัวตัวเองแรงๆกับเครื่องนั่นซะให้รู้แล้วรู้รอด เสียงสัญญาณจบการฝึกดังลั่นไปทั่วทำให้เพื่อนร่วมห้องที่กำลังคุยกับคนรักผ่านจอมิเตอร์พกพาบนเตียงหันมาตำหนิให้ปิดเสียงซะ

“เรย์ ฉันกำลังจะตาย” ชินบ่นเสียงแหบโหย ดวงตาสีแดงมองจัสติสกันดั้มบนจอแต่ในหัวกลับนึกถึงตัวนักบิน

หลังจากวันนั้นตลอดหนึ่งเดือนมานี่อัสรันก็ไม่เข้าใกล้เขาอีกเลย อีกฝ่ายยังคงปฏิบัติหน้าที่อย่างดี เวลาเป็นหัวหน้าทีมนักบินก็สั่งการเขาเหมือนปกติ แต่เวลาอื่นโอเมก้าหนุ่มไม่เคยอยู่ใกล้เขาเกินกว่าสามเมตร

แถมช่วงนี้ลูน่ามาเรียกับเมย์รินยังตามติดอีกฝ่ายแจจนแทบเป็นเงาตามตัว เสียงหัวเราะหยอกล้ออัสรันของสองสาวนั่นทำเอาเขาหงุดหงิดโมโหแทบตาย… แต่ก็ทำอะไรไม่ได้

ไม่มีสิทธิ์… ทั้งๆที่อัสรันเป็นโอเมก้าของเขาแท้ๆ แค่เดินเข้าไปในโซนสามเมตรแค่ก้าวเดียว รังสีความเป็นปรปักษ์ก็ถูกส่งมาจนเขาปวดร้าวไปหมด

“พรุ่งนี้คุณอัสรันก็เข้าสู่ช่วงฮีทแล้วใช่ไหม” เรย์โพล่งขึ้นมาอย่างพึ่งนึกขึ้นได้หลังบอกลาและตัดการสื่อสารกับผู้แทนดูแรนเดิลแล้ว เบต้าหนุ่มขมวดคิ้วแน่นก่อนตัดสินใจเดินมานั่งข้างๆเพื่อนสนิทที่เครื่องซีมูเลชั่นทำให้ชินผุดตัวลุกขึ้นนั่งอย่างตื่นๆ

นัยน์สีฟ้าจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาสีแดงอย่างแฝงความคาดคั้นแบบปิดไม่มิด เรย์ยื่นมือจับใบหน้าชินไม่ให้หันไปทางอื่นก่อนเอ่ยเสียงเรียบ

“บอกฉันมา วันนั้นที่ไปห้องคุณอัสรันเกิดเรื่องอะไรขึ้น”

“ไม่มีอะไรนิ” หน้าชินซีดเผือดพยายามเบือนหน้าหันหนีไปทางอื่น เพราะเขาไม่ได้บอกเรื่องนั้นกับเรย์ และไม่อยากจะบอกกับใครคนอื่นด้วย ไม่ใช่เพื่อตัวเอง แต่เพื่ออัสรัน

“โอ๊ย!!”

อัลฟ่าหนุ่มร้องลั่นเมื่อถูกเพื่อนสนิทบีบแก้มอย่างแรง อีกฝ่ายเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงเรียบๆที่ฟังดูสยองเมื่อมือทั้งคู่ยังบีบแน่นอยู่ “ไม่ตอบก็อยู่มันอย่างนี้แหละ ห้ามโกหกด้วย นายก็รู้ว่าฉันจะจับได้”

นานกว่าสิบนาทีกับการเจ็บปวดและถูกมองด้วยสายตาคาดคั้น

ในที่สุดชินก็ยอมแพ้พูดเสียงอ่อย เมื่อเรย์บอกว่าไม่งั้นจะไปถามคุณอัสรันเอง

“นายอย่าไปบอกคนอื่นนะ” ชินสูดหายใจลึกรวบรวมความกล้า ดวงตาสีแดงมองเรย์อย่างจริงจังก่อนจะบอกเรื่องในวันนั้นออกไป

ใบหน้าหวานของเรย์ซีดเผือด นานทีเดียวกว่าจะเอ่ยประโยคแรกหลังฟังเรื่องทั้งหมด

“งั้นข่าวลือเรื่อง ผบ.คิระกัดเขาแล้วก็ไม่เป็นความจริงน่ะสิ”

ชินมองอีกฝ่ายตาขวาง เรย์เลยบ่นอุบว่าก็เห็นชาวบ้านเขาลือกันแบบนั้น สงสัย ผบ.คิระอยากจะปกป้องเพื่อนสนิทเลยปล่อยข่าวลือออกมา

“นายต้องไปหาเขาเดี๋ยวนี้เลยชิน! ”

“เขาไม่อยากเจอฉัน จะให้ไปทำไม” ชินมองเพื่อนด้วยความสงสัยแต่น้ำเสียงปิดความน้อยใจเอาไว้ไม่มิด “พรุ่งนี้ก็เข้าสู่ช่วงฮีทของเขาแล้วด้วย”

“ก็เพราะเป็นช่วงนั้นไง” เรย์โชว์ข้อความในจอมิเตอร์พกพาให้ดู ก่อนพูดต่ออย่างเคร่งเครียด “ไปซะ ต่อให้เขาเอาปืนยิงนาย นายก็ต้องไป”

…โอเมก้าที่มีคู่ เมื่อเข้าสู่ระยะเวลาฮีทจะเรียกร้องหาคู่ของตัวเองเท่านั้น หากไม่ได้รับการร่วมสัมพันธ์ทางกายกับคู่ของตน ร่างกายโอเมก้าอาจช็อกหมดสติและเกิดโอเวอร์ฮีท…

 

…………………………………………………..

 

เมื่ออัสรันได้สติขึ้นมาอีกครั้งก็พบแต่ความมืด จากสัมผัสทำให้โอเมก้าหนุ่มรู้ว่ามีผ้าคาดปิดดวงตาเขาไว้ และตนกำลังนอนอยู่บนเตียงนอน สองมือถูกรวบด้วยกุญแจหลักดึงขึ้นไปติดกับหัวเตียงด้านบน

แต่สิ่งที่ทำให้เขาตื่นตระหนกคือสัมผัสผ่าวร้อนจากรอยกัดใต้ปลอกที่บ่งบอกว่าคู่ของเขาอยู่ไม่ไกล

“นายต้องการอะไร” เอ่ยถามเสียงเรียบแต่กลับฟังดูโกรธเกลียดจนตัวเองยังกลัว

เป็นครั้งแรกที่รู้สึกถึงความอ่อนแอของโอเมก้า เพียงแค่อยู่ใกล้อัลฟ่าที่เป็นคู่ก็ราวถูกสูบเรี่ยวแรงทั้งหมด เกลียด… เกลียดความอ่อนแอ เกลียดรอยกัดนี่!

แต่ที่เด่นชัดกว่าความเกลียดคือความเสียใจที่ชินหลอกเขา!

“ผมขอโทษ” น้ำเสียงรู้สึกผิดดังขึ้นพร้อมกับเตียงที่ยวบลง ไออุ่นจากร่างกายทาบทับลงแล้วรั้งไว้ตัวเขาไว้ในอ้อมแขน “ผมขอโทษ”

เสียงกระซิบข้างฟังดูเว้าวอน แต่กลับปลุกปั้นความร้อนผ่าวจากรอยกัดให้ลามไปทั่วทั้งตัว

นิ้วเย็นปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของเขาช้าๆพลางกดย้ำปลายนิ้วสัมผัสผิวกายดุนดึงให้อุณหภูมิขึ้นสูง ก่อนจะได้ร้องห้ามริมฝีปากก็ถูกปิดด้วยจุมพิตเร่าร้อนพาสติลอยไปไกล

สัมผัสด้วยความอ่อนโยนนุ่มนวล แต่ผ่าวร้อนราวกับอยู่ในเปลวเพลิงที่ลุกไหม้อย่างบ้าคลั่ง

…ภายนอกผ้าที่ปิดบดบังการมองเห็นของอัสรัน ดวงตาสีแดงมองร่างที่บิดเร้าอยู่ข้างล่างตนด้วยความยินดี สัมผัสอุ่นร้อน การตอดรัด รวมทั้งเสียงครางหวาน

ทั้งหมดนี่เป็นของเขา…

ชินขยับยิ้ม

อัสรัน… ผมขอโทษที่ผมห้ามสัญชาตญาณของอัลฟ่าไม่ได้ แต่ผมไม่เสียใจกับสิ่งที่ทำเลยแม้แต่น้อย ผมเคยเกลียดการเป็นอัลฟ่า แต่เมื่อพบคุณผมกลับดีใจที่ตัวเองเป็นอัลฟ่า

เพราะมันทำให้ผมได้ครอบครองคุณ

 

 

____________________________________________________________________________

ขอสารภาพว่าครอส Omegaverse เพราะว่านึกภาพชินกดอัสรันไม่ออกขอรับ! (//โดนบีมแคนน่อนของเดสตินี่เก็บ) แบบพอนึกถึงการต่อสู้ตัวต่อตัวของชินกับอัสรัน… ถ้าไม่สมยอมหรือถูกบังคับหนักคงยาก แค่กๆ

//ขุดจากเด็กดีมาแปะในนี้

 

 

 

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s