[ QZGS ] สาเหตุของการทุบสถิติที่แผ่นดินเร่ร่อน [ เยี่ยซิว x หลานเหอ ]

Fan Fiction:           Quanzhigaoshou ( เทพยุทธ์เซียน Glory / The King’s Avatar / Master of Skill )

Pairing:                  เยี่ยซิว x หลานเหอ

Timeline:               ประมาณ บทที่ 3 เล่ม 3 (หลานซีเก๋อชิงสถิติดันเจี้ยนแผ่นดินเร่ร่อน)

Note:                      *** สปอยส์เล่ม3บางส่วน ***

 

“ให้เร่าอ้านฉุยหยางมาแทนคุณ เราทั้งห้าคนจะไปทำสถิติกันเอง” คำพูดของชุนอี้เหล่าดังก้องอยู่ในหัวของหลานเหอตั้งแต่แยกตัวออกมาจากอาณาจักรทวยเทพแล้วกลับเข้าล็อกอินไอดีเล็กที่เซิร์ฟเวอร์สิบ

ประโยคนี้มีความหมายแอบแฝงหรือเปล่า?

ชุนอี้เหล่าจะให้เขาลงจากตำแหน่งห้ายอดฝีมือของกิลด์หลานซีเก๋อหรือเปล่า?

หรือว่าตำแหน่งของหลานเฉียวชุนเสวี่ยในสายตาของพวกลูกกิลด์ที่อาณาจักรทวยเทพจะสั่นคลอนแล้ว…

ไม่หรอกมั้ง

หลานเหอลูบหน้าตัวเองแรงๆเรียกสติ แต่ความคิดฟุ้งซ่านก็ยังก่อกวนวุ่นวายในหัว ยิ่งคิดยิ่งสงสัยในตัวเอง หรือเขาจะไม่มีฝีมือพอกับการเป็นระดับผู้นำของกิลด์ ต้องถูกถอดออกแล้วให้เร่าอ้านฉุยหยางเข้ามาแล้วจริงๆ

…ไม่มีทาง!

ยังไงเขาก็ไม่มีทางยอมแพ้คนอวดดีจองหองอย่างหมอนั่นเด็ดขาด แค่แพ้ใน PK ครั้งนั้นก็ถูกเร่าอ้านฉุยหยางพูดเยาะเย้ยแทบทุกครั้งที่เจอหน้า หากต้องยกตำแหน่งให้ ไม่กลายเป็นว่าถูกกดหัวจมดินเลยเหรอ!

…แต่เขาก็ไม่ใช่คนตัดสินเรื่องนี้อยู่ดี โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาจาก ผลงานที่แทบเรียกได้ว่าอัปยศขั้นสูงสุดในเซิร์ฟเวอร์สิบ ชุนอี้เหล่าให้เขามาบุกเบิกเซิร์ฟเวอร์สิบเพื่อเสริมกำลังไปคานกับเร่าอ้านฉุยหยาง แต่กลายเป็นว่า เขาทำตัวเองให้เป็นเป้าโจมตีมากกว่าเดิม นับวันผลงานยิ่งแย่จนหมอนั่นจับเป็นประเด็นใส่ไฟสุมหัวคนอื่นๆในอาณาจักรทวยเทพ

ถ้าหาก… ถ้าหากไม่มีจวินม่อเซี่ยวสักคน

ถ้าหากจวินม่อเซี่ยวไม่เข้ามาเล่มเกม หรือไม่ก็ถ้าหากจวินม่อเซี่ยวไร้ฝีมือกว่านี้

ถ้าหาก… ถ้าหาก….

“นี่! อยู่หน้าจอรึเปล่า จะตายอยู่แล้วนะ!”

“อ๊ะ! โทษที” เสียงตะโกนที่ดังขึ้นกระทันหันจากเฮดโฟนทำให้หลานเหอหลุดจากการใจลอยหันกลับเข้าไปสนใจหน้าจอเกม ก่อนดวงตาจะเบิกกว้างผงะกับสถานการณ์ฉุกเฉินตรงหน้า เด็กหนุ่มรีบกดใช้น้ำยาฟื้นฟูHPที่เกือบแตะขีดเลือดแดงอย่างทันฉิวเฉียด

พอเซฟตัวเองเรียบร้อยหลานเหอรีบหันไปจัดการกับมอนเตอร์รอบตัว แต่ยังไม่ทันจะได้พรมนิ้วลงบนคีย์บอร์ดออกคำสั่ง เสียงปืนก็ดังรัว มอนเตอร์ที่กำลังรุมโจมตีเขาอยู่ดับสนิทในเสี้ยววินาที

“ขอบคุณ”

“ไม่เป็นไรๆ” อีกฝายตอบกลับด้วยน้ำเสียงเอื่อยๆ หลานเหอพลันนิ่ง ท่าทีเปลี่ยนเป็นระแวดระวัง

น้ำเสียงไม่คุ้นหูนั่นทำให้เขานึกขึ้นมาได้ว่าตอนนี้ตัวเองไม่ได้กำลังปาร์ตี้กับพวกซี่โจวอยู่ เพราะสลัดเรื่องที่ชุนอี้เหล่าพูดออกจากหัวไม่ได้เขาเลยเดินเตร็ดเตร่เก็บเลเวลคนเดียว

แล้วหมอนี่ใคร?

ไวเท่าความคิด หลานเหอขยับเมาส์เปลี่ยนมุมหันกลับไปมองด้านหลังตามทิศทางของปืนที่ดับชีพมอนเตอร์ แล้วต้องอ้าปากค้างตะลึงงันกับบุคคลที่มาช่วยชีวิต

จวินม่อเซี่ยว…

เชี่ย! แค่ก่อกวนเขาในสถิติดันเจี้ยนไม่พอ ยังมาก่อกวนกันต่อหน้าต่อตาอีกเหรอ นี่เขาจะดวงซวยไปถึงไหน!

ไม่สิ หมอนี่พิงช่วยไม่ให้เขาตาย แต่…แต่ก็ทำให้เขาตายทั้งเป็น ตกที่นั่งลำบากในกิลด์หลานซีเก๋อ

เฮ้อ… ถ้าหากไม่มีจวินม่อเซี่ยวสักคน

“ใจลอยอีกแล้ว” จวินม่อเซี่ยวพูดด้วยเสียงเอื่อยๆ แต่หลานเหอฟังแล้วรู้สึกอีกฝ่ายดูรื่นเริงชอบกล แต่ด้วยความมองโลกในแง่ดี หลานเหอจึงคิดว่าตัวเองคงเผลอเอาอคติส่วนตัวไปมองจวินม่อเซี่ยวผิดๆมากกว่า เลยพูดด้วยน้ำเสียงเจือความเป็นมิตรกลบเกลื่อนเพิ่มอีกนิด

“คุณมาทำอะไรตรงนี้”

“เก็บเลเวลไง”

เหอะ! ทำกิลด์ใหญ่สองกิลด์หัวปั่นจนต้องลากให้หัวหน้ากิลด์ออกโรง แต่ตัวเองมาเดินชิลตีมอนเตอร์เก็บเลเวลคนเดียว!

หลานเหออยากเอาหัวโขกคอมพิวเตอร์

“นี่พี่น้อง! อารมณ์ดีจังนะ!!”

“แน่อยู่แล้ว ก็พึ่งทำเฟิสต์คิลแม่มดเพลิงได้นี่นา”

“…” หลานเหอพิมพ์จุดพร้อมอีโมร้องไห้แทนคำพูด

“นานๆทีจะเจอกันต่อหน้า พูดไมค์ก็ได้”

“…” หลานเหอยังคงแจกจุด

“อารมณ์ไม่ดีเหรอ?”

“เปล่า” เด็กหนุ่มปฏิเสธอย่างร้อนตัว แถมมือยังเผลอปัดลงบนคีย์บอร์ดทำตัวหลานเหอกระตุกวูบก้าวเข้าระยะความเกลียดชังล่อมอนเตอร์ออกมาโจมตีอีก

“จุ๊ๆ เด็กไม่ดี โกหกไม่เนียนเลย” เยี่ยซิวหัวเราะเบาๆรอยยิ้มผุดขึ้นบนใบหน้าอย่างไม่รู้ตัวขณะรัวนิ้วบังคับให้จวินม่อเซี่ยวฆ่ามอนเตอร์ที่ขยับเข้ามาใกล้พวกเขาพร้อมทั้งพูดหยอกจอมยุทธ์ดาบตรงหน้าต่อ “แล้วข้อเสนอไม่ชิงสถิตดันเจี้ยนแผ่นดินเร่ร่อน คุณจะตอบว่าไง ตกลงไหม?”

อ่า… เรื่องนี้

“…” หลานเหอแทบน้ำตานองหน้าขณะพิมพ์แจกจุดไร้คำพูด ยิ่งมองตัวเกมคนจรจวินม่อเซี่ยวฆ่ามอนเตอร์หลายตัวชิลๆอารมณ์เขายิ่งดิ่งลงเหว ความคิดด้านลบกลับเข้ามาในหัวทันที

“คุณว่าผมไร้ฝีมือรึเปล่า?” คำพูดหลุดจากปากโดยไม่ทันคิด

“หืม?”

“เปล่า คือว่า…” หลานเหอขยับตัวอย่างอึดอัด ละมือข้างหนึ่งจากคีย์บอร์ดแล้วนั่งเท้าคางมองหน้าจอ ก่อนตัดสินใจระบายออกมา

ตอนนี้จวินม่อเซี่ยวยังไม่สังกัดกิลด์ไหน ไม่น่าจะเป็นปัญหาอะไร อีกทั้งตอนนี้เขารู้สึกว่าถ้าหากไม่ระบายกับใครสักคนคงจะจิตตก ใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวไปทั้งวัน ซึ่งไม่เป็นผลดีแน่ๆ

ยังไงซะคนตรงหน้าก็เป็นต้นเหตุ รับผิดชอบด้วยการฟังเขาบ่นก็น่าจะสาสม!

แถมดูจากการที่จวินม่อเซียวตีมอนเตอร์โดยไม่ปล่อยให้มีตัวไหนโจมตีเขาสักนิด หมอนี่คงไม่ปล่อยให้เขาถูกมอนเตอร์ปลิดชีพตายอนาถขณะกำลังบ่นเรื่อยเปื่อยหรอก

หลังคิดเสร็จสับหลานเหอก็เตรียมระบายความกลัดกลุ้มออกทันที ระบายออกแล้วจะฮึดกลับไปช่วยกิลด์หลานซีเก๋อชิงสถิติต่อ แบบนี้มีประสิทธิภาพกว่าเห็นๆ

“ทีมชิงสถิติของหลานซีเก๋อครั้งนี้มีคนเล่นแทนตำแหน่งผม” หลานเหอพยายามพูดเรียบๆแต่น้ำเสียงกลับปกปิดความกังวลหดหู่ไม่มิด แถมยังเผลอลงน้ำหนักกับมือข้างที่อยู่บนคีย์บอร์ดขยับตัวไปล่อมอนเตอร์ออกมาให้จวินม่อเซียวตีเพิ่มอีกกลุ่ม แต่หลานเหอไม่ได้สังเกตเลยแม้แต่น้อย เพราะในหัวปรากฏภาพเร่าอ้านฉุยหยางกำลังถากถางเขาอยู่

เยี่ยซิวเลิกคิ้วกับการล่อมอนเตอร์โดยไม่รู้ตัวของอีกฝ่าย แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร รัวนิ้วตีต่อพลางนั่งฟังเงียบๆ

“เขากำลังชิงตำแหน่งห้ายอดฝีมือของหลานซีเก๋อกับไอดีใหญ่ผม แถมยังPK ชนะผมอีก แล้วก็ผลงานในเซิร์ฟเวอร์สิบของผมก็… เฮ้อ.. นั่นแหละ”

“ถ้าหากสถิติถูกพิชิตเพราะเขา คุณจะลำบากสินะ?”

“ก็ใช่” อันที่จริงหลานเหออยากพูดต่อว่า เพราะจวินม่อเซี่ยวนั่นแหละทำให้เขาตกที่นั่งลำบากที่สุด แต่เพื่อให้มีคนฟังเขาบ่นหลานเหอเลยตัดสินใจมองข้ามไป “แต่บางทีถ้าเป็นแบบนี้อาจจะดีกว่าก็ได้ คุณคิดว่าผมควรยกไอดีนี้ให้เขาเป็นหัวหน้ากิลด์หลานซีเก๋อเซิร์ฟเวอร์สิบดีไหม บางทีถ้าเป็นเขาสถานการณ์ของหลานซีเก๋ออาจจะดีกว่านี้”

“อย่าเลย ฉันขอโท-…”

“ฮะ? คุณพูดว่าอะไรนะ?” ปลายเสียงขาดหายจนหลานเหอต้องถามย้ำ

“เปล่าไม่มีอะไร” เยี่ยซิวบอกปัดเต็มเสียงผิดกลับประโยคก่อนหน้าที่พูดงึมงำในคอจนหลานเหอได้ยินไม่ชัด “ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวฉันจัดการเอง”

“หืม…? จัดการ…? เดี๋ยวๆ จะจัดการอะไร ผมแค่บ่นให้คุณฟังเฉยๆ” หลานเหอสะดุ้งวาบ ยืดตัวมองจอเต็มตัว หน้าจอเห็นจวินม่อเซี่ยวที่ตีมอนเตอร์จนตายหมดแล้วพลันขยับเข้าใกล้จนชิดตรงหน้าเขา จากนั้นอีกฝ่ายก็ยกมือขึ้นลูบหัวเขาเบาๆ

แล้วน้ำเสียงอ่อนโยนแผ่วเบาราวกับถูกเจ้าตัวมาพูดกระซิบอยู่ข้างหูโดยตรงก็ดังขึ้น

“เรื่องนี้ฉันรับผิดชอบเอง ไม่ต้องห่วงนะ เสี่ยวหลาน”

พูดจบอีกฝ่ายก็ขยับตัวจากไป ทิ้งให้หลานเหอนั่งอึ้งกระพริบตาปริบๆมองแผ่นหลังคนจรที่จากไปจนลับหายจากสายตา

ข้างแก้มเด็กหนุ่มร้อนผ่าวอย่างแปลกประหลาดกับน้ำเสียงนุ่มนวลชวนจั๊กจี้ผิดวิสัยนั่น…

หัวใจพลันอุ่นวาบราวกับถูกลูบหัวโดยตรง

นี่มัน… บ้าเกินไปแล้ว

แต่ถึงจะคิดอย่างนั้นแต่หัวใจก็ยังเต้นรัวแปลกๆไม่เป็นจังหวะอยู่ดี…

นานทีเดียวกว่าหลานเหอจะสังเกตเห็นข้อความที่ส่งมาจากจวินม่อเซี่ยว เมื่อเปิดอ่านอารมณ์สั่นไหวที่เกิดขึ้นวูบใหญ่ก็หายไปเปลี่ยนเป็นโมโหแทบกระอักเลือด

‘สถิติดันเจี้ยนแผ่นดินเร่ร่อนเดี๋ยวฉันจะเป็นคนชิงเอง ไม่ต้องห่วงนะ’

เชี่ย! คนนิสัยไม่ดี! เขาไม่ได้บ่นให้ฟังเพื่อให้จวินม่อเซี่ยวกลับไปท้าชิงสถิติกับกิลด์หลานซีเก๋อของเขานะ หมอนั่นเข้าใจอะไรผิดรึเปล่า!? ถ้าจวินม่อเซี่ยวกลับไปชิงสถิติก็เท่ากับที่เขาทำมามันสูญเปล่าทั้งหมดน่ะสิ!

“นี่คุณกลับมาก่อน!” หลานเหอตะโกนก้องเริ่มขยับนิ้วสั่งบังคับให้ตัวเองวิ่งตามหลังไป

รั้ง! ต้องรั้งตัวไว้อย่าให้จวินม่อเซียวไปดันเจี้ยนแผ่นดินเร่ร่อนเด็ดขาด!

แต่อีกฝ่ายจากไปนานแล้ว วิ่งตามไปก็ไม่เห็นแม้แต่เงา

หลานเหอเปิดหน้าต่างสหายรีบส่งข้อความไปห้ามแต่กลับได้รับคำตอบที่ทำเอาแทบร้องไห้

‘ช้าไปแล้ว วางแผนเรียบร้อยแล้ว’

อีโมยิ้มกว้างสวมแว่นกันแดดสีดำตามหลังข้อความนั่นช่างดาเมจสูงทำร้ายใจจริงๆ

หลานเหอเอาหัวโขกคีย์บอร์ด

ไม่หรอกมั้ง… สถิติดันเจี้ยนแผ่นดินเร่ร่อนที่พวกซุนอี้เหล่ากำลังจะเพิ่มสถิติคงไม่ล้มเหลวเพราะเขาหรอกมั้ง

ไม่หรอกมั้ง… จวินม่อเซี่ยวคงไม่ทำตัวมีจิตอาสาทำลายสถิติดันเจี้ยนแผ่นดินเร่ร่อนทั้งๆที่ไม่มีคนจ้างหรอก

…ใช่ไหม?

หลานเหอปลอบใจตัวเองอย่างเงียบงัน

 

………………………..

 

อีกฝั่งห่างจากหลานเหอที่กำลังวิ่งตามหลังคนบางคนออกมาไกล

จวินม่อเซี่ยวหยุดยืนนิ่ง เยี่ยซิวเปิดหน้าต่างสหายกดเรียกระดมปาร์ตี้พิชิตสถิติดันเจี้ยนไปสูบบุหรี่ไป

‘ฉันขอโทษ’

ประโยคที่หยุดชะงักไปกลางคันของเขาขณะกำลังพูดกับหลานเหอ… หลังจากเห็นท่าทางของจอมยุทธ์ดาบแล้ว เยี่ยซิวก็รู้สึกตัวว่าครั้งนี้ตนเองแกล้งหนักมือไปจริงๆ

ตอนแรกเขาชิงสถิติให้พวกกิลด์เหยี่ยหลุนแล้วเห็นว่าหลานเหอใจแข็งไม่ยอมทักมาเหมือนปกติ เลยแอบหนักมือกับรายการของที่มอบให้กิลด์ป้าซี่สยงถูเพื่อให้เยี่ยตู้หานถานร้อนรนจนไปถามเอากับหลานเหอ จากนั้นหลานเหอก็คงจะทักมาเหมือนปกติ

แต่กลับไม่…

หลานเหอชิงสถิติกลับมาโดยไม่มีข้อความทักหาเขาสักคำ เขาเลยชิงเฟิร์สคิลบอสแม็ปแม่มดเพลิง และแล้วในที่สุดข้อความแจ้งเตือนจากหลานเหอก็มา เยี่ยซิวรีบเปิดรีบตอบหลานเหอก่อนข้อความของคนอื่นๆที่ส่งมาแทบล้นจอ

พูดคุยอย่างอวดๆตัวนิดหน่อย จากนั้นอีกฝ่ายก็ออฟไลน์หายไปเลย…

ประโยคที่พิมพ์คุยกันคราวนั้นน่าจะสร้างปัญหาให้

อืม… เขากล้าทำกล้ารับ ในเมื่อสร้างปัญหาให้อีกฝ่าย เขาก็จะแก้ปัญหาให้เอง

“แค่ไม่ให้ทีมพิชิตดันเจี้ยนของหลานซีเก๋อรอบนี้ทำสถิติสูงสุด ตัวปัญหาของหลานเหอก็ไม่สามารถเป็นปัญหาให้หลานเหอได้สินะ”

เยี่ยซิวยิ้มกว้าง ขยี้ก้นบุหรี่กับที่เขี่ยแล้วละมือมารัวนิ้วพิมพ์ข้อความเรียกระดมสมาชิกอีกรอบ

เสี่ยวหลานเอ๊ยเสี่ยวหลาน เกอใจดีขนาดนี้ ต้องอยู่กับเกอที่เซิร์ฟเวอร์สิบนานๆสิ จะยกไอดีให้คนอื่นมั่วซั่วได้ไง เด็กนิสัยไม่ดี.

 

 

_______________________________________________________________________________

สัมผัสได้ว่าช่วงเวลานี้ของเรื่องต้องมีซัมติ่ง 555+

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s